Official Update :

“KF-GCHINAD” ลุย “หุ้นจีน” Greater China... “ของดี-ราคาถูก” โอกาสเพิ่มผลตอบแทนระยะยาว !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Greater China Equity ที่เน้นลงทุนหุ้นจีน” ของบริษัทที่มีแหล่งรายได้จากประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาด Greater China” นั่นเอง


เศรษฐกิจจีนในท่ามกลาง “สงครามการค้า” (Trade War) ดูไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คิด รัฐบาลจีนได้แสดงความมั่งมั่นส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจชัดเจนผ่านการลดดอกเบี้ย และนโยบายการคลัง พร้อมคงเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 5% เช่นเดิม


“หุ้นจีน” สำหรับการลงทุนระยะยาวเองถือว่ายังคงน่าสนใจไม่เสื่อมคลาย


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นจีน” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



“KF-GCHINAD” ลุย “หุ้นจีน” แบบ 3 in 1 ในตลาด “Greater China”

สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า KF-GCHINAD: กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.กรุงศรี มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2558 มีนโยบายเน้นลงทุน หุ้นจีน” ของบริษัทที่มีแหล่งรายได้จากประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ผ่านกองทุนหลัก ‘FSSA Greater China Growth Fund (Class I-USD)’ ที่บริหารจัดการโดย First Sentier Investors (Ireland) Limited


โดยกองทุนมีนโยบาย “จ่ายปันผล” ไม่เกินปีละ 12 ครั้งในอัตราไม่ต่ำกว่า 10% ของกำไรสุทธิ/กำไรสะสม ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจ่ายปันผลไปแล้วทั้งสิ้น 15 ครั้ง เป็นเงิน 5.9000 บาท/หน่วย



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KF-GCHINAD’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 25) มีการจัดสรรการเงินลงทุนใน 3 ประเทศหลัก ประกอบไปด้วย

  • ไต้หวัน 24.20%

  • ฮ่องกง 16.50%

  • สิงคโปร์ 0.20%


โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • Consumer Discretionary 25.80%

  • Information Technology 22.60%

  • Communication Services 15.20%

  • Industrials 13.00%

  • Consumer Staples 9.40%


“โดยหุ้นที่ติดอยู่ใน Top5 เป็นหุ้นชั้นนำของแต่ละประเทศ ได้แก่ 1) Tencent Holdings 9.50%, 2) Taiwan Semiconductor (TSMC) 7.70%, 3) Midea Group 4.70%, 4) Shenzhou International Group Holdings Limited 4.30% และ 5) China Mengniu Dairy Co., Ltd. 4.00% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KF-GCHINAD’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.93% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 3.38% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองเฉลี่ยอยู่ที่ 19.82% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.21% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -48.61%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 500 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ระบุขั้นไว้ที่ 500 บาท หรือ 50หน่วย โดยมียอดคงเหลือขั้นต่ำที่ 50 หน่วย ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน(T+4)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคาร กรุงศรี จำกัด(มหาชน)และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจํากัดทุกสาขาหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น @ccess Mobile Application


สำหรับ “ตลาดหุ้นจีน” ตลาดมองว่าได้ผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปแล้ว และกำลังฟื้นตัวขึ้นตามเศรษฐกิจในระยะยาว เป็นอีกตลาดหุ้นที่น่าสนใจ ที่สามารถแบ่งเงินกระจายไปลงทุนไว้ติดพอร์ตได้เช่นกัน เพียงแต่อาจจะไม่ได้มาแบบหวือหวาหากแต่ต้องอดทนมองภาพระยะยาวเป็นสำคัญ


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’