โอกาสลงทุน 3 ธีมรับศก.โลกฟื้นตัว…“หุ้นยุโรป-หุ้นสหรัฐขนาดเล็ก-Blockchain” !!!
“เศรษฐกิจยูโรโซน” ยุคใหม่หลังการระบาด COVID-19 คลี่คลาย เศรษฐกิจเปลี่ยนสู่เทคโนโลยีมากขึ้น
เป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนจากอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจของยุโรปที่กำลังฟื้นตัว หนุนบริษัทจดทะเบียนเติบโตโดดเด่นและมีระดับราคาที่น่าสนใจลงทุน ‘ระยะยาว’ หลังเปิดเศรษฐกิจเต็มตัว
นอกจากนี้ ยังมีธีม “หุ้นสหรัฐขนาดเล็ก” และ “Blockchain” เป็นอีก 2 ธีมที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาอัพเดทให้ฟังกัน
“บลจ.วี” มอง “เศรษฐกิจยุโรป” พร้อมฟื้น...แรงอัดหนุนจาก ‘ภาครัฐ’ ยังต่อเนื่อง
โดย “อิศรา พุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี จำกัด บอกว่า เศรษฐกิจ “ยูโรโซน” นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอย่างมาก ทั้งนี้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะปรับตัวดีขึ้น คาดการณ์การเติบโต GDP ในปี 2021อยู่ที่ 4.7% และในปี2022 ประมาณการอยู่ที่ 4.9% ในขณะที่ด้านอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับ 1.9% และอ่อนตัวลงในปี2022 ขณะที่ยังได้รับการสนับสนุนจากนโยบายด้านการเงินและการคลัง โดย “ธนาคารกลางยุโรป (ECB)” ยังคงการเข้าซื้อสินทรัพย์ในโครงการ Asset Purchase Program(APP) และมีการเข้าซื้อพันธบัตรในโครงการ Pandemic Emergency Purchase Program (PEPP) ทําให้สภาพคล่องต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดยังคงมีเพียงพอ

(อิศรา พุฒตาลศรี)
“นอกจากนี้ยุโรปยังเริ่มการปฏิรูปสหภาพยุโรปให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต โดยมีมาตรการ NextGenerationEU (NGEU) ที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปเพื่อทำให้กลุ่มยูโรโซนหลัง COVID-19 มีรูปแบบเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Greener), รวมถึงใช้ระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น (More digital) และมีความยืดหยุนในการดำเนินเศรษฐกิจมากขึ้น (More Resilient Europe)”
ทั้งนี้ประเทศสมาชิกในยูโรโซนจะได้รับเงินสนับสนุนจากมาตรการ “Next Generation EU” รวมกันประมาณ 7.5 แสนล้านยูโรตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/2021 ซึ่งจะทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจยูโรโซนในระยะจากนี้จะมีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนไปสู่การใช้นวัตกรรมทางดิจิทัลและเทคโนโลยีมากขึ้น (Digital Transformation) เช่น การผลิตเครื่องจักรอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, การลงทุนในเทคโนโลยีภาคบริการเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่เปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัลและการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อรองรับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (European Green Deal) การสร้างอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Green Economy) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลิตที่ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร (Clean Technology)
ชี้ “หุ้นยุโรป” ราคายังถูก...โดยเฉพาะ ‘หุ้นขนาดกลาง-เล็ก’
ในด้าน Valuation ดัชนี “Stoxx Europe 600” Forward Price to Earnings ratio (PE) 2021 อยู่ที่ระดับ 17.9 เท่า ในขณะที่ดัชนี “S&P 500” อยู่ที่ระดับ 22.5 เท่า ส่งผลให้ “ตลาดหุ้นยุโรป” จึงมีความน่าสนใจ เห็นได้จากดัชนีที่ปรับตัวสูงขึ้นและมีระดับราคา (Valuation) ที่ยังถูกกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นยุโรปใน ‘กลุ่มขนาดเล็ก’ ที่มีผลประกอบการดีกว่า ‘กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่’
“ภูมิภาคยุโรปที่มีสัดส่วนเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกกำลังฟื้นตัวส่งผลให้หุ้นหลายกลุ่มได้รับประโยชน์เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค อีกทั้งความสามารถในการกระจายฉีดวัคซีนที่รวดเร็วรวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่ ทำให้ ‘ตลาดหุ้นยุโรป’ มีความน่าสนใจจากแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและระดับราคาที่ไม่แพง”
“บลจ.ไทยพาณิชย์” มอง “หุ้นสหรัฐ-ขนาดเล็ก” ยังไปต่อได้...น่าสนใจกว่าหุ้นใหญ่
ด้าน “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด มองว่า “ตลาดหุ้นทั่วโลก” จะยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และแรงสนับสนุนจากมาตรการทางการเงินและการคลังที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี2021 เป็นอย่างน้อย รวมถึงอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นและปริมาณผู้ติดเชื้อที่เริ่มลดจำนวนลงจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ ได้แก่ “หุ้นสหรัฐ-ขนาดเล็ก” เนื่องจากตัวเลขดัชนี PMI ที่ปรับตัวสูงขึ้นแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น และตลาด “หุ้นสหรัฐขนาดเล็ก” ยังมี Market Efficiency ที่น้อยกว่า “หุ้นสหรัฐ-ขนาดใหญ่”

(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)
“ทั้งยังมีจำนวนหุ้นให้คัดเลือกจำนวนมาก เหมาะสำหรับการลงทุนแบบ Factor Investing โดยเมื่อเทียบกับหุ้นขนาดเล็กในตลาดอื่นแล้วนับว่ามีสภาพคล่องที่สูงกว่า นอกจากนี้ จากข้อมูลในอดีตจะเห็นว่า ‘ตลาดหุ้นสหรัฐ ขนาดเล็ก’ จะมี Seasonality Effect ในช่วงเดือนก.ย.- ธ.ค.ทำให้การลงทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าการลงทุนใน ‘หุ้นสหรัฐขนาดใหญ่’ (ที่มา: Seasonal Analysis: U.S. landscape Jan 2000 – May 2021) โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจ กลุ่มสินค้าบริโภค กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มการแพทย์ เป็นต้น”
“Blockchain”...อีกหนึ่งธีมที่พร้อมเติบโตไปกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
อีกธีมที่น่าสนใจคือ “เทคโนโลยี Blockchain” ที่กำลังอยู่ในช่วงเติบโต มีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม และนักลงทุนก็ให้ความสนใจกับการลงทุนใน “Technology Blockchain” มากขึ้น
“Blockchain” คือ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ช่วยนำมาซึ่งความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ภายใต้แนวคิดการสร้างข้อมูลที่ทุกฝ่ายยอมรับซึ่งกันและกัน โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางในการส่งข้อมูลด้วยการนำข้อมูลบันทึกลงในกล่องสี่เหลี่ยมโดยมีข้อมูลเหมือนกันทุกกล่อง (Block) และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันแบบห่วงโซ่ (Chain) ซึ่งจะถูกกระจายไปใน Network ทั้งหมดทำให้ไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ จึงทำให้ระบบ Blockchain มีความปลอดภัยสูง
“เทคโนโลยี Blockchain” เริ่มแรกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin ซึ่งเป็น Cryptocurrency ประเภทหนึ่งที่ต้องการความปลอดภัยสูง เพื่อใช้ส่งผ่านมูลค่าโดยไม่ต้องผ่านเทคโนโลยีตัวกลางเหมือนในอดีต ส่งผลให้อุตสาหกรรมการลงทุนทั่วโลกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บริษัทชั้นนำของโลกเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยี Blockchain กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยได้นำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ เช่น การประกันภัย การกุศล ธุรกิจอาหาร และการแพทย์ เป็นต้น
“ปัจจุบัน Blockchain อยู่ในช่วงที่กำลังเติบโตหลังจากที่ผ่านช่วงลองผิดลองถูกมาแล้วตั้งแต่ปี 2008 โดยทาง IDC ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2024 บริษัทต่าง ๆ จะมีการลงทุนใน Blockchain สูงถึง 19 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตกว่า 48% ต่อปี (ที่มา: Harvest และ IDC ณ เมษายน 2564) และจากการสำรวจโดย 451 Alliance บริษัทชั้นนำด้านวิจัยเทคโนโลยี พบว่า 52% ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิต มีแผนจะใช้งาน Blockchain เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน จากปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Blockchain มีความน่าสนใจและสามารถสร้างโอกาสการลงทุนได้ในระยะยาว”
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ เชื่อว่าทั้ง “หุ้นยุโรป”, “หุ้นสหรัฐขนาดเล็ก” และ “Blockchain” ทั้ง 3 ธีมนี้ น่าจะช่วยเติมเต็มพอร์ตการลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี
