รู้หรือไม่?...“หุ้นจีน” เหมือนกัน ‘ผลตอบแทน’ ก็ต่างกันได้-หากนโยบายลงทุน ‘แตกต่างกัน’

“หุ้นจีน” เป็นตลาดหนึ่งที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจและเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุน รวมถึงนักลงทุนไทยด้วยเช่นกัน


ในช่วงเดือนที่ผ่านมา “หุ้นจีน” ก็กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วดลกอีกครั้งหลังจากที่ “รัฐบาลจีน” จัดหนักคุมเข้ม “หุ้นเทคฯ จีน” จนส่งผลให้ตลาดหุ้นแดงเดือดไปตามๆ กัน


ส่งผลกระทบถึงผลกระทบต่อผลงานของ “กองหุ้นจีน” ตั้งแต่ปีนี้ถึงปัจจุบัน (ณ 31 ก.ค. 21) ด้วยเช่นกัน โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -7.66%


อย่างไรก็ตามกองที่มี ผลงานดีสุด ยังทำผลตอบแทนได้สูงถึง 12.59% ในขณะที่กองที่มี ผลงานแย่สุด ให้ผลตอบแทนติดลบ -24.03% หรือต่างกันอยู่ 36.61%


เพราะฉะนั้น...ใน จีน” เองก็ยังมี “ความแตกต่าง” กันค่อนข้างมาก ถ้าเลือกไปผิดที่ผิดทาง ผลตอบแทนก็อาจจะแตกต่างกันได้อย่างที่เห็นนั่นเอง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพามารู้จักกับ “หุ้นจีน” ทั้ง 6 ประเภท ที่มีให้ลงทุนอยู่ในแผนที่การลงทุนของโลกกัน



รู้จักกับ “หุ้นจีน” ทั้ง
6 ประเภท...ที่นักลงทุนทั่วโลกลงทุนกัน

ปัจจุบันมี “กองหุ้นจีน” อยู่ 78 กอง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่นักลงทุนไทยคุ้นเคยและเข้าไปลงทุนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามแม้จะเป็น “หุ้นจีน” เหมือนกัน แต่ไปลงทุนแตกต่างกัน มีนโยบายลงทุนแตกต่างกันก็สามารถทำให้ผลตอบแทนออกมาแตกต่างกันได้เช่นกัน


สำหรับ “หุ้นจีน” ที่นักลงทุนทั่วโลกลงทุนอยู่รวมถึง “กองหุ้นจีน” ที่ไปลงทุนกันนั้น ก็จะไปลงทุนใน “หุ้นจีน” 6 ประเภท ได้แก่

1.‘A-Share’ เป็นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้’ และ ‘เสิ่นเจิ่น

2.‘B-Share’ เป็นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้’ และ ‘เสิ่นเจิ่น’ สกุลต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือฮ่องกงดอลลาร์ (HKD)

3.‘H-Share’ เป็นบริษัทจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง’ ในสกุลฮ่องกงดอลลาร์ (HKD)





4.‘Red-Chips’ 
เป็นบริษัทจีนที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีนจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ‘ฮ่องกง’ สกุลเงินฮ่องกงดอลลาร์ (HKD) โดยธุรกิจส่วนใหญ่รัฐเป็นเจ้าของ

5.‘P-Chips’ เป็นบริษัทจีนที่ตั้งอยู่ในเกาะเคย์แมน , ‘Bermuda and the British Virgin Islands’ ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ‘ฮ่องกง ในสกุลเงินฮ่องกงดอลลาร์ (HKD)

6.‘US ADRs’เป็นหุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ‘แนสแดก’ สหรัฐ


“สำหรับ กองหุ้นจีน ในไทยนั้นจะโฟกัสไปใน 3 ประเภทหลัก ได้แก่ H-Share, A-Share และ All-Share (ลงทุนได้ทุกตลาด) ซึ่งในช่วงหลังในช่วงปลายปี20 ก็จะมีการสร้างความแตกต่างในธีมการลงทุนแทนเรื่องของตลาด เช่น หุ้นเทคฯ จีน หรือหุ้น ESG จีน เป็นต้น


นอกจากนี้ ยังมี ‘กองหุ้นจีน ที่ไปลงทุนในกลุ่ม Greater China” ซึ่งจะไม่ใช่มีแค่หุ้นจีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเขตปกครองของจีนด้วยหลักๆ ได้แก่ ฮ่องกง, มาเก๊า และ ไต้หวัน ซึ่งในปีนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีผลงานที่โดดเด่นที่สุด


“โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุด ได้แก่ กองทุนเปิด เกรธเธอร์ ไชน่า (GC) จาก บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 ก.ค. 21) ได้ 12.59%



มั่นใจศักยภาพ “หุ้นจีน” ในระยะยาว...แนะ
‘ตลาดร่วง’ เป็นจังหวะ ‘ทยอยเข้าลงทุน’ หวังผลระยะยาวได้

สำหรับผู้ที่ลงทุนใน “กองหุ้นจีน” นับตั้งแต่ช่วงเดือนก.พ. ที่ผ่านมา อาจมีความรู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่ใช่น้อยหลังสารพัดมารุมกระหน่ำซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุนในหุ้นจีน โดยเฉพาะ Tech War” ปัจจัยสงครามเทคโนโลยีของ 2 มหาอำนาจโลก ที่ทาง สหรัฐ มีการเพิ่มรายชื่อการแบนบริษัทเทคโนโลยีจาก จีน 


แต่ปัจจุบันปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดัน “ตลาดหุ้นจีน” ก็คือ การควบคุมจาก “รัฐบาลจีน” นั่นเอง ที่ออกมาคุมเข้มบริษัทจีนที่จะไปจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศให้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงการทยอยคุม “หุ้นเทคฯ จีน” อื่นๆ ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หุ้นเทคฯ จีนทั้งที่จดทะเบียนในสหรัฐและในจีนเองต่างปรับตัวลงมาค่อนข้างแรง ส่งผลรวมต่อ “ตลาดหุ้นจีน” ในภาพรวมไปด้วยเช่นกัน


“จึงไม่น่าแปลกใจว่ากองทุนกลุ่มเทคฯ-จีน จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก โดย กองทุนเปิดบีแคป ไชน่า เทคโนโลยี (BCAP-CTECH)’ ของ บลจ.บางกอกแคปปิตอล (BCAP)’ มีผลงานตั้งแต่ต้นปีมาอยู่ท้ายตารางด้วยผลตอบแทนติดลบ -24.03%


ด้าน “นาวิน อินทรสมบัติ” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย จำกัด ยอมรับว่า จากมาตรการของรัฐบาลจีนที่เข้มงวดในการกำกับดูแลภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีการผูกขาดเพื่อสร้างความเป็นธรรมในตลาด ซึ่งที่ผ่านมาได้ควบคุมกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทำให้ตลาดหุ้นจีนผันผวนไปช่วงเวลาหนึ่ง และล่าสุดได้เข้ามาควบคุมกลุ่มโรงเรียนกวดวิชา (After-school Tutoring - AST) โดยเปลี่ยนให้เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีน A-Shares และ H-Shares” ปรับตัวลงแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อ “คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ได้ออกมาชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจและเรียกความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนกลับมา ทำให้ตลาดหุ้น A-Shares และ H-Shares ปรับขึ้น 1.5% และ 3.8% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 21)



(นาวิน อินทรสมบัติ)



“หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น Alibaba, Tencent และ Meituan ได้รับผลกระทบจาก Sentiment ของตลาดทั้งในรอบที่ผ่านมาและรอบล่าสุด อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจเหล่านี้ ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่ยุคดิจิทัล และสอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของคนรุ่นใหม่ในจีนที่เปลี่ยนไป”


บริษัทเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ ตลาดหุ้นจีน จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและการบริโภค ที่จะสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับหลายกลุ่มอุตสาหกรรมในระยะยาว เช่น กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ตามยุทธศาสตร์ Made in China 2025, กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2060 และกลุ่มสุขภาพ ที่รัฐบาลจีนต้องการให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่เหมาะสม รวมถึงสนับสนุนการลงทุนและวิจัยเพื่อพัฒนายาและนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ


“สำหรับผู้ลงทุนที่มี กองหุ้นจีน อยู่ในพอร์ตและยังต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองหุ้นจีน แนะนำให้เข้าลงทุนเพิ่มได้ แต่หากพอร์ตมีสัดส่วนการลงทุนในกองหุ้นจีนที่มากพออยู่แล้ว แนะนำให้ถือต่อไปเพื่อรอโอกาสตลาดปรับขึ้น ส่วนผู้ลงทุนที่ยังไม่เคยมีกองหุ้นจีนอยู่ในพอร์ต จังหวะนี้ถือเป็นโอกาสทยอยเข้าลงทุนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว”


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ความสามารถในการแข่งขันของบริษัทจีนในระยะยาวแล้ว เชื่อว่ากลุ่ม “กองหุ้นจีน” น่าจะตอบโจทย์คุณได้ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งสำคัญ...ต้องไม่ลืมดูว่า “หุ้นจีน” ที่ไหน...ที่คุณกำลังจะเข้าไปลงทุนประกอบด้วยนะ เพราะแม้จะเป็น “หุ้นจีน” เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้รับอาจจะแตกต่างกันได้เช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 22 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us