“กอง K-GEMO” กับโอกาสลงทุนใน “ตลาดเกิดใหม่”…ภูมิภาคที่ศก.โตแข็งแกร่งของโลก !!! 

ในช่วงที่ประเทศทั่วโลกเริ่มมีการแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 แก่ประชาชนในประเทศหรือบางประเทศเองก็เริ่มมีการเดินทางการสัญจรกันระหว่างภายในประเทศ


ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเองก็มีแนวโน้มที่จะกลับมาดีขึ้นอย่างเห็นมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศหรือภูมิภาคขนาดใหญ่อย่าง สหรัฐฯและยุโรป


ซึ่งการฟื้นตัวของกลุ่ม ประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Market)” ที่เป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจ ก็มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Market)” ไม่น้อยหรืออาจจะช่วยให้เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวเร็วขึ้นตามไปด้วย


โดยในมุมมองการลงทุนก็ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสทองการลงทุน สำหรับคนที่ต้องการลงทุนหรือดักเก็บหุ้นใน ธีมวัฏจักรเศรษฐกิจขาขึ้นที่จะได้รับประโยชน์ต่อจากนี้


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอ กองทุนเปิดเค โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต ออพพอร์ทูนนิตี้ (K-GEMO)” กองทุนดีกรี มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจและผู้อ่านกันในครั้งนี้



กอง K-GEMO” ลุยหุ้นตลาดเกิดใหม่เปิดโอกาสเติบโตไปกับศก.ที่แข็งแกร่งของโลก

หุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องถือว่าหายไปจากจอเรดาร์การลงทุนโลกพอสมควร ทั้งที่ตามทฤษฎีแล้วน่าจะเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดหุ้นพัฒาแล้ว แต่ในช่วง 7 เดือนแรก ( วันที่ 31 .. 21) ตลาดหุ้นเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนเพียง 0.22% เท่านั้น ในขณะที่ตลาดหุ้นโลกให้ผลตอบแทน 13.08% และย้อนหลังไป 1 ปี และ 3 ปี ให้ผลตอบแทน 20.64% และ 7.93% ต่อปี ตามลำดับ ในขณะที่หุ้นโลกให้ผลตอบแทน 33.18% และ 13.70% ต่อปี ตามลำดับ


ถือว่ายังตามหลัง ตลาดหุ้นโลก และ ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว อยู่พอสมควร ทั้งที่มองในแง่ของพื้นฐานทางเศรษฐกิจแล้วกลุ่มตลาดเกิดใหม่เหนือกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้


ล่าสุดทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” ได้คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม ตลาดเกิดใหม่และตลาดพัฒนาแล้วเอเชียอยู่ที่ 7.5% และ 6.4% ในปี21 และ 22 ตามลำดับ สูงกว่ากลุ่ม ตลาดพัฒนาแล้ว ซึ่งคาดว่าว่าจะอยู่ที่ 5.0% และ 4.4% ตามลำดับ


ท่ามกลางการฟื้นตัวที่โดดเด่น ธีมการเปิดประเทศและการแก้ปัญหา COVID-19 ที่กำลังจะตามหลังกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมา ก็ถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคการลงทุนที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน





อีกหนึ่งกองทุนรวมที่น่าสนใจในกลุ่มนี้มีชื่อว่า กองทุนเปิดเค โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต ออพพอร์ทูนนิตี้ (K-GEMO)” จาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัดที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2553 จนถึงปัจจุบัน ( วันที่ 3 สิงหาคม 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 1,302,549,195 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 12.20 บาท/หน่วย


กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มตลาดกำลังพัฒนาผ่านหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Schroder International Selection Fund Global Emerging Market Opportunities, Class A Acc​ (USD)’ หรือมีกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนหลัก และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75%  ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ


ซึ่งนโยบายของกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก (Emerging market countries) ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ส่วนของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน 


กอง K-GEMO’ มีการลงทุนในกองทุนหลัก ( วันที่ 30 มิ.. 64) 102.33%, เงินฝาก 2.03% และอื่นๆ -4.36%


โดยกองทุนหลักมีสัดส่วนการลงทุนแยกรายประเทศ ประกอบไปด้วย

-จีน 24.60%

-เกาหลีใต้ 17.40%

-บราซิล 9.30%

-ไต้หวัน 9.00%

-แอฟริกาใต้ 6.10%


และหากแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย

-FINANCIALS 30.20% 

-INFORMATION TECHNOLOGY 21.10% 

-CONSUMER DISCRETIONARY 18.90% 

-COMMUNICATION SERVICES 8.50% 

-MATERIALS 5.80% 

-OTHERS 15.50%





ในด้านผลการดำเนินงานของกอง K-GEMO’ ( วันที่ 31 .. 64) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 4.48% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่ 4.69% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 16.33% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 16.09%ต่อปี โดยในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -37.14%


กอง K-GEMO’ แม้ผลตอบแทนอาจจะไม่ได้สูงมาก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ผู้ถือหน่วยได้ผลตอบแทนเพิ่มเติม ที่สำคัญมีนโยบายการจ่ายปันผลปีละไม่เกิน 4 ครั้งโดยจ่ายในอัตราไม่เกิน 100%ของกำไรสะสมหรือกำไรสุทธิซึ่งรอบการพิจารณาจ่ายทุกสิ้นเดือน .. เม.. .. และต.. ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกองทุนได้มีปันผลทั้งสิ้น 12 ครั้ง เป็นเงิน 2.90 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับนักลงทุนที่ลงทุนอยู่ได้ไม่มากก็น้อย 


นักลงทุนที่สนใจหรืออยากเข้าลงทุนในกองทุนนั้น มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนอยู่ที่ 500 บาทเช่นกันโดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการนับหลังจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ขณะที่ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่าน สาขาธนาคารกสิกรไทย ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่น นอกจากนี้ยังมีช่องทางออนไลน์โดยผ่านโมบายแบงก์กิ้งจากธนาคารกสิกรไทย ​ K PLUS หรือผ่านแอพพลิเคชั่น K-My Funds​​ และ K-Cyber


ตลาดหุ้นเกิดใหม่ อาจเป็นตลาดที่นักลงทุนมองข้ามไปหลังจากที่ตลาดหุ้นพัฒนาแล้วอย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นยุโรปได้เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานของบริษัท แต่ในมุมเดียวกันเศรษฐกิจของหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วยเช่นกัน เพราะบางประเทศก็เป็นคู่ค้ากับประเทศดังกล่าว ซึ่งจะฟื้นตัวตามหลังมา ถือเป็นโอกาสลงที่ดีในวันนี้เพื่อหวังผลระยะยาวในวันหน้าได้เช่นกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us