“หุ้นเทคฯ สหรัฐ” พื้นฐานระยะยาวยังแกร่ง...แนะตลาดย่อ-จังหวะทยอยสะสม !!!

“ประเทศสหรัฐฯ” ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี จึงเป็นที่ได้รับความน่าสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมากถ้าจะบริษัทหรือหุ้นที่มีประสิทธิภาพและพื้นฐานที่ดี


ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาก็เป็นสิ่งสะท้อนถึงความน่าสนใจจากเป็นนักลงทุนเป็นอย่างดี ด้วยราคาหลักทรัพย์ของกลุ่ม “หุ้นเทคโนโลยี” ที่ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนทำให้เป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่สร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนอย่างท่วมท้น


แต่ก็มีนักลงทุนไม่น้อยที่จะอดตั้งคำถามกับหุ้นกลุ่มดังกล่าว ไม่ได้ว่าโอกาสการลงทุนและการสร้างผลตอบแทนของ “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ” จะไปต่อได้อีกมากน้อยเพียงใด


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสแชร์มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



“หุ้นเทคฯ สหรัฐ”...ธีมทางเลือกที่ควรมีติดพอร์ต

โดย “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ” ถือเป็นหนึ่งกลุ่มที่ควรให้น้ำหนักหรือมีติดพอร์ตไว้ด้วย แนวโน้มธุรกิจที่มีการเติบโตที่ในอนาคตหรืออย่างในบางบริษัทไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Microsoft และApple ที่มีความต้องการใช้ของผู้คนจนกลายเป็นปัจจัย 4 ทำให้ธุรกิจกลายเป็นโกลบอล แฟรนไชส์



(คมสัน ผลานุสนธิ)



ภาพรวม “ตลาดสหรัฐฯ” ยังไม่นิ่ง...อาจมีการย่อตัว-ปรับฐาน

แต่ด้วยภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ยังอยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่ว่าจะจากปัจจัยด้านพื้นฐานอย่างราคาหุ้นโดยรวมที่ได้มีการปรับขึ้นมาค่อนข้างสูงหรือเป็นระดับที่แพง และการปรับลดเม็ดเงินในการซื้อสินทรัพย์หรือลดการอัดฉีดเงินเข้าระบบ (QE tapering) ของธนาคารกลางสหรัฐฯที่อาจจะได้เห็นเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ก็อาจทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมาได้แต่ไม่มากนัก เนื่องจากตลาดได้เริ่มมีการรับรู้ไปบ้าง



จับตา 2 ประเด็นหลัก...“นโยบายขึ้นภาษีนิติบุคคล-อัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก”

รวมไปถึงยังมีปัจจัยอย่างนโยบายการ “ปรับขึ้นภาษีนิติบุคคล” ที่จะมีผลกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง และยังไม่นับรวมกับการกำหนด “อัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ที่ 15% ที่ในปัจจุบันหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้ใช้ช่องทางการจดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างประเทศเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี



 



“ซึ่งถ้าหาก 2 ประเด็นอย่างการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลมีความชัดเจนมากขึ้นและทั่วโลกมีมติเห็นชอบหรืออนุมัติให้มีการกำหนดอัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลกที่ 15% ก็อาจส่งผลเชิงลบกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯหรือเป็นปัจจัยที่ให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงมาได้”


แต่หากไม่โดนปัจจัยลบดังกล่าวก็มีโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง ด้วยผลการดำเนินงานของที่มีการเติบโตค่อนข้างดีซึ่งแนวโน้มก็ยังโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ต่อ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและช่องทางการสร้างรายได้ต่างๆ ตามโมเดลธุรกิจ



แนะจังหวะยิ่งย่อ...ยิ่งเป็นจังหวะเข้าซื้อ

สำหรับนักลงทุนที่สนใจก็อยากแนะนำว่า ในช่วงที่ราคาปรับตัวลดลงก็ถือเป็นโอกาสที่จะ “ทยอยสะสม” ในส่วนช่วงที่ราคามีการปรับตัวขึ้นสูงก็อาจจะไม่เหมาะสมนักที่จะไล่ซื้อ จึงอาจจะต้องติดตามปัจจัยลบต่างๆ ให้มีคลี่คลายหรือมีความชัดเจนก่อนเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อราคาหุ้นและกำไรบริษัท



“หุ้นเทคฯ สหรัฐ” อนาคตยังไปได้อีกไกล...แต่ระยะสั้นมีปัจจัยที่ต้องระวัง

ฟาก “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บลจ. ทิสโก้ จำกัด ได้ให้มุมมองว่า “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ผลการดำเนินงานจะมีการเติบโตได้ดีในอนาคต เนื่องจากทุกอุตสาหกรรมธุรกิจต้องมีการเปลี่ยนผ่านมาสู่โมเดลดิจิตอลซึ่งทำให้ความต้องการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น



(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)



 “ซึ่งผลการดำเนินงานของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีในไตรมาส 2/64 ก็ถือเป็นเครื่องยืนยัน ได้ว่าแม้เป็นช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แต่ศักยภาพการทำกำไรสุทธิของบริษัทก็ไม่ได้ด้อยลงหรือได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่านักลงทุนและตลาดคาดการณ์ไว้”



ระวังนโยบายปรับเม็ดเงินอัดฉีดเข้าระบบ...ที่อาจทำให้ “ตลาดผันผวน” ได้

โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้น จะเป็นเรื่องเซนติเมนต์ของตลาดที่อาจจะมีปัจจัยลบเข้ามากดดันในช่วงไตรมาส 3/64 – 4/64 ในประเด็นการดำเนินนโยบายปรับลดเม็ดเงินในการซื้อสินทรัพย์หรือลดการอัดฉีดเงินเข้าระบบ (QE tapering) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มีโอกาสทำให้ “ตลาดผันผวน” ได้ในระยะสั้นหรืออาจไม่เกิดขึ้นได้เช่นกัน



แนะนักลงทุน “ระยะสั้น” ต้องระมัดระวัง...แต่ “ระยะยาว” มองข้ามไปได้เลย

ซึ่งนักลงทุนที่ยังมองหาโอกาสการลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุน “ระยะสั้น” ก็อาจจะต้องระมัดระวังปัจจัยข้างต้น เพราะมีความเป็นไปได้ที่ตลาดจะเกิดการปรับฐานแต่ก็ถือเป็นโอกาสการเข้าลงทุนหรือทยอยสะสม ส่วนนักลงทุน “ระยะยาว” ก็สามารถมองข้ามปัจจัยดังกล่าวไปได้เลย เพราะในแง่พื้นฐานของธุรกิจยังมีศักยภาพที่ไปต่อได้อีกในอนาคต


หลายคนอาจจะเข้าใจโมเดลหรือการทำธุรกิจของกลุ่ม เทคโนโลยีสหรัฐฯ จนเกิดเป็นความสนใจและการแสวงหาโอกาสการลงทุน แต่ก็อาจจะมีความกังวลปัจจัยแวดล้อมต่างๆ นานาที่ส่งผลให้ราคาหุ้นถูกกดดัน ซึ่งแน่นอนว่าในระยะสั้นหุ้นกลุ่มดังกล่าวยังคงถูกท้าทายและต้องผ่านบทพิสูจน์ให้ได้ หากแต่ผู้ลงทุนมีเป้าหมายการลงทุนในระยะยาวก็อาจจะมองข้ามปัจจัยข้างต้นไปได้เลย

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
Updated 1 day ago
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 8 hours ago
Follow Us