“กอง M-MIDSMALL-D” สร้างโอกาสที่แตกต่าง...หลบ ‘หุ้นใหญ่’ ไปลุย ‘หุ้นขนาดกลาง-เล็ก’!!!
“ตลาดหุ้นไทย” ตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน ยังถูกกดดันด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่อัตราตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนไต่ระดับสู่ 20,000 กว่ารายต่อวัน
รวมไปถึงการบริหารจัดการและการแจกจ่ายวัคซีนของรัฐบาลที่ทำได้ไม่ดีนัก จนทำให้มาตรการล็อกดาวน์ประเทศยังคงดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และมีทีท่าว่าอาจจะต้องขยายเวลาออกไปอีกด้วย
ซึ่งดูจากสถานการณ์โดยรวม “ตลาดหุ้นไทย” จึงยังไม่อาจเป็นที่น่าสนใจนักในตอนนี้ แต่ช่วงที่ตลาดกำลังย่อตัวหรืออยู่ในช่วงที่ผันผวนก็มีนักลงทุนไม่น้อยที่อาศัยจังหวะเช่นนี้ในการทยอยสะสมหุ้น
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนี้ในการนำเสนอกองทุนรวมหุ้นไทยจาก “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)” ได้ที่รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“กอง M-MIDSMALL-D” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุน 6 ปีกว่า สุดแจ่ม 11.61% ต่อปี
ใน “ตลาดหุ้นไทย” ไม่ได้มีเพียงแค่ “หุ้นใหญ่” ในดัชนี SET50 เท่านั้น แต่ยังมี “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ให้เลือกลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน
กลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปบางส่วนก็นิยมที่จะลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ อาจจะด้วยหลากหลายเหตุผล และรู้สึกว่า “กองทุนหุ้น” อาจไม่ตอบโจทย์ เพราะเข้าใจผิดคิดว่ากองหุ้นไทยมีแต่จะลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่เท่านั้น
แต่ในความเป็นจริงแล้วกลุ่ม “กองหุ้นไทย” ที่มีนโยบายลงทุนใน “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ก็มีเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังคงการลงทุนอย่างมืออาชีพ ไม่ได้ไปลงใน “หุ้นซิ่ง” ที่ไม่มีพื้นฐานแต่ประการใด

โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี มิด สมอล แค็ป ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่รับเงินปันผล (M-MIDSMALL-D)” ที่ได้จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 139,120,850 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 14.99 บาทต่อหน่วย
“สำหรับนโยบายการลงทุนหลักของกองทุน ถึงจะเป็นการลงทุนหุ้นไทยแต่จะเป็นการมุ่งเน้นในบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
โดยบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กสำหรับกองทุนนี้ หมายถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ รวมถึงการจองซื้อหุ้นที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่เกิน 80,000 ล้านบาท ณ วันทำการก่อนหน้าวันที่กองทุนลงทุน
หากต่อมามูลค่าตลาดของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเติบโตกว่าหลักเกณฑ์ที่กองทุนกำหนดไว้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทดังกล่าวต่อไปได้และไม่ถือว่าเป็นการผิดนโยบายการลงทุนของกองทุน
หรือในบางครั้งกองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ตามนโยบายที่ว่ากองทุนรวมมีนโยบายที่เปิดให้มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund)
“ถ้านักลงทุนสังเกตที่ชื่อกองทุนได้มีการบ่งบอกชนิดของกองทุนที่เป็นแบบ ‘ชนิดปันผล’ เข้ามาช่วยประกอบการตัดสินใจของผู้ลงทุนที่กำลังมองหารายได้เพิ่มเติมระหว่างถือหน่วยลงทุน ซึ่งนโยบายของกองจะมีการจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนได้มีการจ่ายปันผลแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 4.02511 บาท/หน่วย น่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ที่ถือลงทุนได้เป็นอย่างดี
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 64 ‘กอง M-MIDSMALL-D’ มีการลงทุนในหุ้น 92.49% ที่เหลือเป็นเงินฝากและอื่นๆ อีก 7.51%
ซึ่งสัดส่วนการลงทุนแยกเป็นรายอุตสาหกรรม (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 64) กองทุน ประกอบไปด้วย
1.เงินทุนและหลักทรัพย์ 14.67%
2.พลังงาน 13.50%
3.ขนส่ง 11.82%
4.พาณิชย์ 9.13 %
5.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.57%

“ในด้านผลการดำเนินงานของ ‘กอง M-MIDSMALL-D ’ (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 64) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 11.61%ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 3.69% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 16.45%ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 16.05%ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -44.56%”
สำหรับนักลงทุนที่สนใจกอง M-MIDSMALL-D นั้น กองทุนมีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำมีมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 1,000 บาทขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนนั้นไม่มีการกำหนด500 บาทโดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 3 วันทำการ
“แม้ว่าหุ้นไทยขนาดกลางและเล็ก จะเป็นกลุ่มหุ้นที่มีการเติบโตค่อนข้างสูงจนทำให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี เป็นอีกทางเลือกในการกระจายการลงทุนออกจากลุ่ม ‘กองหุ้นใหญ่’ แต่ในบางครั้งก็จำเป็นที่ต้องพึ่งพารายได้ระหว่างถือหุ้นอย่างการปันผลด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับ ‘กอง M-MIDSMALL-D’ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกองที่น่าสนใจไปเป็นอย่างดี”
