Official Update :

“TJREIT” ลุย “อสังหาฯ-ญี่ปุ่น”... ประเทศที่ “พท.จำกัด-ราคาแพง” ติดอันดับโลก !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Fund of Property Fund - Foreign ที่เน้นลงทุน REIT-ญี่ปุ่น” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดําเนินงานของดัชนี TSE REIT”


“อสังหาริมทรัพย์” ในญี่ปุ่นถือเป็นอีกประเภทสินทรัพย์ที่น่าสนใจ นอกเหนือจากเรื่องการท่องเที่ยว ด้วยพื้นที่ของญี่ปุ่นที่มีอยู่อย่างจำกัด ในขณะที่ดีมานด์มีมาก ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น “แพง” ติดอันดับโลกเช่นเดียวกัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีกองทุนที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์กลุ่ม REIT-ญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



“TJREIT” ลุย “อสังหาฯ-ญี่ปุ่น” อีก “ทำเลทอง” ของการลงทุน

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า TJREIT: กองทุนเปิด ทิสโก้ เจแปน รีท บริหารจัดการโดย บลจ.ทิสโก้ มีความเสี่ยง “ระดับ 8” (เสี่ยงสูงมาก) จัดตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2558 เน้นลงทุนREIT-ญี่ปุ่น” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดําเนินงานของดัชนี TSE REIT” ผ่านกองทุนหลัก ‘NEXT FUNDS Tokyo Stock Exchange REIT’ ที่บริหารจัดการโดย Nomura Asset Management Co., Ltd.



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า”
& “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘TJREIT’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


หน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ก.ค. 25) มีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย

  • Composite/ Comprehensive 51.0%

  • Specialized (Office) 16.8%

  • Specialized (Logistics) 11.7%

  • Specialized (Residential) 6.6%

  • Specialized (Hotel) 3.9%


“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘TJREIT’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.09% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 3.32% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.08% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 14.29% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -19.54%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น

โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามข้อกำหนดซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการขายคืนไม่มีข้อกำหนดของการขายคืนครั้งแรก แต่กำหนดยอดคงเหลือขั้นต่ำไว้ที่ 100 หน่วย โดยมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทิสโก้, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัดหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน TISCO My Funds


“อสังหาริมทรัพย์-ญี่ปุ่น” เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยพื้นที่ที่มีจำกัดและดีมานด์ที่มีมาก จึงไม่น่าแปลกใจว่า “ญี่ปุ่น” จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ “ที่ดิน” มีราคาแพงติดอันดับโลก และนั่นก็ตามมาด้วย “โอกาสกรลงทุน” เช่นเดียวกัน สำหรับนักลงทุนที่สนใจ “REIT-ญี่ปุ่น” เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่สามารถเติมเต็มพอร์ตให้คุณได้ไม่มากก็น้อย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’