“INETREIT” ไม่หยุดนิ่ง ลุยลงทุน “INET-IDC3 เฟส 2 (ส่วนขยาย)”… ยกระดับรีทสู่ “Hub Data Center” ของไทย พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนกับธุรกิจแห่ง “ยุคดิจิทัล” !!!
โดย: บจก.ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์
ในโลก “ยุคดิจิทัล” (Digital Economy) พลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตเป็นเรื่องของ “เทคโนโลยี” โดยเฉพาะ AI, IoT และการใช้งาน Cloud Computing ที่มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแทรกซึมไปในทุกอุตสาหกรรมและเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของคนเราไปแล้วในปัจจุบัน
ถ้ามีโอกาสเข้าไปลงทุนใน “ธีมเทคโนโลยี” หนึ่งใน “Megatrend” ของโลกการลงทุนได้ ย่อมมีโอกาสเติบโตไปกับแนวโน้มแห่งอนาคตนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
แล้วธีมไหนล่ะ...ที่ใช่?
“ธุรกิจศูนย์ข้อมูล” (Data Center) เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี !!!
ยิ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเติบโตด้วยอัตราเร่งมากเท่าใด ปริมาณความต้องการใช้งานข้อมูลก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น นั่นทำให้ปริมาณพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทั่วโลกยิ่งทวีความสำคัญและมีการเติบโตรวดเร็วไปด้วยเป็นเงาตามตัว
วันนี้ โอกาสนั้นมาถึงแล้วกับ “INETREIT: ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต” ทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่าง “Data Center” ทั้งหมด พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่ให้บริการ Cloud อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังเป็นกองทรัสต์กองแรกและกองเดียวของไทยในขณะนี้ที่ “จ่ายปันผลรายเดือน” อีกด้วย
มีผลงานที่โดดเด่นด้วย “อัตราผลประโยชน์ตอบแทน 12 เดือนย้อนหลัง” ประมาณ 8-9% ต่อปี (ที่มา: SET อ้างอิงจากผลประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยจากผลประกอบการย้อนหลัง 12 เดือนนับจากวันที่เผยแพร่เอกสารฉบับนี้ และราคาตลาดของหน่วยทรัสต์ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา)
ล่าสุด INETREIT ได้ยื่นไฟลิ่งสำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเตรียมลงทุนเพิ่มใน “ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล IDC3 (เฟส 2 ส่วนขยาย)” มูลค่าไม่เกิน 2,900 ล้านบาท ยกระดับกองทรัสต์สู่ “Hub Data Center” ของไทย พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนกับธุรกิจแห่ง “ยุคดิจิทัล” นั่นเอง
“Data Center” ของไทย...กำลังเติบโตตามทิศทาง “ตลาดโลก”
ในช่วงที่ผ่านมาพัฒนาการด้านเทคโนโลยีของโลกที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณการใช้งานข้อมูลที่เติบโตด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีต่าง ๆ มีบทบาทมากขึ้นในยุคดิจิทัล ส่งผลให้มูลค่าของบริการด้าน “Data Center” ของโลกมีการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน โดยมีมูลค่า 416.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 และคาดการณ์ว่าจะเติบโตสูงถึง 624.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2029 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี เลยทีเดียว (ที่มา: บทวิเคราะห์ด้านการลงทุน, บจก.เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์แนชั่นนัล)
“เป็นผลจากปริมาณการใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลกจากการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) และการพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การสื่อสารระหว่างเครื่องจักรกับเครื่องจักร (M2M: Machine to Machine) จากการเติบโตของการใช้งานอุปกรณ์ในระบบอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (IoT) การวิเคราะห์ข้อมูลโดยระบบฐานข้อมูลใหญ่ (Big Data Analytics) ตลอดจนเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สายในเทคโนโลยี 5G ซึ่งมีการขยายพื้นที่ให้บริการอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ต้องขยายปริมาณการเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น อันเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของบริการ ‘Data Center’ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไปจนถึงผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ระดับโลก (Hyperscale Cloud Service Providers) นั่นเอง”
ในภูมิภาค “เอเชีย” เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่สำคัญของโลกของธุรกิจ “Data Center” และคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ใน “ไทย” ก็เช่นเดียวกัน โดยในปัจจุบัน ความต้องการใช้บริการ Data Center และ Cloud เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยคาดว่าจะเติบโตระหว่างปี 2021-2026 เฉลี่ย 19% ต่อปี สอดคล้องกับที่ตลาด “Public Cloud” มีอัตราการเติบโต (CAGR) ระหว่างปี 2022-2028 เฉลี่ย 20% ต่อปี ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะนโยบาย “Cloud First” ของรัฐบาลที่ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐปรับใช้เทคโนโลยี Cloud มากขึ้น โดยปัจจุบันธุรกิจ “Data Center” ของ “ไทย” อยู่ “อันดับ 4” ในอาเซียน เป็นรองสิงคโปร์, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย แต่ก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง (ที่มา: บทวิเคราะห์ด้านการลงทุน, บจก.เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์แนชั่นนัล)
“INETREIT” ไม่หยุดนิ่ง ลุยลงทุน “IDC3 (เฟส 2 ส่วนขยาย)”…ยกระดับกองทรัสต์สู่ “Hub Data Center” ของไทย
การลงทุนใน “REIT” สิ่งที่สำคัญกว่าเรื่องของ “เงินปันผล” นั่นคือโอกาสเติบโตของ “REIT” ในระยะยาว จากการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ที่จะช่วยเพิ่มผลประโยชน์ให้กับ “REIT” โดยสร้างรายได้ค่าเช่ารวมถึงผลประกอบการให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น...การลงทุนใน “REIT” ที่มีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ย่อมสำคัญกว่าการลงทุนใน “REIT” ที่ให้ “ปันผลดี” แต่ไม่มีโอกาสเติบโตในระยะยาวนั่นเอง
สำหรับธุรกิจ “Data Center” ถือเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาวตามแนวโน้มของโลกเทคโนโลยี และปัจจุบันในประเทศไทยมี REIT เพียงกองเดียวที่ลงทุนตรงในธุรกิจ “Data Center” โดยตรง นั่นก็คือ “INETREIT: ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต” ของ “บจก.ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์”
ที่เน้นลงทุนใน “ศูนย์ข้อมูล” (Data Center) INET-IDC3 เฟส 1 และเฟส 2 (ส่วนแรก) ที่ให้บริการด้าน Co-location และ Cloud ครอบคลุมทั้ง Infrastructure as a Service (IaaS), Platform as a Service (PaaS) และ Software as a Service (SaaS) นอกจากนี้ ทรัพย์สินของ “INETREIT” ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ซึ่งรวมถึง Uptime Tier III Certification และมาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ Cloud สะท้อนถึงคุณภาพและความน่าเชื่อถือของการให้บริการ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกองทรัสต์ในการมุ่งเน้นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
ล่าสุด INETREIT ได้ยื่นไฟลิ่งสำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 และอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเตรียมลงทุนเพิ่ม “INET-IDC3 เฟส 2 (ส่วนขยาย)” มูลค่าไม่เกิน 2,900 ล้านบาท เป็นทรัพย์สินที่มีศักยภาพอย่างมากในแง่ของความมั่นคงและโอกาสในการเติบโต เพื่อยกระดับสู่ “Hub Data Center” ของไทย ซึ่งการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 นี้จะเป็นการลงทุนในรูปแบบของการถือ “กรรมสิทธิ์” (Freehold) ซึ่งจะส่งผลให้กองทรัสต์มีศักยภาพในการสร้าง “กระแสเงินสด” จากทรัพย์สินดังกล่าวจากการให้เช่าทรัพย์สินได้เป็นระยะเวลานานแบบไม่มีกำหนดอายุจนกว่ากองทรัสต์จะขายทรัพย์สินหรือมิได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวนั้นแล้ว
“อีกทั้งการลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าวจะช่วย ‘เพิ่มผลประโยชน์’ ให้กับกองทรัสต์ โดยสร้างรายได้ค่าเช่ารวมถึงผลประกอบการของกองทรัสต์ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าประมาณการการจ่ายประโยชน์ผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยทรัสต์จะได้รับภายหลังจากที่กองทรัสต์ได้เข้าลงทุนในทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 0.01 บาทต่อหน่วย เมื่อเทียบกับกรณีที่กองทรัสต์มิได้ทำการลงทุนในทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติม”
โอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน...ด้วยการลงทุนเพิ่ม “Data Center” สินทรัพย์คุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ “INETREIT” ยังมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาวจากการลงทุนเพิ่มในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้กองทรัสต์สามารถสร้างรายได้เข้ามาได้อย่างสม่ำเสมอ
ด้วย “จุดเด่น” ของเจ้าของทรัพย์สินอย่าง “บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย” (INET) ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจ “Cloud” และ “Digital Platform” ของไทย มีความชำนาญในธุรกิจมาเป็นเวลายาวนานมากกว่า 30 ปี สะท้อนผ่านส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจนี้ได้เป็นอย่างดี โดยจากบทวิเคราะห์ด้านการลงทุน, บจก.เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์แนชั่นนัล ในปี 2024 มูลค่าตลาด “Global Cloud Service” ทั่วโลกอยู่ที่ 306,300.00 ล้านดอลลาร์ เป็นตลาด “Cloud ของไทย” 1,872.17 ล้านดอลลาร์ โดย “INET” ถือเป็นบริษัท Cloud Infrastructure สัญชาติไทย ที่มีส่วนแบ่งตลาด ประเภท IaaS “อันดับ 1” ที่ 10.8% สำหรับงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2024
ทั้งนี้ ยังมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในระยะยาว โดยจากแผนธุรกิจของ INET คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2025 VMI จะมีการใช้งานสะสมถึง 100,000 VMI เป็นโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจที่ใช้ “Cloud” และ “Digital Platform” ที่สำคัญการเติบโตนี้ยังเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของธุรกิจ “Data Center” ของ “INET” ด้วยเช่นกัน ทำให้ “INET” มีทรัพย์สินที่มีคุณภาพในมือที่พร้อมจะขายเข้ากองทรัสต์เพิ่มเติมได้ในอนาคต
ยิ่งไปกว่านั้น กองทรัสต์ยังมีโอกาสเติบโตจากการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมผ่าน ‘สิทธิในการปฏิเสธก่อน’ (Right of First Refusal) ในทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจประเภทศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล (Data Center) ของ ‘INET’ ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลประโยชน์ให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์รวมถึงเพิ่มความน่าสนใจให้กับกองทรัสต์เองด้วยเช่นกัน
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะเติบโตชะลอตัวลง แต่ปริมาณความต้องการใช้ข้อมูลต่าง ๆ ด้านเทคโนโลยีไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปด้วยแต่ประการใด ตรงข้ามกลับมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลบวกต่อธุรกิจ “Data Center” ให้เติบโตตามไปด้วยเช่นกัน ที่สำคัญในช่วงที่ทั่วโลกอยู่ในช่วง “ดอกเบี้ยขาลง” รวมทั้งไทยเองนั้น การลงทุนใน “REIT” ที่มีศักยภาพในการเติบโตไปกับแนวโน้มการเติบโตด้านเทคโนโลยี ไม่เพียงเท่านี้ยังมีการ “จ่ายปันผลรายเดือน” ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ลงทุนอีกด้วย เชื่อว่า “INETREIT” กองทรัสต์หนึ่งเดียวในไทยที่ลงทุนตรงในธุรกิจ “Data Center” ที่เชื่อมโยงโลกของเทคโนโลยีเข้าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้ง “นักลงทุนทั่วไป” และ “นักลงทุนที่เริ่มต้นลงทุนใหม่” ช่วยเสริมพอร์ตการลงทุนให้แข็งแกร่งได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
คำเตือน :
-
เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหน่วยทรัสต์ของ INETREIT ที่ยังไม่ได้มีผลบังคับใช้และได้รับการอนุมัติจาก สำนักงาน ก.ล.ต. ดังนั้น ข้อมูลในคลิปนี้จึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งนี้ ขอให้นักลงทุนติดตามข้อมูลจากร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ INETREIT ฉบับมีผลบังคับใช้ในเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. sec.or.th
-
เนื้อหาในบทความนี้ไม่ใช่การเสนอขายหน่วยทรัสต์ การเสนอขายหน่วยทรัสต์จะกระทำได้เมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. อนุญาตให้เสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหน่วยทรัสต์ลมีผลบังคับใช้
-
โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
