Official Update :

“B-INNOTECH” ลุย “หุ้นเทคโนโลยี” ทั่วโลก... โอกาสลงทุนรับ “ดอกเบี้ยขาลง” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Technology Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน หุ้นเทคโนโลยี” ของบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการหรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี


สำหรับธีม “เทคโนโลยี” เป็นหนึ่งใน Megatrend” ของโลกการลงทุนที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน “เศรษฐกิจยุคดิจิทัล” ในปัจจุบัน และยังต่อเนื่องไปในอนาคตข้างหน้าอย่างปฏิเสธไม่ได้


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นเทคโนโลยี” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน


“B-INNOTECH” โอกาสลงทุน “หุ้นเทคโนโลยี” ทั่วโลก

สำหรับกองทุนรวมที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่าB-INNOTECH: กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี บริหารจัดการโดย บลจ.บัวหลวงมีความเสี่ยง “ระดับ 7” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2560 มีนโยบายเน้นลงทุน “หุ้นเทคโนโลยี” ของบริษัททั่วโลกที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการหรือบริการ อันจะนํามาซึ่งประโยชน์อย่างสูงจากความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี ผ่านกองทุนหลัก ‘Fidelity Funds - Global Technology Fund, Class YACC-USD’ ที่บริหารจัดการโดย FIL Investment Management (Luxembourg) S.A.



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นค่า” และ “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘B-INNOTECH’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ

หน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ก.ค. 25) พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย

  • Information Technology 68.1%

  • Communication Services 10.2%

  • Consumer Discretionary 8.8%

  • Industrials 4.4%

  • Financials 3.2%


สำหรับ 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • สหรัฐ 61.6%

  • ไต้หวัน 9.0%

  • จีน 5.7%

  • เกาหลีใต้ 3.8%

  • ฝรั่งเศส 2.9%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) TAIWAN SEMICONDUCTOR MFG CO LTD 8.1%, 2) MICROSOFT CORP 5.9%, 3) APPLE INC 5.7%, 4) ALPHABET INC 4.4% และ 5) AMAZON.COM INC 4.1% ตามลำดับ”



“ในด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘B-INNOTECH’ ตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 15.76% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.09% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 19.25% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 22.14% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -25.03%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง
500 บาท เท่านั้น

สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุน “B-INNOTECHใน “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่การขายหน่วยลงทุนนักลงทุนสามารถทำได้โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไขการขายขั้นต่ำและยอดคงเหลือขั้นต่ำแต่ประการใด แต่ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการ นับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+4)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, บริษัทจัดการ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และในส่วนของช่องทางออนไลน์ อย่าง โมบายแอพฯ Bualuang iBanking และ Bangkok Bank Mobile Banking


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโต มีพื้นฐานรองรับ และคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้ม “ดอกเบี้ยขาลง” เชื่อว่าธีม “หุ้นเทคโนโลยี” ยังเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และหากมีการกระจายไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและกระจายไปในหลายประเทศทั่วโลก ก็จะช่วยในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงแม้จะยังอยู่ในธีมเทคโนโลยีก็ตาม


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’