ไม่ต้องกลัว “พอร์ตแตก”...“L&I ETF” ช่วยได้ พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ทำกำไรได้ทั้งตลาด “ขาขึ้น-ขาลง” เพิ่มศักยภาพเงินลงทุน “ใช้เงินเท่าเดิม-เพิ่มผลตอบแทนสูงสุด 2 เท่า” !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันศุกร์ที่ 26 ก.ย. 25 นี้ นักลงทุนไทยเตรียมเฮ !! จะมีโพรดักท์ใหม่ที่ช่วย “เพิ่มศักยภาพเงินลงทุน” ใช้เงินเท่าเดิม แต่เพิ่มโอกาสผลตอบแทนให้สูงขึ้นสูงสุด 2 เท่า เลยทีเดียว
ใช่แล้วเป็นเครื่องมือที่มี “Leverage” แต่เป็น Leverage บน “ตลาด Cash” (Cash Market) สะดวก ง่าย ไม่ต้องวุ่นวายเหมือน Leverage ในตลาดฟิวเจอร์ (Futures Market) แต่ประการใด
โพรดักท์นั่นก็คือ “Leveraged & Inverse ETF” หรือ “L&I ETF” นั่นเอง ซึ่งเป็น ETF ประเภทใหม่ มาเติมเต็มระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ของโพรดก์ที่อิงกับดัชนี SET50 ให้มีความครอบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
โดยจะมี “L&I ETF” เข้ามาใน “ตลาดหุ้นไทย” เพิ่มเติม 3 กอง เป็น “Leverage ETF” 2X 1 กอง และ “Inverse ETF” -1X และ -2X อีก 2 กอง ทั้งหมดมีนโยบายสร้างผลตอบแทนเป็น “แบบทวีคูณ” (Leveraged) และ “แบบตรงข้าม” (Inverse) กับดัชนีอ้างอิง “SET50 TRI” โดยคำนวณผลตอบแทนเป็น “แบบรายวัน”
ต่อไปนักลงทุนไทยก็จะมีโอกาสได้ใช้ “L&I ETF” เหมือนทีนักลงทุนสถาบันทั่วโลกใช้กันแล้ว จะ “เก็งกำไร” (Speculate) หรือ “บริหารความเสี่ยง” (Hedging) ก็ทำได้ในทุกภาวะตลาด ไม่ต้องกลัว “พอร์ตแตก” อีกต่อไป
“L&I ETF” น่าสนใจยังไง วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน
“L&I ETF” เพิ่มศักยภาพเงินลงทุน โอกาส “สร้างกำไร” & “บริหารความเสี่ยง”...ลงทุนง่ายๆ ซื้อได้ใน “ตลาดหุ้นไทย”
โดย “ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์” รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บอกว่า “L&I ETF” ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ ใน “ไต้หวัน” มีมาตั้งแต่ปี2014 คิดเป็นสัดส่วน 67% ของ AUM กองทุนรวมทั้งหมด ซึ่งไต้หวันเองก็เป็นตลาดที่มีนักลงทุนรายย่อยค่อนข้างมากเช่นกัน ในส่วนของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกก็มีการใช้กัน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่จะมี “L&I ETF” ใน “ตลาดหุ้นไทย” และนักลงทุนทั่วไปรวมถึงนักลงทุนสถาบันสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ทั้ง “การทำกำไร” หรือจะ “บริหารความเสี่ยง” ก็ตาม

(ดร.รินใจ ชาครพิพัฒน์)
สำหรับ “L&I ETF” เป็นกองทุน ETF ที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนเป็น “แบบทวีคูณ” (Leveraged) และ “แบบตรงข้าม” (Inverse) กับดัชนีอ้างอิง โดยคำนวณผลตอบแทนเป็น “แบบรายวัน” ช่วยเพิ่มศักยภาพเงินลงทุน ซึ่งกำลังจะเพิ่มเข้ามาใน “ตลาดหุ้นไทย” 3 ประเภท ที่อ้างอิงกับดัชนี “SET50 TRI” ประกอบด้วย
-
Leveraged ETF (2X) มุ่งหวังผลตอบแทนทวีคูณ 2 เท่า จากผลตอบแทนรายวันของดัชนีอ้างอิง
-
Inverse ETF (1I) มุ่งหวังผลตอบแทนตรงกันข้าม 1 เท่า จากผลตอบแทนรายวันของดัชนีอ้างอิง
-
Inverse ETF (2I) มุ่งหวังผลตอบแทนตรงกันข้าม 2 เท่า จากผลตอบแทนรายวันของดัชนีอ้างอิง

“ลงทุนง่ายสะดวกเพราะเป็น Leverage บนตลาด Cash จ่ายเงินลงทุนก็จบ ไม่ยุ่งยากเหมือนตลาด Future ที่มีเรื่อง Margin, Time Decay ซึ่งนักลงทุนทั่วไปอาจไม่คุ้นเคย ก็ทำผ่าน ‘L&I ETF’ ได้ แต่จะเป็นเครื่องเหมาะกับนักลงทุนที่ชอบความเสี่ยง ชอบความเร้าใจ มองหาโอกาสในการทำกำไรทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง เพราะด้วยตัวเครื่องมือเองไม่เหมาะกับการลงทุนระยะยาวแต่ประการใด จะมีความเสี่ยงในเรื่องของการทบต้นรายวัน (Compounding Risk) อาจทำให้ผลตอบแทนสะสมระยะยาวคลาดเคลื่อนจากที่คาดหวังนั่นเอง โดยลงทุนง่ายๆ ในตลาดหลักทรัพย์เหมือนซื้อหุ้นได้เลย”
รู้จักบุคลิกของ “L&I ETF” ก่อนลงทุน
ด้าน “เทดดี้ อีริคสัน” ผู้จัดการกองทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอล บอกว่า “L&I ETF” จะมีกลไกปรับพอร์ตทุกวันเพื่อให้ “การทวีคูณของผลตอบแทน” เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด เช่น 2X, -1X และ -2X อาจทำให้ผลตอบแทนสะสมระยะยาวคลาดเคลื่อนจากจำนวนเท่าของดัชนีนั่นเอง ดังนั้น ผลตอบแทนจะอิงกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนี “รายวัน” ไม่ใช่ระยะเวลาที่เกิน 1 วัน เมื่อตลาดขึ้นลงสลับกัน ผลกระทบจากการทบต้น (Compounding) จะทำให้ผลตอบแทนจริงต่างจากจำนวนเท่าของดัชนี ผลตอบแทนสุดท้ายจึงขึ้นกับ “เส้นทางการเคลื่อนไหวของราคา” (Path Dependency) ไม่ใช่แค่ “จุดเริ่มต้น” และ “จุดจบ” เท่านั้น

“L&I ETF” ด้วยตัวเครื่องมือจึงเหมาะกับการลงทุนระยะสั้น และจะให้ผลตอบแทนที่ “ดีกว่า” ดัชนีอ้างอิงเมื่อตลาดมี “ทิศทางที่ชัดเจน” ไม่ว่าจะขาขึ้นหรือขาลงก็ตาม แต่ถ้าตลาดผันผวน Sideway หรือแกว่งไปมาทรงตัวไม่ไปไหน ผลตอบแทนของได้จะ “แย่กว่า” ดัชนีอ้างอิง อันนี้เป็นบุคลิกของ “L&I ETF” ที่นักลงทุนควรทำรู้จักและเข้าใจไว้ก่อนลงทุน
สำหรับ “L&I ETF” ของบริษัทมี 3 กอง ได้แก่
1.“2X01BSET50” มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนแบบทวีคูณ “2 เท่า”ของผลตอบแทนรายวันของดัชนี SET50 TRI
2.“1I01BSET50” มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนตรงกันข้ามแบบ “-1 เท่า” ของผลตอบแทนรายวันของดัชนี SET50 TRI
3.“2I01BSET50” มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนตรงกันข้ามแบบ “-2 เท่า” ของผลตอบแทนรายวันของดัชนี SET50 TRI
“L&I ETF” ใช้ง่ายกว่าตลาด Futures…พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ทำกำไรได้ทั้งตลาด “ขาขึ้น-ขาลง”
ด้าน “อรรถนันต์ ปิยเศรษฐ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่าย Structured Product และฝ่ายหลักทรัพย์ต่างประเทศ บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง ที่มองว่ว “L&I ETF” เป็นเครื่องมือที่สะดวกและใช้ง่ายกว่าเครื่องมือในตลาด Futures ซึ่งนักลงทุนไทยกลุ่มใหญ่สามารถเข้ามาใช้ได้ง่ายและสะดวกกว่า ไม่ยุ่งยาก ถือเป็นกลุ่มใหญ่ของตลาด ซึ่งจะเป็นคนละกลุ่มนักลงทุนที่อยู่ในตลาด Futures กลุ่มนั้นอาจจะต้องการ Leverage ที่สูงหลายสิบเท่า มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของ Margin, Time Decay เป็นต้น
ดังนั้น “L&I ETF” จึงเหมาะกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุน ไม่ใช่มือใหม่ มีความเข้าใจในโพรดักท์ที่ซับซ้อน ติดตามและทบทวนสถานการณ์ลงทุนของตัวเองเป็นประจำทุกวัน เข้าใจลักษณะเฉพาะของผลตอบแทนที่เป็นคุณสมบัติการ Daily Reset และ Compounding Effect มองโอกาสทำกำไรจากแนวโน้มตลาดในระยะสั้น

“ข้อดีของ ‘L&I ETF’ คือ โอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ช่วยเพิ่มผลตอบแทนในระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ถ้ามองพลาดก็เป็นความเสี่ยงเช่นกัน ทำกำไรได้ในทุกภาวะตลาดทั้งขาขึ้น-ขาลง และมีความยืดหยุ่นในการซื้อขายได้เหมือนหุ้นทั่วไป ส่วนข้อควรระวัง คือ ราคามักผันผวนกว่ากองทุน ETF ทั่วไป ไม่เหมาะสำหรับการถือครองระยะยาว และมีค่าธรรมเนียมการบริหารสูงกว่ากอง ETF ทั่วไปนั่นเอง”
ประโยชน์ที่เห็นชัด เวลา “หุ้นลง” ในอดีตทำอะไรไม่ได้ ไม่ขาย ไม่ขาดทุน แต่ต่อไป ไม่ใช่ ใครลงทุนถือหุ้นใหญ่ไว้ในพอร์ต ไม่อยากขายหุ้นตอนตลาดลง ก็ซื้อ Inverse ETF ได้เลย สมมติพอร์ตหุ้น 1 แสนบาท คาดว่าตลาดหุ้นจะลง ก็ซื้อ -1X ไว้ 1 แสนบาท หรือใช้ 5 หมื่นบาท ซื้อ -2X ก็ได้ ทำได้ทันทีช่วยป้องกันความเสี่ยงพอร์ต เป็นต้น
เป็นยังไงกันบ้าง “L&I ETF” นี้ถือเป็นโพรดีกท์ที่น่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสเพิ่มค่าเงินลงทุน ใช้เงินเท่าเดิม เพิ่มโอกาสผลตอบแทนให้สูงขึ้น สูงสุด 2 เท่า ทำได้ในทุกภาวะตลาดทั้ง “ขาขึ้น-ขาลง” เชื่อว่า “L&I ETF” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
