Official Update :

“Search for Yield” ง่ายๆ เอาใจ “สายเซฟ”... แนะขยับสู่ “กองตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว” ช่วย “อัพผลตอบแทน” รับ “ดอกเบี้ยขาลง” !!!

Fun of Funds: “ดอกเบี้ยต่ำ” และอยู่ในช่วงขาลง อาจจะดีกับ “ผู้ประกอบธุรกิจ” แต่ “ผู้มีเงินออม” ที่ฝากเงินกินดอกเบี้ยแสนสุดช้ำใจ


สำหรับ “สายเงินฝาก” หรือลงทุน “สายเซฟ” เน้นความมั่นคง ผลตอบแทนไม่ต้องสูงมาก ขอแค่ “ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก” ก็โอเคแล้ว


จังหวะ “ดอกเบี้ยขาลง” ของไทยนี้ เป็นจังหวะทองของ “กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว” ยืดอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ให้ยาวขึ้น ก็ช่วยอัพผลตอบแทนที่ดีได้แบบไม่เสี่ยงมากแต่ประการใด


ส่วนใครที่ชอบความเสี่ยงเพื่อตอบโจทย์ “สร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว เน้นของดีมีพื้นฐาน ลงทุนแล้วสบายใจ “หุ้นสหรัฐ” ในดัชนี S&P500” ก็ยังเป็นทางเลือกที่อุ่นใจได้


ทำไม? “กองตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว” และ “หุ้นดัชนี S&P500” จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันได้เลย



ชู “กองตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว” ตอบโจทย์ “ดอกเบี้ยขาลง”...ยืดอายุตราสารหนี้ อัพผลตอบแทน

โดย “พรทิพา หนึ่งน้ำใจ” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้ บลจ.กรุงศรี บอกว่า ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้ผ่าน “วัฏจักรของดอกเบี้ยขาขึ้นและขาลง” มาแล้ว 2 รอบใหญ่ คือช่วงดอกเบี้ยขาลงในยุค COVID-19 และช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นหลัง COVID-19 โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 2.5% จากจุดต่ำสุดที่ 0.5% และปัจจุบัน “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (ธปท.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาแล้ว 1% มาอยู่ที่ระดับ 1.5% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงอยู่ในวัฏจักร “ดอกเบี้ยขาลง” และยังมีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับลดลงได้อีก


(พรทิพา หนึ่งน้ำใจ)


“ประเทศไทยยังคงอยู่ในวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง และยังมีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับลดลงได้อีก คาดมีโอกาสลดดอกเบี้ยได้อีก 1-2 ครั้งภายในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว โดยนักลงทุนต้องพิจารณาระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และเลือกอายุคงเหลือเฉลี่ยของกองทุน (Duration) ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน”


สำหรับนักลงทุนที่สามารถลงทุนได้ 1-2 ปีขึ้นไป เป็นเงินลงทุนที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น สามารถลงทุนใน “กองทุนตราสารหนี้” ที่มีอายุเฉลี่ย (Duration) 1–3 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง


ส่วนนักลงทุนที่มีความเข้าใจและรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น อาจเพิ่มการลงทุนใน “กองทุนตราสารหนี้”ที่มี Duration 3–7 ปี แนะนำถือลงทุน 2 ปีขึ้นไป


กองทุนตราสารหนี้ที่บริหารแบบ Active จะมีโอกาสที่ดีกว่าในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นภายในกรอบระยะเวลาการลงทุนที่แนะนำ ทั้งนี้คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะอยู่ในช่วง 0.75 - 1.25% ในช่วงปี25-27


มอง “หุ้นใหญ่” ในดัชนี “
S&P500” ยังน่าสนใจ-ลงทุนระยะยาวได้

ในขณะที่ “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ” บลจ.เอ็มเอฟซี มองว่า นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และมองหาโอกาสลงทุนเพื่อเติบโตไปกับหุ้นคุณภาพดีนั้น “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ยังน่าสนใจในการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะ “หุ้นขนาดใหญ่” 500 ตัว ในดัชนี S&P500” ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐ จำนวน 500 บริษัท ครอบคลุมประมาณ 80% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้นทั้งหมด และกระจายอยู่ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วยหุ้นชั้นนำระดับโลก เช่น Nvidia, Microsoft, Apple, Amazon, Meta, Broadcom, Alphabet, Berkshire Hathway, Telsa ที่เป็นหุ้นเติบโตคุณภาพดี ยังมีศักยภาพเติบโตในอนาคต


(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)


“ตลาดคาดหวัง ธนาคารกลางสหรัฐ’ (Fed) จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายการเงินต่อเนื่อง หลังจากได้ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. 25 และข้อมูลตลาดแรงงานและจ้างงานล่าสุดที่ออกมาอ่อนแอ ยิ่งเพิ่มความหวังดอกเบี้ยลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐในเดือนต.ค. ข้อมูลสถิติย้อนหลังพบว่า ตลาดมักมีการปรับฐานและเป็นเดือนที่หุ้นมีโอกาสติดลบมากกว่าบวก จึงเพิ่มโอกาสในการเข้าลงทุนช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงได้เป็นอย่างดี สำหรับการลงทุนระยะยาว”


ใครที่กำลัง “Search for Yield” เพื่ออัพผลตอบแทนให้ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ในขณะที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงมากนัก กลุ่ม “กองตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว” เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ รับ “ดอกเบี้ยขาลง” ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าอยากได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว รับความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นได้ “หุ้นดัชนี S&P500” ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของสหรัฐ ก็ช่วยให้คุณเติบโตไปพร้อมตลาดในระยะยาวแบบอุ่นใจได้เช่นกัน

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai