ถึงเวลาเพิ่มน้ำหนัก “หุ้น”...หลังสหรัฐส่งสัญญาณทำ “QE Tapering” ช่วงปลายปีนี้ !!!

ภาพเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว โดยมี “สหรัฐ” เป็นหัวจักรใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้


ตัวเลขเงินเฟ้อและอัตราการจ้างงงาน ตลอดจนตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาดีก็ทำให้ทาง “ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)” ออกมาส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดวงเงิน QE หรือการทำ QE Tapering” ในเร็วๆ นี้


ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาดูความชัดเจนของ FED อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในการประชุมที่ Jackson Hole วันที่ 26-28 ส.ค. 21 นี้


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจเกี่ยวเนื่องกับ QE Tapering มาฝากกัน





คาดสหรัฐทำ
“QE Tapering” ช่วงปลายปีนี้...สัญญาณดีสะท้อนศก.สหรัฐฟื้นตัวแข็งแกร่ง-แนะเพิ่มน้ำหนัก “หุ้น”

ท่าทีของ FED ในครั้งนี้ ส่งสัญญาณทำ QE Tapering ในลักษณะที่ทำเร็ว แต่ทยอยทำ ดีกว่าทำช้า แล้วไปทำมากๆ


โดย “พงค์ธาริน ทรัพยานนท์” Head of Thai Fixed Income บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสท์เม้นท์ จำกัด มองว่า คาดว่า FED จะเริ่มทำ QE Tapering ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปีนี้ (เดือนธ.ค.21) หรือการประชุมก่อนหน้าในเดือนพ.ย.21 โดยจะลดวงเงินซื้อพันธบัตร-MBS ลง 10,000-20,000 ล้านดอลลาร์/เดือน (ปัจจุบันซื้ออยู่ 120,000 ล้านดอลลาร์/เดือน) ไปหมด QE จริงๆ ช่วงครึ่งหลังของปี22 แต่ในส่วนของดอกเบี้ยนโยบายจะยังไม่ขึ้นจนกว่าจะปี2023 หรืออีก 18 เดือนข้างหน้าจากนี้ ซึ่งการทำ QE Tapering ถือเป็นสัญญาณที่ดีสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลแต่ประการใด จะเห็นว่า เงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มกลับมา อัตราการว่างงาน ก็ลดลง ในมุมมอง FED เองที่งสัญญาณมาแบบนี้แสดงว่าเศรษฐกิจของสหรัฐพร้อมแล้วที่จะทำ QE Tapering ดังนั้น ตลาดเองก็ไม่น่าจะตกใจอะไร



(พงค์ธาริน ทรัพยานนท์)



“ในภาวะแบบนี้ที่เศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัว ดอกเบี้ยทั่วโลกยังทรงตัวในระดับต่ำและมีแนวโน้มจะขึ้น การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง หุ้น จะมีความน่าสนใจกว่า ตราสารหนี้ ในภาพรวมจึงควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นขึ้น ในส่วนของการลงทุนในตราสารหนี้เองนั้นก็ควรลดอายุเฉลี่ยของตราสารที่ลงทุนลงให้สั้นเพื่อลดผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นที่อาจตามมาได้ เรายังมองว่าสหรัฐจะทำ QE Tapering ในช่วงปลายปีนี้ แต่ถ้าไม่ทำก็แสดงว่าผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์เดลต้าอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่าที่คิด นั่นก็เป็นความเสี่ยงได้เช่นกัน”



ชู “หุ้นจีน” พื้นฐานไม่เปลี่ยน
-ราคาถูกลง...แนะลงทุนหวังผล ‘ระยะยาว’ ได้ แต่ 3-6 เดือนข้างหน้า ยังมีความผันผวนอยู่

เช่นเดียวกับ “พฤกษา เอี่ยมธงทอง” Senior Investment Director, Asian Equity บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด อินเวสท์เม้นท์ จำกัด ที่มองว่า QE Tapering ที่คาดว่าจะทำในปี21 นี้ ไม่น่ากลัวเหมือนในปี13 เพราะ FED เองมีประสบการณ์มาแล้ว จึงมีการสื่อสารและส่งสัญญาณกับตลาดมาเป็นระยะๆ ถือว่าตลาดมีการรับรู้ไปมากแล้ว สิ่งสำคัญในส่วนของการลงทุนใน “หุ้น” คือ การเติบโตของกำไรบริษัท และอัตราการฉีดวัคซีนและประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีน ในช่วงที่ผ่านมาทาง “สหรัฐ” และ “ยุโรป” ทำได้ดีกว่าประเทศในเอเชีย จึงทำให้เศรษฐกิจเขากลับมาได้เร็วกว่า กำไรบจ.ก็โตดีกว่า นั่นจึงทำให้ตลาดหุ้นฝั่งตลาดพัฒนาแล้ว Perform ได้ดีกว่าตลาดเอเชียในช่วงที่ผ่านมา


“เงินเฟ้อ” ยังไม่ใช่ปัญหาของเอเชียดังนั้นดอกเบี้ยนในเอเชียจะปรับขึ้นก็คงในปีหน้า การทำ QE Tapering ในครั้งนี้ ทำเร็ว แต่ค่อยๆ ทำ เชื่อว่าตลาดรับได้ และโดยภาพรวมจะดีต่อ “ตลาดหุ้นเอเชีย” ด้วย



(พฤกษา เอี่ยมธงทอง)



“สำหรับ “ตลาดหุ้นจีน” ที่ถูกเทขายในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่ปัญหาเรื่องพื้นฐานไม่ดี แต่เป็นเรื่องของการเข้ามาควบคุมของภาครัฐ ซึ่งจากประสบการณ์ที่เราลงทุนในจีนมากกว่า
30 ปี จะพบว่าในทุกๆ 3-5 ปี รัฐบางจีนก็จะเข้ามาปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้อาจจะเป็นการปรับปรุงที่ใหญ่หน่อยเท่านั้นเอง แต่จีนคงไม่มุ่งหวังให้บริษัทเหล่านั้นกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจแต่ประการใด ดังนั้นความผันผวนยังมีในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้านี้ แต่พื้นฐานไม่เปลี่ยน ราคาลดลง สำหรับคนที่มีระยะเวลาการลงทุนที่นานพอและสามารถรับความเสี่ยงได้ ก็เป็นจังหวะเข้าลงทุนในหุ้นจีนเพื่อหวังผลในระยะยาวได้เช่นกัน”


สำหรับใครที่กังวลต่อเรื่องของ “QE Tapering” หลังจากได้รับรู้ข้อมูลแล้ว เรื่องนี้ดูไปไม่ได้น่ากลัวแต่ประการใด แต่กลับส่งสัญญาณในเชิงบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐและของโลกอีกด้วย อย่าลืมว่า...โอกาสในการลงทุนมีอยู่เสมอ ตั้งสติให้ดีก่อนสตาร์ทการลงทุนเท่านั้นเอง

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 19 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us