Official Update :

“ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” โอกาสที่เหนือกว่า... “ผลตอบแทนคุ้มค่าความเสี่ยง” อีกโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ !!!

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...“ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” (EMB: Emerging Market Bond) ช่วง 11  เดือนแรกปีนี้ ให้ผลตอบแทนสกุลเงินดอลลาร์ +8.92% (Unhedge) และ +5.08% (Hedge) (ที่มา: FTSE Emerging Markets Government Bond Index (EMGBI), ณ วันที่ 30 พ.ย. 25)


ถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจ ในกลุ่มของ “ตราสารหนี้” ระดับความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นแต่ก็สูงกว่าตราสารหนี้ตลาดพัฒนาแล้ว


แต่ก็มาพร้อมกับ “อัตราผลตอบแทน” ที่สูงกว่า และยังมีโอกาสทำกำไรทั้งจาก “ดอกเบี้ยขาลง” ด้วยเช่นเดียวกัน


EMB” ส่วนใหญ่จะอยู่ในเอเชีย แต่ก็จะมีในยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกาด้วยเช่นกัน ซึ่งโอกาสของผลตอบแทนก็จะมีหลากหลายกว่าแต่ก็ต้องอาศัย “ผู้จัดการกองทุน” ที่มีความเชี่ยวชาญการลงทุนในตราสารหนี้ตลาดเหล่านี้เป็นผู้บริหารจัดการให้นั่นเอง


ผลงานกลุ่ม “กองตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” ช่วง 11 เดือนแรกปีนี้ ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +5.32% (ดีสุด +10.01%, แย่สุด -4.97%) มีกองทุน 88% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก”


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ ที่น่าสนใจมาฝากกัน


เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่"…โอกาสที่เหนือกว่า "คุ้มค่าความเสี่ยง"

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็นกองทุนประเภท Feeder Fundทั้ง 4 กอง ที่มีสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย


- ES-EBF: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Emerging Bondของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม Emerging Market Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นลงทุน “ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” ผ่านกองทุนหลัก ‘Amundi Funds Emerging Markets Hard Currency Bond, Class Q-I(14) HU-C’ ที่บริหารจัดการโดย Amundi Luxembourg S.A.


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 31 ต.ค. 25) มีการลงทุนกระจายตามเครดิตเรทติ้งมากสุด ประกอบด้วย

  • BB 24.10%

  • BBB 19.74%

  • CCC 12.24%

  • B 11.68%

  • A  11.39%


- ถัดมาเป็น K-APB-A(A): กองทุนเปิดเค เอเชีย แปซิฟิก บอนด์ ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.กสิกรไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม Emerging Market Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นลงทุน “ตราสารหนี้” เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยและการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (รวมประเทศญี่ปุ่น) ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นหลัก ผ่านกองทุนหลัก LO Funds – Asia Value Bond Fund, (USD), NAที่บริหารจัดการโดย Lombard Odier Funds (Europe) S.A.


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 31 ต.ค. 25) มีการลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย

  • INDIA 20.40%

  • JAPAN 12.90%

  • HONG KONG 10.70%

  • CHINA 7.90%

  • SAUDI ARABIA 7.50%


“โดยเครดิตเรทติ้งของตราสารหนี้ที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) A 11.60%, 2) BBB 45.10% และ 3) ต่ำกว่า BBB 39.80% ตามลำดับ”


- มาต่อกันด้วย AEOB: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อีเมอร์จิ้ง ออพพอร์ทูนิตี้ส์ บอนด์ ฟันด์ของบลจ.อเบอร์ดีน เป็นกองทุนในกลุ่ม Emerging Market Bond” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” ของบริษัทที่่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศที่่เป็นตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) หรือที่่ออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐของประเทศที่่เป็นตลาดเกิดใหม่ในอัตราไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของพอร์ตการลงทุน ผ่านกองทุนหลัก abrdn SICAV I - Emerging Markets Bond, Z Acc USD’ ที่บริหารจัดการโดย abrdn Investments Luxembourg S.A.


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 31 ต.ค. 25) มีการลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย

  • เม็กซิโก 6.87%

  • ตุรกี 5.34%

  • บราซิล 5.21%

  • สาธารณรัฐโดมินิกัน 3.95%

  • โรมาเนีย 3.80%


“โดยตราสารหนี้ที่ลงทุนมากสุดกระจายใน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) Government 70.31%, 2) Quasi Sovereign 9.07%, 3) Energy 4.04%, 4) Materials 3.20% และ 5) Utilities 2.22% ตามลำดับ”



-  ปิดท้ายกันด้วย SCBEMBOND: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ ชนิดจ่ายเงินปันผลของบลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นกองทุนในกลุ่ม Emerging Market Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge” ความเสี่ยงระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่เน้นลงทุน “ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Funds–Emerging Markets Investment Grade Bond Fund, Class C (acc) USD’ ที่บริหารจัดการโดย J.P Morgan Asset Management


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ต.ค. 25) มีการลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย

  • เม็กซิโก 14.10%

  • ชิลี 7.70%

  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 6.60%

  • ซาอุดิอาระเบีย 6.40%

  • เปรู 5.70%


“โดยตราสารหนี้ที่ลงทุนมากสุดกระจายใน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) Government 25.80%, 2) Financial 24.60%, 3) Oil & Gas 13.10%, 4) Utilities 10.40% และ 5) Metals & Mining 6.40% ตามลำดับ”


สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนใน “ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market Bond) เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนตราสารหนี้ในประเทศ รับความเสี่ยงได้ ก็ถือว่า “ค้าค่าความเสี่ยง” เป็นอีกสินทรัพย์ที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถลงทุนง่ายๆ ผ่านกลุ่ม “กองตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” นั่นเอง เลือกนโยบายที่ใช่และตรงใจ ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของคุณก็แล้วกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’