“ASP-NGF” ลุย “หุ้นญี่ปุ่น” ดาวเด่นแห่ง “DM-เอเชีย” … การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง-ปัจจัยบวกหนุน “กำไรบจ.” โตต่อเนื่อง !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Japan Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นญี่ปุ่น” คว้าโอกาสการลงทุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
ปีนี้ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” (Nikkei225) ปรับตัวขึ้นมาแล้ว +28.25% แต่มองไปปี26 ยังคงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ "น่าสนใจ” และเป็นเป้าหมายเงินลงทุนในสายตานักลงทุนทั่วโลกอยู่ แม้ว่าในปีที่ผ่านมาดัชนีจะปรับตัวขึ้นมาพอสมควรแล้วก็ตาม
เพราะการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลายๆ อย่างเริ่มจะเห็นผลชัดเจนขึ้นหนุนกำไรบจ.ให้โตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น 1) การปฏิรูปบรรษัทภิบาล (Corporate Governance Reform), 2) การสิ้นสุดภาวะเงินฝืด ก้าวเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อที่ "พอดี" ที่เป้าหมายประมาณ 2%, 3) นโยบายการเงินและการคลังเชิงรุกต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และ 4) กำไรบริษัทจดทะเบียน (EPS Growth) ในปี26 ที่ยังเติบโตได้ดีเป็นเลข 2 หลัก
แม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดว่าจะโต 1.1% และ 0.6% ในปี25 และ26ตามลำดับ (ที่มา: World Economic Outlook, October 2025)
แต่ “หุ้นญี่ปุ่น” (Nikkei225) ยังคงน่าสนใจ ราคา “สมเหตุสมผล” แม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ก็ยังมีช่องว่างให้ปรับตัวขึ้นได้อีก
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“ASP-NGF” ลุย “หุ้นญี่ปุ่น” ดาวเด่นแห่ง “DM-เอเชีย”
สำหรับกองทุนรวมที่เราหยิกยกมานั้น มีชื่อว่า “ASP-NGF: กองทุนเปิดแอสเซทพลัสนิปปอนโกรท” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.แอสเซท พลัส’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2549 มีนโยบายลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” คว้าโอกาสการลงทุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ผ่านกองทุนหลัก ‘Nippon Growth (UCITS) Fund A JPY Class’ ที่บริหารจัดการโดย E.I. Sturdza Strategic Management Limited

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง “ASP-NGF” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 10 ธ.ค. 25) พบว่า 5 อุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
Industrials 32.93%
-
Financial Services 25.46%
-
Consumer Cyclical 15.59%
-
Real Estate 9.29%
-
Basic Materials 2.40%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 31 ต.ค. 25) ได้แก่ 1) Sumitomo Mitsui Financial Group Inc 6.96%, 2) Mitsubishi UFJ Financial Group Inc 6.83%, 3) Itochu Corp 6.02%, 4) Penta-Ocean Construction Co Ltd 5.93% และ 5) Mizuho Financial Group Inc 5.89% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘ASP-NGF’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.55% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 1.64% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 22.87% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.59% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -18.15%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้ด้วยเงินเพียง 1,000 บาท ตามเงื่อนไขมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่บริษัทได้กำหนด ในขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 0 บาท ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+5)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัสจำกัด และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์ แอสเซทพลัส จำกัดแต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น ASP FUND
สำหรับ “หุ้นญี่ปุ่น” เป็นหนึ่งในตลาดพัฒนาแล้วที่น่าสนใจ แม้ล่าสุด “ธ.กลางญี่ปุ่น” (BOJ) จะเพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 0.75% ก็ตาม แต่ก็เป็นแบบต่อยเป็นค่อยไปและตลาดคาดว่าจะไปสู่ระดับ 1.0% ในปีหน้า อย่างไรก็ตามด้วยสภาพคล่องในระบบยังสูง ประกอบกับรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของนายกฯ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ก็มีแนวโน้มใช้นโยบายการคลังเชิงรุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนุนให้ภาพของ “หุ้นญี่ปุ่น” ยังคงน่าสนใจและเป็นโอกาสการลงทุนในปีหน้าที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
