ชู “หุ้นโลก” ยังมีโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี”... ส่วน “หุ้นไทย” ปีนี้ลุ้น 1,400 จุด แนะเติม “สินทรัพย์ทางเลือก” เสริมแกร่งฝ่า “ตลาดผันผวน” !!!
Fun of Funds: แม้จะเปิดศักราช “ปีม้าไฟ-2026” มาด้วยเหตุการณ์น่าตระหนกทั้งในเวทีโลกและในประเทศไทยเองก็ตาม
แต่รู้หรือไม่?...การลงทุนใน “หุ้นโลก” ปีนี้ยังมีโอกาส “เติบโตในระดับปานกลาง” (Resilient Growth) ท่ามกลางความท้าทายที่มากขึ้น
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำยังมอง “หุ้นโลก” ในทิศทางเป็นบวก แต่อาจไม่หวือหวาเท่าปี24-25 เนื่องจากระดับราคาหุ้น (Valuation) เริ่มตึงตัว
ปัจจุบันมี Forward 12M P/E 19.98 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 17.11 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 9 ม.ค. 26) มี Upside ที่ตลาดมองกันประมาณ 9-11%
ส่วน “หุ้นไทย” เอง ปีนี้มีลุ้นทะยานแตะ 1,400 จุด หลัง Underperform มา 3 ปีแล้ว
ทิศทางการลงทุนปี26 จะเป็นเช่นไร ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปเปิดมุมมองล่าสุดจาก “บลจ.วรรณ” พร้อมกันได้เลย
“หุ้นไทย” ปี26 ลุ้นทะยานแตะ 1,400 จุด...ชูกลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” เด่นสุด
โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ บอกว่า “หุ้นไทย” มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ โดยคาดว่าดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,400 จุด เนื่องจากหุ้นไทยน่าจะอยู่ในช่วงต่ำสุด ทำให้ระดับราคาเป็นที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน ซึ่งตามสถิติแล้วหุ้นไทยไม่เคยปรับตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องกัน 4 ปีติด ประกอบกับอัตราการปันผลของหุ้นไทยเฉลี่ยกว่า 6-7% ทำให้การลงทุนในหุ้นไทยยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในปีนี้ หลังการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการเลือกตั้ง หากได้รัฐบาลเสียงข้างมาก ต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และระยะยาวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินจังหวะในการลงทุน ทั้งนี้มองว่า การจับขั้วทางการเมืองหลังการเลือกตั้งทั่วไป ก.พ. นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยที่ต้องจับตา

(พจน์ หะริณสุต)
“หุ้นไทยน่าจะมีขาลงจำกัด หากปรับตัวต่ำกว่าระดับ 1,200 จุด ถือว่าสนใจ ช่วงประมาณ 1,180 ก็สามารถเข้าลงทุนได้เลย ซึ่งในปีนี้บางคนอาจมองว่าแรงหนุนจากการเลือกตั้งอาจไม่มี แต่หากผลออกมาดูแล้วทำให้ภาพการเมืองมีเสถียรภาพ อาจเห็นความคาดหวังของนักลงทุนปรับตัวดีขึ้นก็ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยเช่นกัน”
โดยกลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” น่าสนใจ แนะนำกองทุน “ONE-SETHD” ที่เน้นคัดเลือกหุ้นไทยคุณภาพดีเชิงรุกที่มีการจ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอจากหุ้นบนดัชนี SETHD เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันอัตราจ่ายเงินปันผลสูงสุดที่ 6.61% มากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทยในภาพรวม
“หุ้นโลก” ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี...เหตุ “กำไร” ยังเติบโตดี
ส่วน “ตลาดหุ้นโลก” ยังคงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี จากประมาณการกำไรของหุ้นยังเติบโต ซึ่งเกิดจากแรงขับเคลื่อนหลักจากเม็ดเงินลงทุนของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศในแถบภูมิภาค “เอเชีย” มีการเติบโตที่โดดเด่นเช่นกัน และคาดว่าหุ้นกลุ่ม “เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม” จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของหุ้นในเอเชียแปซิฟิกในปีนี้
“ในแง่มุมมองของระดับราคา หุ้นเทคโนโลยีในปัจจุบันมีค่า P/E ต่ำ หากเทียบกับค่า P/E ในช่วงวิกฤตฟองสบู่หุ้นเทคฯ ในปี2000 ที่ผ่านมา แต่ประการใด”
ตลาดหุ้นหลักของโลกอย่างสหรัฐ, จีน ยุโรป ญี่ปุ่นในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในทิศทาง “เชิงบวก” และปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 30% ถ้าดูจากจากปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจหุ้นในกลุ่มนี้ยังไปต่อได้ ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะถือเป็นขาขึ้นไปถึง 2 ปีซ้อนแล้วก็ตาม แต่ตัวเลขเศรษฐกิจยังดีอยู่
ปัจจัยปีนี้ที่ต้องติดตาม คือ ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสเติบโตได้ดีจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และแรงส่งจากมาตรการทางการคลังจากประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น สหรัฐ, ยุโรป, จีน ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวสูง แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ปัจจัยเหล่านี้สามารถหนุนให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วงต้นปีนี้
สำหรับกองทุนที่แนะนำช่วงนี้ ได้แก่ 1) “ONE-ELITE11” ซึ่งลงทุนในหุ้นที่เป็น “ปัจจัยทั้ง5” ที่ดีที่สุดของโลก จากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ที่มี Momentum โดดเด่นจาก 11 อุตสาหกรรมทั่วโลก 2) “ONE-APACESG” ลงทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิกรวมญี่ปุ่น และ 3) “ONE-EUROEQ” ลงทุนหุ้นยุโรป

แนะกระจายลงทุนสู่ “สินทรัพย์ทางเลือก” ช่วยกระจายความเสี่ยงรับ “ตลาดผันผวน”...เตรียมเปิดตัวกองทุนใหม่ “Litigation Finance” เพิ่มเติม
ส่วนการลงทุนในหุ้น ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม นอกเหนือจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ คือ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ (Midterm Elections) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพ.ย. 26 โดยตลาดมักจะสะท้อนความคาดหวังล่วงหน้าก่อนเหตุการณ์ใหญ่ประมาณ 6 เดือน หรือช่วงพ.ค. เป็นต้นไป ซึ่งการเมืองสหรัฐมักทำให้ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ การคลัง และกฎเกณฑ์ภาคธุรกิจคาดเดาได้ยากขึ้น และส่งผลให้กระแสเงินทุนและความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การลงทุนใน “สินทรัพย์ทางเลือก” จะเป็นการจัดสรรการลงทุนที่ดี
“ปีนี้ยังมีประเด็นที่ต้องจับตา เช่น ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หากมีสถานการณ์ที่เร่งตัวและอาจนำไปสู่สงครามการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ‘ทองคำ’ และสินทรัพย์หายากอย่างกลุ่ม ‘แรร์เอิร์ธ’ (Rare Earth) ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในช่วงที่ตลาดต้องเผชิญความผันผวนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์”
ล่าสุด บริษัทเตรียมนำเสนอการลงทุนทางเลือกใหม่เพิ่มเติม เรียกว่า “Litigation Finance” คือ การลงทุนทางเลือกที่จัดหาเงินทุนให้แก่กระบวนการยุติธรรมและสร้างผลตอบแทนจากผลลัพธ์ของคดี
สรุปภาพรวมการลงทุนใน “ปีม้าไฟ” นี้ ยังคงมีโอกาสท่ามกลางความผันผวน เป็นปีของการการเปลี่ยนผ่านจาก "การเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี" ไปสู่ "การเติบโตที่กระจายตัวในเศรษฐกิจจริง" ทำให้ “หุ้นโลก” และ “หุ้นไทย” เองยังคงน่าสนใจในปีนี้ นอกจากนี้ ความโดดเด่นของผลตอบแทนจากการลงทุน “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกจะสามารถพาพอร์ตการลงทุนผ่านความไม่แน่นอนในปีนี้ หรือในอนาคตอันใกล้นี้ไปได้เช่นเดียวกัน
