Official Update :

ชู “หุ้นญี่ปุ่นไซส์เล็ก” ยัง Laggard น่าสนใจ... พื้นฐานดี-ราคาไม่แพง “ม้ามืด” รับปี26 !!!

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...วันที่ 8 ก.พ. 26 นี้ “ญี่ปุ่น” ก็มีการเลือกตั้งทั่วไปเช่นเดียวกันกับ “ไทย” หลังนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” (Sanae Takaichi) ตัดสินใจประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด ก็น่าจะทำให้ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” คึกคักเช่นเดียวกัน


ในปี25 ที่ผ่านมา “กองหุ้นญี่ปุ่น” เขียวยกแผง โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ยโดดเด่น +21.56% (สูงสุด +35.51%, แย่สุด +9.64%) และในปีนี้ก็ยังคาดว่าจะสร้างผลงานได้ดีต่อเนื่องอีกปี


โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ “หุ้นขนาดเล็ก” (Small Cap) นั่นเอง ซึ่งถูกมองว่าจะเป็น “ม้ามืด” ที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่า “หุ้นขนาดใหญ่” (Large Cap)


เป็นกลุ่มหุ้นที่ยัง Laggard ในช่วงที่ผ่านมา และกำลังกลับมาน่าสนใจอีกครั้งท่ามกลางการปฏิรูปธรรมาภิบาล, การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และได้รับแรงหนุนจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น


ที่สำคัญ “หุ้นญี่ปุ่นไซส์เล็ก” มูลค่ายังถูกและมี Earning Yield Gap ที่น่าดึงดูดกว่า “หุ้นญี่ปุ่นไซส์ใหญ่” อีกด้วย


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นญี่ปุ่น” ที่โฟกัส “หุ้นไซส์เล็ก” ที่น่าสนใจมาฝากกัน


เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นญี่ปุ่น"…เฟ้น "หุ้นไซส์เล็ก" ศักยภาพสูง-ปั้น "ความมั่งคั่ง" ระยะยาว

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund ทั้งหมด ที่มีสไตล์การบริหารแตกต่างกันออกไปตามแต่ละค่าย ประกอบด้วย


- KT-JAPANSM-A: กองทุนเปิดเคแทม Japan Small Cap Equity ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.กรุงไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ของบริษัทที่มีขนาดเล็ก (Smaller Japanese Companies) โดยบริษัทญี่ปุ่นขนาดเล็ก หมายถึง บริษัทที่มีมูลค่าตลาดตํ่าที่สุด 25% ของตลาดทุน เพื่อเป้าหมายการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก Henderson Horizon Fund – Japanese Smaller Companies Fund – Class A2 ที่บริหารจัดการโดย Henderson Management S.A.


สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 31 ธ.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Industrials 25.87%, 2) Basic Materials 22.22%, 3) Consumer Discretionary 17.94%, 4) Financial 9.05% และ 5) Technology 7.48%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Taikisha 4.61%, 2) Park24 4.35%, 3) Septeni 4.11%, 4) Harmonic Drive Systems 3.70% และ 5) Menicon 3.44% ตามลำดับ”



- ถัดมาเป็น SCBJPSMA: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นญี่ปุ่นสมอลแคป (ชนิดสะสมมูลค่า)ของบลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ของบริษัทขนาดเล็กในญี่ปุ่น โดยกองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกิน 100% ของ NAV ผ่านกองทุนหลัก Normura Funds Ireland–Japan Small Cap Equity Fund (Class I, JPY)’ ที่บริหารจัดการโดย Bridge Fund Management Limited


สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 31 ต.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Industrials 23.22%, 2) Consumer Discretionary 18.02%, 3) Information Technology 15.16%, 4) Materials 13.37% และ 5) Financials 8.76%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Sekisui Jushi Corporation 2.47%, 2) Broadleaf Co., Ltd. 2.00%, 3) Nakanishi Inc. 1.92%, 4) Hi-Lex Corporation 1.90% และ 5) Central Automotive Products Ltd. 1.89% ตามลำดับ”


- มาต่อกันด้วย UOBSJSM: กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เจแปน สมอล แอนด์ มิด แคป ฟันด์ของบลจ.ยูโอบี เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ที่ของบริษัทขนาดกลาง-เล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่นหรือทำธุรกิจในญี่ปุ่นเพื่อสร้างการเติบโตให้เงินลงทุนในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘UNITED JAPAN SMALL AND MID CAP FUND’ ที่บริหารจัดการโดย UOB Asset Management Ltd (Singapore)           


สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 31 ธ.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Industrials 32.19%, 2) Information Technology 20.88%, 3) Consumer Discretionary 20.77%, 4) Materials 11.84% และ 5) Financials 3.56%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) MEC CO LTD 1.86%, 2) TAIYO HOLDINGS CO LTD 1.64%, 3) FUJI SEAL INTERNATIONAL INC 1.62%, 4) FUJIBO HOLDINGS INC 1.61% และ 5) ALSOK CO LTD 1.58% ตามลำดับ”



-  ปิดท้ายกันด้วย ASP-JPSMALL: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เจแปน สมอล แคปของบลจ.แอสเซท พลัส เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ของบริษัทขนาดเล็กที่มีมูลค่าตลาดต่ำกว่า 500 พันล้านเยน ซึ่งจดทะเบียนหรือดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ผ่านกองทุนหลัก BNP Paribas Japan Small Cap (Class I, Capitalisation) ที่บริหารจัดการโดย BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT Luxembourg (Management Company)


สำหรับ 5 หลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 28 พ.ย. 25) ประกอบด้วย

  • MEIKO ELECTRONICS LTD 3.86%

  • MODEC INC 2.74%

  • TOKUYAMA CORP 1.93%

  • CHUGOKU MARINE PAINTS LTD 1.78%

  • MUSASHI SEIMITSU INDUSTRY LTD 1.68%


“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” แม้ภาพรวมจะดูแพง
ดัชนี “Nikkei225) มี Forward P/E 12 เดือน 23.9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 18.3 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 16 ม.ค. 26) ก็ตาม แต่ “หุ้นญี่ปุ่นไซส์เล็ก” ราคากลับไม่แพงและน่าสนใจเป็นกลุ่มที่ Laggard ในช่วงที่ผ่านมา สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นญี่ปุ่น” เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในขณะที่ราคายังไม่แพง เชื่อว่าธีม “หุ้นญี่ปุ่นไซส์เล็ก” จะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตให้ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’