ชู 2 ธีมเด่น “หัวใจ” ขับเคลื่อนโลก “ยุคดิจิทัล”... “Smart Grid” & “Data Center” ทางเลือกที่ตอบโจทย์ !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?...โลกยุคดิจิทัลจะเติบโตต่อไปได้ จะขาดแหล่งพลังงานอย่าง “ไฟฟ้า” ไม่ได้เลย และยิ่งเทคโนโลยียุคใหม่พัฒนาไปเร็วเท่าไร ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้ายิ่งเติบโตเป็นเงาตามตัว
นั่นจึงทำให้ธีมหุ้นกลุ่ม “Smart Grid” ซึ่งเป็นขุมพลังงานไฟฟ้าที่เสมือน “หัวใจ” ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี “ยุคดิจิทัล” จึงเป็น Megatrend หลักในกโลกการลงทุน
รวมถึงธุรกิจ “Data Center” ที่เป็น “หัวใจ” ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี “AI” เช่นเดียวกัน
นั่นทำให้ทั้ง “Smart Grid” และ “Data Center” เป็นอีก 2 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจในยุคแห่งโลกดิจิทัลในปัจจุบัน
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมๆ กันได้เลย

“Smart Grid” โอกาสลงทุน “หัวใจ” ขับเคลื่อน “โลกยุคดิจิทัล”
โดย “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส บอกว่า ธีม “Smart Grid Infrastructure” โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี “AI: Artificial Intelligence” และ “Data Center” ท่ามกลางความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณมหาศาลและต่อเนื่อง ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบดั้งเดิม (Traditional Grid) เริ่มไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานของ “AI” และ “Data Center” ได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้ “โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ” (Smart Grid Infrastructure) กลายเป็นหัวใจสำคัญของแหล่งพลังงานสำหรับ “Data Center” และเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในยุคดิจิทัลและ AI

(คมสัน ผลานุสนธิ)
“Smart Grid” คือระบบไฟฟ้าที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การส่ง และการกระจายไฟฟ้า ไปจนถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการทำงานแบบเรียลไทม์และความต้องการด้านเสถียรภาพสูงของ Data Center อีกทั้งยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ต้องการจุดชาร์จจำนวนมากในอนาคต
“การเติบโตของ ‘AI’ และ ‘Data Center’ ในปัจจุบัน ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีความเสถียรและสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง ‘Smart Grid’ ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบดังกล่าว และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่โลกยุคดิจิทัลขาดไม่ได้ เป็นหนึ่งใน ‘Megatrend’ การลงทุนระยะยาว”
“Data Center” ธีมการลงทุนระยะยาวรับเทรนด์ “AI”
ทางด้าน “ยศกร ฟอลเล็ต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอ็กซ์สปริง บอกว่า “Data Center” ไม่ใช่เพียงธุรกิจเทคโนโลยี แต่คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัล เปรียบเสมือน “หัวใจ” ที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ ตั้งแต่แพลตฟอร์ม AI, Cloud, E-commerce ไปจนถึง Mobile Banking และบริการดิจิทัลต่างๆ สะท้อนแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของ AI, Cloud Computing และเศรษฐกิจดิจิทัลในโลกยุคใหม่ที่ AI และข้อมูลกลายเป็นหัวใจของทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ “Data Center”

(ยศกร ฟอลเล็ต)
“หาก ‘AI’ คือสมองของโลกยุคใหม่ ‘Data Center’ ก็คือหัวใจที่ทำให้ทุกระบบเดินต่อได้อย่างมีเสถียรภาพ การลงทุนใน ‘Data Center’ จึงเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทระยะยาว ไม่ใช่แค่เกาะกระแสเทคโนโลยีระยะสั้น”
ทั้งนี้ อุตสาหกรรม “Data Center” ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางน้ำ (Midstream) ที่เชื่อมระหว่างผู้ผลิตเทคโนโลยี เช่น ชิปและเซิร์ฟเวอร์ กับผู้ใช้งานปลายทาง โดยมีจุดเด่นด้าน สัญญาเช่าระยะยาว รายได้สม่ำเสมอ และผู้เช่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก อีกทั้งต้นทุนการย้ายระบบสูง ทำให้กระแสเงินสดมีความมั่นคง
“แรงหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของ ‘Generative AI’ และ ‘Cloud Computing’ ซึ่งทำให้ความต้องการพลังประมวลผลและพื้นที่ ‘Data Center’ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าความต้องการกำลังไฟฟ้าของ ‘Data Center’ ในสหรัฐจะเพิ่มจาก 40 กิกะวัตต์ เป็นมากกว่า 60 กิกะวัตต์ ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ขณะที่อุปทานเพิ่มไม่ทัน ส่งผลให้ค่าเช่าพื้นที่ ‘Data Center’ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอื้อต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว ในระยะยาว เราเชื่อว่า ‘Data Center’ จะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์คุณภาพที่เติบโตไปพร้อมกับโลกดิจิทัล”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่เป็น “Megatrend” ที่พร้อมจะเติบโตตามโลก “ยุคดิจิทัล” เชื่อว่า ธีม “Smart Grid” และ “Data Center” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะนี่คือ “หัวใจ” ของการขับเคลื่อน “โลกยุคดิจิทัล” นั่นเอง
