“SCBGHC” ลุยหุ้น “Life Science” ธีมสุขภาพยุคใหม่... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว เริ่มต้นเพียง 1 บาท !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Health Care” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นสุขภาพ” ของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Science)
ธีมหุ้น “Life Science” (วิทยาศาสตร์ชีวภาพ) และ “Biotechnology” ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเป็น "New Growth Driver" ของพอร์ตการลงทุน
โดยเปลี่ยนผ่านจากช่วงชะลอตัวในปี24 -25 เข้าสู่ยุคแห่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากนวัตกรรม ที่ยังคงเติบโตตาม “สังคมผู้สูงวัย” ของโลกคู่ขนานกันไป
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นสุขภาพ” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“SCBGHC” ลุยหุ้น “Life Science” ธีมสุขภาพยุคใหม่...เริ่มต้นเพียง 1 บาท
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “SCBGHC: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นโกลบอลเฮลธ์แคร์ (ชนิดจ่ายเงินปันผล)” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ มีความเสี่ยง “ระดับ 7” (เสี่ยงสูง) เริ่มต้น Class เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2558 มีนโยบายลงทุน “หุ้นสุขภาพ” ของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Science)
โดยทั่วไป “Life Sciences” หมายถึงศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาหรือยกระดับคุณภาพชีวิต ดังนั้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตได้แก่ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูและตัวเอง การแพทย์หรือเภสัชกรรม รวมไปถึงบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโดหลักมาจากผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การจดสิทธิบัตร หรือความได้เปรียบทางการตลาดอื่นๆ จากวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต
ทั้งนี้ จะลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Janus Henderson Global Life Sciences Fund, Class I acc, USD’ ที่บริหารจัดการโดย Henderson Management S.A.
โดยกองทุน “SCBGHC” มีนโยบายจ่าย “ปันผล” ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจ่ายไปแล้ว 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2.6107 บาท/หน่วย

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘SCBGHC’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 25) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
Biotechnology 34.30%
-
Pharmaceuticals 31.50%
-
Health Care Equipment 15.34%
-
Managed Health Care 5.07%
-
Life Sciences Tools & Services 4.68%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Eli Lilly & Co 9.67%, 2) Johnson & Johnson 5.58%, 3) Astra Zeneca PLC 4.27%, 4) United Health Group Inc 3.44% และ 5) AbbVie Inc 3.39% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘SCBGHC’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.57% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 6.60% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 18.01% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 14.53% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -23.24%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท เท่านั้น
นักลงทุนที่กำลังสนใจกองดังกล่าวก็สามารถลงทุนโดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1 บาท เท่านั้น ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือก็จะอยู่ที่ 1 บาท เช่นเดียวกัน โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับจากวันทำรายการขายคืน (T+5)

สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น SCB EASY
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้ง “Growth” และ “Defensive” เพื่อสร้างผลตอบแทนฝ่าทุกภาวะตลาดลงทุน ที่พร้อมจะเติบโตไปกับธีม “สังคมผู้สูงอายุ” เชื่อว่า “กองหุ้น Life Science” การลงทุนในหุ้นสุขภาพยุคใหม่ น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
