Official Update :

“LHEQDPLUS-D” ลุย “หุ้นปันผลสูง”... “จุดเด่น” ตลาดหุ้นไทย ฝ่าตลาด “Low Growth” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผล และมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี


“หุ้นไทย” หลังเลือกตั้งตลาดปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ปีนี้บวกมาแล้วกว่า +18% โดย “จุดเด่น” สำคัญยังคงเป็นเรื่อง “เงินปันผล” ปัจจุบันอยู่ที่ 3.85% ถือว่ามีอัตราปันผลที่สูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในโลก


ในขณะที่มูลค่าก็ยัง “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E 15.37 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 15.61 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 13 ก.พ. 26)


ธีม “หุ้นปันผลสูง” จึงยังเป็นธีมที่น่าสนใจสำหรับ “หุ้นไทย” ในปัจจุบัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นไทย” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



“LHEQDPLUS-D”
โฟกัส “หุ้นปันผลสูง” ฝ่าหุ้นไทย “Low Growth”

สำหรับกองทุนรวมที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า LHEQDPLUS-D: กองทุนเปิด แอล เอช หุ้นปันผล พลัส ชนิดจ่ายเงินปันผลบริหารจัดการโดย ‘บลจ.แลนด์ แอน์ เฮ้าส์ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2562 เน้นลงทุนใน หุ้นไทย” ที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผล และมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ดังนี้

  1. ประวัติการจ่ายเงินปันผลในอดีตย้อนหลังอย่างน้อย1-3 ปี และ/หรือแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต และ/หรือ

  2. ผลประกอบการในอดีต และ/หรือผลประกอบการปัจจุบัน และ/หรือแนวโน้มการเติบโตในอนาคต


ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบาย “ปันผล” ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจ่ายปันผลไปแล้ว 16 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2 บาท/หน่วย



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘LHEQDPLUS-D’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ม.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย

  • ธนาคาร 51.91%

  • พลังงานและสาธารณูปโภค 24.99%

  • พัฒนาอสังหาริมทรัพย์  8.06%

  • ประกันภัยและประกันชีวิต 3.41%

  • พาณิชย์ 3.30%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) PTTEP 9.92%, 2) PTT 9.80%, 3) KTB 9.15%, 4) SCB 9.08% และ 5) KBANK 8.97% ตามลำดับ”



“ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘LHEQDPLUS-Dนั้น ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา (ณ วันที่ 30 ม.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ -0.50% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.13% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 15.05% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.67%)”


อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -27.94%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่มีกำหนดไว้

สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้เลย โดย “ไม่กำหนด” มูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เอาไว้ เช่นเดียวกับกับมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำก็ไม่ได้กำหนดไว้แต่ประการใด โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+2)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น LH Fund online


สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนฝ่าตลาด “Low Growth” เชื่อว่า “กองหุ้นปันผล” ที่มีการจ่าย “ปันผล” ออกมาให้ตลอดระยะเวลาที่ลงทุนน่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ช่วงตลาดขาขึ้นก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปด้วยเช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’