รู้หรือไม่?...ถ้าคุณเป็น ‘นักลงทุนเปราะบาง’ การลงทุน-ควรใช้ความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ทีวี หรือช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ มาบ้างเกี่ยวกับกรณีมีผู้ไม่หวังดีไปหลอกลวงเอา ‘เงินเก็บก้อนสุดท้าย’ ในชีวิตของผู้สูงอายุไปเกือบหมด หรือจนหมดก็มี

ตลอดจนข่าว ‘สารพัดแชร์’ ผลตอบแทนสูงปรี๊ดดด...ที่ผู้เสียหายต้องเข้าชื่อกันเรียกร้องความเป็นธรรม ขอเงินที่เสียหายคืน

เหล่านี้หากมองให้ลึกซึ้ง...กลับไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่ประการใด แต่ใกล้ตัวนักลงทุนมาก เพราะกลุ่ม “นักลงทุนเปราะบาง” ก็จะมีลักษณะที่คล้ายๆ กันเพียงแต่เป็นภาพสะท้อนในมิติของการลงทุนเท่านั้นเอง

“ผู้สูงวัย” ที่มีอายุ 60 ปี เกษียณแล้ว เงินก้อนสุดท้ายสำหรับชีวิตที่เหลือ จะลงทุนอะไรต้องคิดให้รอบเลย ไม่ต่างกับ “นักลงที่มีความรู้ทางการเงินน้อย” ก็เช่นเดียวกัน

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

“บุคคลธรรมดาที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป”…ก็ ‘เปราะบาง’

ในโลกของการลงทุนก็มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับที่ปรากฏเป็นข่าวกับนักลงทุนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวนักลงทุนเองและผู้แนะนำการลงทุนพึงต้องระวังเป็นพิเศษ เราเรียกนักลงทุนกลุ่มนี้ว่ากลุ่ม “นักลงทุนเปราะบาง” ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

1.เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป

2.เป็นบุคคลที่มีความรู้ทางการเงินน้อย

สำหรับประเภทแรกนั้นจัดอยู่ในกลุ่มนักลงทุน ‘วัยเกษียณ’ ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานสร้างรายได้อีกแล้ว แต่อาจจะมีเงินเก็บเป็นเงินก้อนที่สั่งสมมาตลอดช่วงชีวิตในวันทำงาน แน่นอนว่า “ก้อนสุดท้าย” นี้ จะต้องใช้ไปจนถึงลมหายใจสุดท้ายของตัวเองให้ได้ ดังนั้นถ้าเกิดความเสียหายของเงินก้อนสุดท้ายไปเป็นสัดส่วนที่มาก อาจกระทบกับการดำรงชีวิตของนักลงทุนในกลุ่มนี้ได้เลยทีเดียว เพราะโอกาสที่จะทำงานสร้างรายได้กลับมาชดเชยคงไม่เหมือนกับคนใน ‘วัยทำงาน’ แต่ประการใด

“ไม่ต่างกับข่าวคนแก่ที่ถูกโจรมาหลอกลวงเงินเก็บก้อนสุดท้ายไปจนหมด หรือเกือบหมด ซึ่งฟังแล้วก็น่าเห็นใจ ในโลกของการลงทุนเอง ถ้าคุณจัดอยู่ในกลุ่ม ‘นักลงทุนเปราะบาง’ นี้ก็พึงระวังในการลงทุนของตัวเองด้วยเช่นกัน”

“บุคคลที่มีความรู้ทางการเงินน้อย”...ก็ ‘เปราะบาง’

อีกประเภทเป็นเรื่องที่ตัวนักลงทุนเองจะต้องตระหนักในเรื่องนี้เป็นเบื้องต้น เช่น ประสบการณ์ลงทุน ความเข้าใจในเครื่องมือการลงทุนต่างๆ เป็นต้น ในโลกของการลงทุน ‘ผลตอบแทน’ และ ‘ความเสี่ยง’ จะเป็นของที่มาคู่กัน นี่อาจเป็นความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นที่พึงตระหนัก

“ในข่าวที่มีผู้เสียหายจากการไปลงทุนในแชร์ต่างๆ โดยเชื่อว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูง แบบไม่ต้องเสี่ยงอะไร นี่ก็สะท้อนถึงความรู้ในเรื่องการเงินด้วยเช่นกัน”

อย่าไปมองเป็นเรื่องไกลตัว แม้ในโลกของการลงทุนปกติในหุ้นก็ดี ตราสารหนี้ก็ดี หรือกองทุนรวมก็ดี ก็ยังคงมีนักลงทุนที่ไม่เข้าใจ ลงทุนไปแล้วสุดท้ายไม่เหมือนที่ตัวเองคิดไว้ จนเกิดเป็นข่าวคราวหรือขอฟ้องร้องมายัง ‘สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)’ ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันเช่นเดียวกัน และในอนาคตก็ยังคงจะมี (เพราะเครื่องมือก็พัฒนาไปเรื่อยๆ)

ในหลายๆ เรื่องที่ก.ล.ต.ออกเป็นกฎเกณฑ์ขึ้นมาก็จากกรณีที่มีปัญหาเหล่านี้นั่นเอง เช่น

  • ในอดีตนักลงทุนเอาเงินไปลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ โดยเข้าใจว่าเหมือนเงินฝากแบงก์ สุดท้ายเกิดความเสียหายจากการลงทุนขึ้น ก็รับไม่ได้
  • ลงทุนใน ‘กองทุน Term Fund’ นึกว่าจะได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ไว้เหมือนฝากประจำ แต่ปรากฏการลงทุนขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุดท้ายขาดทุน นักลงทุนก็ร้องเรียนบลจ.ไป
  • ‘กองทุนทริกเกอร์ ฟันด์’ ที่เข้าใจว่าจะได้ผลตอบแทนเป้าหมายก็มี
  • ลงทุน ‘กองทุนที่มีนโยบายปันผล’ แต่ไม่ได้รับปันผลในบางช่วง ก็ไม่เข้าใจก็มี เป็นต้น

“จะพบว่าสิ่งที่นักลงทุนคาดหวังและเข้าใจ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในการลงทุน ดังนั้น เวลาเกิดความเสียหายขึ้นมา นักลงทุนก็ยากจะทนทานรับได้ ถ้าคุณจัดอยู่ในประเภทนี้ก็เป็นกลุ่ม ‘นักลงทุนเปราะบาง’ เช่นเดียวกัน”

ปัจจุบันช่องทางลงทุนก็มีหลากหลาย ทำด้วยตัวเองผ่านมือถือ หรือผ่านอินเทอร์เน็ตก็ได้ หากคุณเป็นกลุ่ม ‘นักลงทุนเปราะบาง’ ควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนเป็นพิเศษ ทำความเข้าใจเครื่องมือที่ลงทุนให้ดี จะได้ลงทุนด้วยความเข้าใจและสบายใจด้วย หรือถ้าไม่แน่ใจก็ไปใช้บริการผ่านตัวแทนขายที่มี ‘ผู้แนะนำการลงทุน’ คอยให้คำแนะนำให้ก็ได้ และในท่วงทำนองเดียวกันผู้แนะนำการลงทุนเองก็ต้องระมัดระวังในการให้คำแนะนำเป็นพิเศษสำหรับนักลงทุนกลุ่มนี้ด้วยนั่นเอง