“KT-SET50-D” ลุย “หุ้นไทย” ในดัชนี “SET50”… สร้างผลตอบแทนสไตล์ “Passive” เกาะดัชนีอ้างอิง !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “SET 50 Index Fund” ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี “SET50”เพื่อสร้างอัตราผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 (SET50 TRI)
ถ้า “หุ้นไทย” ขึ้น หุ้นใหญ่ในดัชนี “SET50” ก็มักจะขึ้นตาม โดยเฉพาะถ้าเงินลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนดัชนี เพราะนี่ถือเป็น “กลุ่มเป้าหมาย” ของนักลงทุนต่างชาติเลยทีเดียว
ปีนี้ “SET Index” +11.72% ในขณะที่ “SET50” +11.66% ใกล้เคียงกัน
ถ้ามองตลาดหุ้นไทยเชิงบวก จึงไม่น่าแปลกใจว่าหุ้นใหญ่ในดัชนี “SET50” ที่รวมบริษัทชั้นนำของไทยในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเอาไว้จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่น่าสนใจนั่นเอง
แม้ “หุ้นไทย” ปีนี้จะปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น แต่มูลค่าถือว่ายัง “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E ที่14.68 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.62 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังโตได้ +7.41% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 6 มี.ค. 26)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนดัชนี SET50” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“KT-SET50-D” ลุย “หุ้นไทย” สไตล์ “Passive” เกาะไปกับดัชนี “SET50”
สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ชื่อว่า “KT-SET50-D: กองทุนเปิดกรุงไทย SET50 ชนิดจ่ายเงินปันผล” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กรุงไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) เริ่มต้น Class เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2565 เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีราคา “SET50” ซึ่งรวมถึงหุ้นที่อยู่ระหว่างการเข้าหรือออกจากการเป็นหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีราคา SET50 ด้วย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนของดัชนีผลตอบแทนรวม SET50 (SET50 TRI)
“โดยใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนเชิงรับ (Passive Management Strategy) อย่างไรก็ตามในขณะใดขณะหนึ่งกองทุนอาจไม่ได้ลงทุนในหุ้นซึ่งประกอบเป็นดัชนีราคา SET50 ครบทั้ง 50 หุ้น”
โดยกองทุนมีนโยบาย “ปันผล” นับตั้งแต่เริ่มต้น Class มา จ่ายปันผลไปแล้ว 1 ครั้ง รวม 0.50 บาท/หน่วย

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง “KT-SET50-D” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 27 ก.พ. 26) นั้น มีการจัดสรรการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับมากสุด ประกอบไปด้วย
- เทคโนโลยี 26.20%
- ทรัพยากร 23.70%
- ธุรกิจการเงิน 20.04%
- บริการ 18.50%
- อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 5.93%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุดได้แก่ 1) DELTA 13.41%, 2) ADVANC 9.19%, 3) PTT 8.02%, 4) GULF 7.03% และ 5) AOT 5.91% ตามลำดับ”

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง ‘KT-SET50-D’ ตั้งแต่เริ่มต้น Class มานั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ม.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 1.09% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 1.46% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 14.31% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 14.38% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -28.03%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุน “ขั้นต่ำในครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+2)

ทั้งนี้หากไม่พูดถึงช่องทางการซื้อขายกองทุนก็คงไม่ได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่เป็นหุ้นพื้นฐานดี 50 บริษัทชั้นนำของประเทศไทย โอกาสสร้างผลตอบแทนไปกับผลตอบแทนของดัชนี “SET50” เกาะไปกับตลาด เชื่อว่า “กองทุนดัชนี SET50” จะเป็นทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตการลงทุนให้ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
