ชู “ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” Yield สูง-Upside เปิด... โอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า “ตราสารหนี้ไทย” !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...“ตราสารหนี้” ในกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” (EM: Emerging Market) ที่อันดับเครดิตสูงกว่าไทย แต่ให้ผลตอบแทนดีกว่าไทยมีอยู่จริง และนั่นก็คืออีกโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจเช่นกัน
ในขณะที่ “ดอกเบี้ยไทย” ทรงตัวในระดับต่ำ แต่ไม่ใช่ประเทศอื่นจะเป็นเช่นเดียวกับไทย อย่าง “จีน” เรทติ้ง A+ ดอกเบี้ยนโยบาย 3% หรือ “มาเลเซีย” เรทติ้ง A- ดอกเบี้ยนโยบาย 2.75% เป็นต้น
เรียกว่า “ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” (EMB: Emerging Market Bond) เองยังมีอัตราผลตอบแทนที่สูง และ Upside เปิด จากโอกาสที่ดอกเบี้ยจะเป็นขาลงได้ในอนาคต จึงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนเช่นกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “Emerging Market Bond” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่"…"Yield สูง-Upside เปิด" อีกสินทรัพย์ที่ไม่ควรละเลย
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund ทั้งหมด ที่มีสไตล์การบริหารแตกต่างกันออกไปตามแต่ละค่าย ประกอบด้วย
- “PRINCIPAL MYRFIUH-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล มาเลเซียน ฟิกซ์ อินคัม อันเฮดจ์ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.พรินซิเพิล เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นลงทุน “พันธบัตรรัฐบาลมาเลเซีย” เป็นหลัก โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย “BBB3” หรือ “P2” โดยRAM (Rating Agency Malaysia) หรือระดับที่เทียบเท่าโดย MARC (Malaysian Rating Corporation) หรือสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศ หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อย “BBB-” โดย S&P หรือเทียบเท่าโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศอื่นๆ
เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ผ่านการลงทุนหลัก ‘Principal Lifetime Bond Fund (Share Class MYR)’ ที่บริหารจัดการโดย Principal Asset Management Berhad

- ถัดมาเป็น “KT-CHINABOND-A: กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า บอนด์ ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.กรุงไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นลงทุน “ตราสารหนี้จีน” ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่โอนสิทธิได้ประเภทตราสารหนี้ในสกุลเงินหยวน หรือตราสารสกุลเงินท้องถิ่นที่ไม่ใช่ประเทศจีนที่ออกโดยนิติบุคคลที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่
มุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนรวม (Total Return) สูงสุด ผ่านกองทุนหลัก ‘BGF China Bond Fund (share class “D2”)’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A.
- มาต่อกันด้วย “K-APB-A(A): กองทุนเปิดเค เอเชีย แปซิฟิก บอนด์-A ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.กสิกรไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นลงทุน “ตราสารหนี้” ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (รวมประเทศญี่ปุ่น) ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นหลัก ผ่านกองทุนหลัก ‘LO Funds – Asia Value Bond Fund, (USD), NA’ ที่บริหารจัดการโดย Lombard Odier Funds (Europe) S.A.
โดยกองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ได้
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 31 ม.ค. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ได้แก่
1) INDIA 18.00%
2) HONG KONG 11.70%
3) JAPAN 10.80%
4) CHINA 10.00%
5) SAUDI ARABIA 8.60%
“โดยเครดิตต่างประเทศของตราสารที่ลงทุน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) A 10.10%, 2) BBB 46.40% และ 3) ต่ำกว่า BBB 40.50% ตามลำดับ”

- ปิดท้ายกันด้วย “X-EMBOND: กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” ของบลจ.เอ็กซ์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market Bond Discretionary F/X Hedge or Unhedge” ความเสี่ยงระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่เน้นลงทุน “ตราสารหนี้” ที่ออกโดยรัฐบาล รวมถึงเอกชนในภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยไม่จำกัดอันดับความน่าเชื่อถือ ในกลุ่มประเทศที่จัดอยู่ในกลุ่ม Hard Currency หรือกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีสภาวะทางเศรษฐกิจค่อนข้างมั่นคง ผ่านกองทุนหลัก ‘BlueBay Emerging Market Bond Fund’ ที่บริหารจัดการโดย BlueBay Funds Management Company S.A.
สำหรับ 5 ประเทศที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 31 ม.ค. 26) ประกอบด้วย
1) Mexico 10.13%
2) Colombia 7.48%
3) Turkey 6.91%
4) Argentina 4.92%
5) South Africa 4.55%
“โดยอันดับเครดิตของตราสารหนี้ที่ลงทุนมากสุด 4 อันดับแรก ได้แก่ 1) A 5.24%, 2) BBB 26.22%, 3) BB 32.40% และ 4) CCC 11.52% ตามลำดับ”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า “ตราสารหนี้ไทย” สามารถรับความเสี่ยงได้มากขึ้นเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เชื่อว่า “ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า และ Upside เปิดจากโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับตัวลดลงได้ในอนาคตอีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
