“หุ้นยุโรป” ตลาดม้ามืดที่ไม่ควรมองข้าม...กับโอกาส ‘สร้างผลตอบแทนที่ดี’ ในระยะยาว !!!
ธ.ทิสโก้แนะกระจายพอร์ตลงทุนหุ้นม้ามืด New Economy ยุโรป
ราคาหุ้นถูกกว่าตลาดสหรัฐฯ ในรอบ 10 ปี
“ตลาดหุ้นยุโรป” เริ่มกลับมาฉายแววเจิดจ้าอีกครั้ง หลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวดี ฉีดวัคซีนครบโดสถึง 70% ของประชากร นโยบายการเงินยังผ่อนคลายอีกนาน
แถมราคาหุ้นยังถูกกว่า “หุ้นสหรัฐ” ในรอบ 10 ปี อีกด้วย !!!
บลจ.ต่างมองธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “New Economy” เช่น พลังงานสะอาด ธุรกิจดิจิทัล ตลอดจน “บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี” ในยุโรปเป็นกลุ่มที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้ในระยะยาว
จับตาการประชุม “ธ.กลางสหรัฐ (FED)” 21-22 ก.ย. นี้ หากส่งสัญญาณนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น อาจทำตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน แนะจังหวะดีเข้าลงทุน “หุ้นยุโรป” เช่นกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย
“ธ.ทิสโก้” ชี้ “หุ้นยุโรป” น่าสนใจ...ราคาถูกกว่า “หุ้นสหรัฐ” มากสุดในรอบ 10 ปี
โดย “ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์” ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) มองว่า ในการประชุม “ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)” วันที่ 21-22 ก.ย. นี้ หาก FED ส่งสัญญาณลดการอัดฉีดสภาพคล่อง (QE) รวมถึงส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแรงในปี 2024 ต่อเนื่องจากที่เคยส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2023 อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนได้
ดังนั้น เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ในช่วงนี้แนะนำให้ทยอยเพิ่มน้ำหนัก และกระจายการลงทุนไปยัง “ตลาดหุ้นยุโรป” เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีจากการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรกว่า 70% อีกทั้งนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายกว่าสหรัฐ รวมทั้งราคาหุ้นยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ และสหภาพยุโรปยังอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง
.jpg)
(ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์)
“หากประเมินมูลค่าระหว่าง ‘ตลาดหุ้นยุโรป’ และ ‘สหรัฐ’ พบว่า Forward P/E ของยุโรป (Stoxx600) อยู่ที่ระดับ 16 เท่า ต่ำกว่าตลาดหุ้นสหรัฐ (S&P 500) ที่อยู่ระดับ 22 เท่า ทำให้ค่าส่วนต่างระหว่าง Forward P/E ของยุโรปและสหรัฐ ต่างกันถึง 35% ซึ่งเป็นระดับที่มากที่สุดในรอบ 10 ปี อีกทั้ง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นยุโรปก็มีมีโอกาสเติบโตดี สะท้อนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Stoxx600 ที่ประกาศออกมาในไตรมาส 2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงกว่า 240% เมื่อเทียบกับปีก่อน”
แนะเพิ่มน้ำหนักหุ้นยุโรปกลุ่ม “New Economy”...โดยเฉพาะ ‘Green Energy’ และ ‘สังคมดิจิทัล’
สำหรับกลุ่มหุ้นที่มีความโดดเด่นใน “ตลาดหุ้นยุโรป” แนะนำให้ทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนได้แก่ หุ้นในกลุ่ม “New Economy” เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสังคมดิจิทัล ปัจจุบันยุโรปนับว่าเป็นกลุ่มประเทศที่รวมธุรกิจด้าน Green Energy ยักษ์ใหญ่มากที่สุดในโลก โดย 10 บริษัทด้าน Green Energy ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นยุโรปมากถึง 8 บริษัท
นอกจากนี้ภายในปี 2025 “สภาพยุโรป” ยังตั้งเป้าจะเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอีกด้วย
“ในส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลในยุโรปก็มีโอกาสเติบโตได้อย่างโดดเด่น ตามการเข้าสู่สังคมดิจิทัลของยุโรป โดยในช่วงที่ผ่านมามี Platform และ E-commerce เกิดขึ้นใหม่หลายเช่นเดียวกัน จึงทำให้บริษัทในกลุ่ม ‘New Economy’ ในยุโรปเองมีความน่าสนใจ”
“บลจ.กรุงไทย” มั่นใจ “หุ้นชั้นนำกลุ่มเทคฯ” ในยุโรป...เป็นโอกาสลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
เช่นเดียวกับ “ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่มองว่า การลงทุนใน “หุ้นยุโรป” ที่เป็นบริษัทชั้นนำในยุโรปมีความน่าสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านสังคมดิจิทัล และด้านสิ่งแวดล้อมของยุโรปในระยะยาว ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านยูโร สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของการขยายตัวของธุรกิจกลุ่มนี้ และโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน

(ชวินดา หาญรัตนกูล)
“ปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มี ‘บริษัทเทคโนโลยี’ ชั้นนำอีกมากมายในทวีปยุโรปที่อาจจะถูกนักลงทุนหลงลืมไป ซึ่งบริษัทเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Value Chain ที่สำคัญของบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ทั่วโลก อีกทั้งการที่ภาครัฐให้การสนับสนุนและพร้อมจะผลักดันอย่างเต็มที่ของฝั่งยุโรปจะเป็นอีกปัจจัยส่งเสริมที่ดี ซึ่งบริษัทชั้นนำในยุโรปต่างมีความพร้อมและศักยภาพในการลงทุน รวมทั้งเป็นบริษัทที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การผลิตระดับโลก จึงมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว”
ในกลุ่ม “ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)” ในช่วงที่ผ่านมา “หุ้นสหรัฐ” ถือว่ามีการปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น แต่หลายคนก็เชื่อว่า “หุ้นยุโรป” กำลังจะเดินซ้ำรอยของตลาดสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน เพราะปัจจัยหลายอย่างกำลังคลี่คลายไปในเชิงบวกเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐมาแล้วนั่นเอง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยทีเดียว
