Official Update :

“ThaiESG-X” ฟื้นตามตลาด ปีนี้ “เขียวยกแผง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.57%… “MIF-ESGX68” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +18.28% ส่วน “KKP BL THAI ESGX-2568” รั้งท้ายตาราง +0.48% !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาดูผลงาน “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” (ThaiESG-X) ที่เปิดให้ลงทุนในช่วงกลางปี25 ที่ผ่านมาทั้ง 1) เงินลงทุนใหม่ และ 2) เงินโอนจาก LTF กันบ้าง


ภาพรวมผลงานฟื้นตาม “ตลาดหุ้นไทย” โดยปีนี้ (ณ วันที่ 16 มี.ค. 26) กองทุน ThaiESG-X” ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +7.57% แพ้ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย (SET TRI) ที่ +13.31% แต่ใกล้เคียงกับ SETESG TRI ที่ +7.71%


โดยกองทุนทั้งหมด “เขียวยกแผง” อีกด้วย !!!


แม้ปีนี้ “หุ้นไทย” จะบวกขึ้นมาอย่างโดดเด่น แต่ราคาก็ยัง “ไม่แพง” มี Forward12 M P/E 14.65 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.62 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ปีนี้จะโต +7.37%


ใครลงทุนไว้ก็ต้องถือตามเงื่อนไขไปอย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ซื้อ จึงจะขายได้ ก็คงไม่นานเกินรอและคาดว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะไปไกลกว่าวันนี้เช่นกัน


สำหรับ 5 “ThaiESG-X ที่มีผลงานปีนี้ “ดีสุด-แย่สุด” เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


5 “ThaiESG-X” ปีนี้ผลงาน “สุดปัง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.57%...“MIF-ESGX68” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +18.28% ต่อปี

จากการสำรวจผลงานของกองทุน ThaiESG-X ปีนี้ (ณ วันที่ 16 มี.ค. 26) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 86 กอง ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +7.57% (ดีสุด +18.28%, แย่สุด +0.48%) โดยกองทุนทั้งหมด 100% มีผลตอบแทนเป็น “บวก” ทั้งนี้มี 37 กอง คิดเป็น 43% จากทั้งหมด ที่ผลตอบแทน “ชนะ” ค่าเฉลี่ยกลุ่ม ในขณะที่ส่วนใหญ่ 49 กอง คิดเป็น 57% “แพ้” ค่าเฉลี่ยกลุ่ม


สำหรับ ThaiESG-X ที่ผลงานปีนี้ดีสุด 5 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น ทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +13.56% นำมาโดย

1) MIF-ESGX68” ของบลจ.เอ็มเอฟซี +18.28%

2) “SCBTAX(25D)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +13.88%

3) “ONE-THAIESGX-X” ของบลจ.วรรณ +12.08%

4) “BEQD-TESGX” ของบลจ.บัวหลวง +11.99%

5) “SCBTS100X(25A)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +11.59%



5 “ThaiESG-X” ผลงานปีนี้ “สุดแป้ก” เฉลี่ย +2.05%...“KKP BL THAI ESGX-
2568” รั้งท้ายตาราง +0.48%

ส่วน 5 ThaiESG-X” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบแทนปีนี้ เฉลี่ย +2.05% เป็นกลุ่มลงทุนแบบผสม ได้แก่


1)
“KKP BL THAI ESGX-2568” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +0.48%

2) “P-MESGX-N” ของบลจ.ฟิลลิป +1.60%

3) “ES-DIV70THAIESGX-68D” ของบลจ.อีสท์สปริง +2.47%

4) “MIX-ESGX68” ของบลจ.อีสท์สปริง +2.77%

5) “TThai70ESGX-S” ของบลจ.ทิสโก้ +2.94%


สำหรับใครที่ลงทุนกองทุน “ThaiESGX” อยู่ก็ต้องถือต่อไปให้ครบเงื่อนไขอย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ซื้อลงทุน จึงจะเริ่มขายได้ ซึ่งไม่ต้องทำอะไร รอลุ้นให้ “หุ้นไทย” ในอีก 5 ปีข้างหน้าสดใสกว่าวันที่เริ่มต้นลงทุนก็พอ ส่วนใครที่ใช้สิทธิโอนย้ายจากกองทุน “LTF” มากกว่า 3 แสนบาท – 5 แสนบาท ปีที่2 – 5 ก็ยังทยอยลดหย่อนได้ในส่วนที่เหลือตามที่จ่ายจริง ไม่เกินปีละ 50,000 บาท นั่นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’