Official Update :

“UOBSA” เฟ้น “หุ้นเอเชีย” ด้วยพลัง “คน-AI”…   ช่วยให้ไม่พลาด “ทุกโอกาส” การลงทุน !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Asia Pacific Ex Japan ที่เน้นลงทุน “หุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวของผลตอบแทน


ปีนี้ถือเป็นตลาดที่เป้าหมายของเงินลงทุนทั่วโลกเพราะเป้นตลาดที่มี "การฟื้นตัวแบบคัดเลือกกลุ่ม (Selective Recovery)" โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากวัฏจักรเทคโนโลยี (AI & Semiconductors) และการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรในหลายประเทศ


โดยเฉพาะ “เอเชียเหนือ”  ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นผู้ผลิตและส่งออก “ชิป” (Chip) ที่เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนโลกยุคดิจิทัล


ปัจจุบัน “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ราคาก็ยัง “ถูก” เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น มี Forward 12M P/E เพียง 14.76 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.16 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 13 มี.ค. 26)


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



“UOBSA” เฟ้น “หุ้นเอเชีย” ไม่พลาดทุกโอกาสการลงทุน

สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ชื่อว่า UOBSA: กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและไม่จ่ายเงินปันผล” บริหารจัดการโดย บลจ.ยูโอบี มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2550 เน้นลงทุน หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวของผลตอบแทน ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบ “AI-ML Process” ร่วมกับคน “Human” อย่างลงตัว โดยมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนี MSCI AC Asia (ex Japan) net TR USD ผ่านกองทุนหลัก ‘United Asia Fund Class T SGD Acc’ ที่บริหารจัดการโดย UOB Asset Management (Singapore)



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘UOBSA’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 26) มีการการกระจายน้ำหนักการลงทุนแบ่งเป็นรายประเทศ 5 อันดับที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย

  • จีน 36.48%

  • ไต้หวัน 20.20%

  • เกาหลีใต้ 17.68%

  • อินเดีย 8.08%

  • ฮ่องกง 7.37%


ส่วน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • Information Technology 35.50%

  • Materials 15.77%

  • Financials 10.86%

  • Industrials 10.60%

  • Consumer Services 4.81%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) TAIWAN SEMICONDUCTOR MANUFACTU 12.66%, 2) SAMSUNG ELECTRONICS CO LTD  6.33%, 3) NANYA TECHNOLOGY CORP 5.69%, 4) TENCENT HOLDINGS LTD 4.81% และ 5) ALIBABA GROUP HOLDING LTD 4.31% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน ‘UOBSA’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ม.ค. 26) มาเฉลี่ยอยู่ที่ 1.64% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.84% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.64% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.98% ต่อปี) อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีขาดทุนที่ค่อนข้างรุนแรงเช่นกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.39%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด

โดยนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน UOBSA ก็สามารถใช้เงินลงทุนได้อย่างอิสระ เนื่องจากเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ทางบลจ. “ไม่ได้มีข้อกำหนด” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายผู้ลงทุนสามารถทำได้อิสระ ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น UOBAM Invest


สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต มีพื้นฐานรองรับ และราคายังไม่แพง ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกในปัจจุบัน เชื่อว่า “หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’