“Real Yield” ปรับตัวลดต่ำลง...เพิ่มความน่าสนใจให้ “ทองคำและเงิน” !!!
แม้ “โจ ไบเดน” ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ จะทำให้บรรยากาศของ ‘สงครามการค้า’ ระหว่างสหรัฐและจีนดูตึงเครียดน้อยลง แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้หายไปไหนแต่ประการใดยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องเพียงอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปบ้างเท่านั้นเอง
‘ดอกเบี้ยต่ำ’ และ ‘วิกฤติ COVID-19’ ก็ยังคงอยู่เช่นเดียวกัน
ปัจจัยเหล่านี้ ก็ยังจะเป็นผลบวกต่อราคา “ทองคำและเงิน” ให้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ แม้ว่าหลังเลือกตั้งมา “หุ้น” จะกลับมาคึกคักจนกลบรัศมีของทองคำไปบ้างก็ตาม
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“Real Yield” ต่ำ...ปัจจัยบวก ‘ทองคำและเงิน’
โดย “อิศรา พุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี จำกัด บอกว่า ผลกระทบของการเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สะท้อนผ่านตัวเลขการว่างงานของสหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังคงดอกเบี้ยนโยบายการเงินไว้ที่ระดับใกล้เคียง 0% เช่นเดียวกับธนาคารของประเทศอื่นๆ ประกอบกับการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ‘อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Yield)’ มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ความน่าสนใจในการลงทุนพันธบัตรลดน้อยลง มีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนจากพันธบัตรสู่สินทรัพย์อื่น เป็นปัจจัยที่หนุนให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งทองคำและเงินปรับตัวขึ้น
“ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันราคาเงินปรับตัวขึ้นเร็วกว่าราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นบริษัทเหมืองทองคำและบริษัทเหมืองเงินปรับตัวเพิ่มมากขึ้นกว่าการปรับตัวของราคาทองคำแท่งและเงิน ตลาดเริ่มรับรู้ถึงผลดำเนินงานของเหมือง เนื่องจากขณะที่ราคาสินทรัพย์ทรงตัวในระดับสูง ต้นทุนการจัดการเหมืองยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากช่วงต้นปี ส่งผลให้ผลประกอบการดำเนินธุรกิจเหมืองปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน การลงทุนที่ดีจึงควรมีการจัดสรรสินทรัพย์ (Active Asset Allocation) ที่เหมาะกับภาวะตลาด”
“COVID-19” และสงครามการค้า...ยังหนุนราคา ‘ทองคำและเงิน’ ต่อเนื่อง
บริษัทมองว่า ด้วยแนวโน้มสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนจากการระบาดของ COVID-19 และสงครามการค้าที่ยังคงมีอยู่ เงินลงทุนยังมีการไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย อีกทั้ง Real Yield ที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ราคาทองคำและเงินยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งทิศทางราคาทองคำและเงินเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ความต้องการโลหะเงินในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการแพทย์ก็ยังมีสูง เป็นปัจจัยสนับสนุนช่วยผลักดันราคา ดังนั้นการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) โดยลงทุนในหุ้นเหมือนทองคำและเงิน ช่วยสร้างโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นด้วย
“บริษัทมี ‘กองทุนเปิด วี โกลด์ แอนด์ ซิลเวอร์ อิควิตี้ (WE-GOLD)’ จัดสัดส่วนในทองคำ เงินแท่งและหุ้นเหมืองตามทิศทางของตลาด แบบ FLEXIBLE AND DYNAMIC ASSET ALLOCATION ปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนของกองทุนหลักลงทุนใน หุ้นเหมืองทองและเหมืองเงิน 80.8%, ทองคำและเงินแท่ง 17.3% และอื่นๆ 1.9% โดยกองทุนหลักมีผลการดำเนินงานที่ปรับตัวขึ้นอย่างน่าสนใจเนื่องจากกองทุนหลัก ‘Merian Gold and Silver Fund’ มีสัดส่วนการลงทุนในเงินที่สูง”
ในด้านการคัดเลือกหุ้นเหมือง กองทุนหลักใช้กลยุทธ์ลงทุนด้วยการคัดเลือกหุ้นเหมืองทองคำและเงิน ด้วยการประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้ปัจจัยพื้นฐานรวมไปถึงการพิจารณาบริษัท ในด้านการบริหารจัดการ, ความสามารถของผู้บริหาร, งบการเงิน, การเติบโตของบริษัท และปัจจัยความเกี่ยวข้อง ถือเป็นจุดแข็งของกองทุนในการสร้างผลตอบแทนที่ดี
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนใน ‘ทองคำแท่ง, เงินแท่ง, หุ้นเหมืองทองและหุ้นเหมืองเงิน’ ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับภาวะตลาดแต่ละช่วง (Dynamic rotation) เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าราคาทองคำ 2-5 เท่าในระยะยาว ‘กองทุน WE-GOLD’ น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในช่วงดอกเบี้ยที่ต่ำเช่นนี้
