Official Update :

ชู “หุ้นพลังงานสะอาด” (Clean Energy)” อนาคตของโลก... โอกาสลงทุนฝ่ายุค “น้ำมันแพง” !!!

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...“หุ้นพลังงานสะอาด” (Clean Energy) กลับมาอยู่ในเรดาห์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง หลัง “สงคราม” ผลักราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น


ก่อนหน้านี้ Clean Energy” ไม่ Perform เท่าไรนัก เพราะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “หุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตตาม AI” (AI-Driven Infrastructure) ที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจาก “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ในรอบที่ผ่านมา


แต่นี่คือหนึ่งในMegatrend” ของโลกการลงทุนที่ปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่าDonald Trump” จะ No Green ก็ตาม แต่โลกยังต้องการหุ้นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างClean Energy”


ในปี2026 ถือว่าอยู่ในช่วง "จุดเปลี่ยนสำคัญ" หลังจากผ่านพ้นช่วงความไม่แน่นอนทางนโยบายและแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูงในช่วงก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปีที่ “ปัจจัยพื้นฐาน” (Fundamental) จะกลับมาขับเคลื่อนราคาหุ้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง


โดยเฉพาะใน “ยุคน้ำมันแพง” ทำให้โลกตื่นตัวในเรื่องนี้อีกครั้งและกลายเป็นอีกธีมการลงทุนที่น่าสนใจ


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นพลังงานสะอาด” (Clean Energy) ที่น่าสนใจมาฝากกัน


เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นพลังงานสะอาด"…โอกาสลงทุนฝ่ายุค "น้ำมันแพง"

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund” ทั้ง 4 กอง โดยเน้นลงทุน “ทั่วโลก” 2 กอง และเน้นลงทุนใน “จีน” อีก 2 กอง ที่มีสไตล์การบริหารแตกต่างกันออกไปตามแต่ละค่าย ประกอบด้วย


- FP SENERGY-A: กองทุนเปิด เฟิร์ส พลัส สมาร์ท เอนเนอร์จี้ อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.เฟิร์ส พลัส เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity - Alternative Energy” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน หุ้นทั่วโลก” ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงเกี่ยวกับการจัดหาเทคโนโลยีสำหรับการผลิตพลังงานสะอาด การกระจายแหล่งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการพลังงาน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญของการลงทุนแบบ Smart Energy หรือพลังงานอัจฉริยะ รวมถึงบริษัทที่จัดตั้งขึ้นหรือมีกิจกรรมทางธุรกิจโดยส่วนใหญ่ในกลุ่มเศรษฐกิจที่โตเต็มที่ (ตลาดที่พัฒนาแล้ว) และกลุ่มเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา (ตลาดเกิดใหม่) รวมทั้งบริษัทที่มีการยกระดับด้านความยั่งยืน


ผ่านกองทุนหลัก ‘Robeco Capital Growth Funds – Robeco Smart Energy Class I USD’ ที่บริหารจัดการโดย Robeco Institutional Asset Management B.V.


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 28 ก.พ. 26) มีการการกระจายลงทุนใน 3 ภูมิภาคมากสุด ประกอบไปด้วย

  • America 9%

  • Europe 9%

  • Asia 2%


“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Electrical Equipment 34.4%, 2) Semiconductors & Semiconductor Equipment 25.8%, 3) Electronic Equipment, Instruments & Components 6.4%, 4) Communications Equipment 6.2% และ 5) Electric Utilities 6.0% ตามลำดับ”



- ถัดมาเป็น P-CGREEN: กองทุนเปิดฟิลลิป ไชน่า กรีน เอ็นเนอร์จี แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์ของบลจ.ฟิลลิป เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity - Alternative Energy” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นจีน” ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5 กลุ่ม คือ กลุ่มพลังงานทางเลือก (Alternative Energy), การพัฒนาและการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน(Sustainable Water), การออกแบบอาคารที่ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Green Building), การป้องกันมลพิษ (Pollution Prevention) และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency)


ผ่านกองทุนหลัก ‘KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Krane Funds Advisors, LLC


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 2 เม.ย. 26) มีการลงทุนใน “หุ้นจีน” เป็นหลัก โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • LI AUTO INC-CLASS A 01%

  • BYD CO LTD-H 74%

  • XPENG INC - CLASS A SHARES 63%

  • CONTEMPORARY AMPEREX TECHN-A 68%

  • NIO INC-CLASS A 31%


- มาต่อกันด้วย MRENEW-A: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่ไม่รับเงินปันผลของบลจ.เอ็มเอฟซี เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity - Alternative Energy” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่มีการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน (sustainable energy companies) ทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘BGF Sustainable Energy Fund’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg)S.A.


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 28 ก.พ. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ได้แก่

  • สหรัฐอเมริกา 58%

  • ฝรั่งเศส 28%

  • สหราชอาณาจักร 82%

  • อิตาลี 82%

  • โปรตุเกส 32%


“โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Other 35.99%, 2) Energy Storage & Infrastructured 20.13%, 3) Industrial Efficiency 15.42%, 4) Renewable Energy Technology 13.16% และ 5) Automotive & Sustainable 11.97% ตามลำดับ”



-  ปิดท้ายกันด้วย TCHCLEAN: กองทุนเปิด ทิสโก้ China Clean Energyของบลจ.ทิสโก้ เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity - Alternative Energy” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “Solactive China Clean Energy Net Total Return” ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลการดําเนินงานของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดในประเทศจีน ผ่านกลยุทธ์การลงทุน Physical และ Synthetic Replication Strategy เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว


ผ่านกองทุนหลัก Global X China Clean Energy ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) Limited


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 1 เม.ย. 26) มีการลงทุนใน “หุ้นจีน” เป็นหลัก โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • SIEYUAN ELECTRIC 9.06%

  • CHINA YANGTZE POWER 8.58%

  • NAURA TECHNOLOGY GROUP 7.91%

  • LONGI GREEN ENERGY TECHNOL 7.20%

  • SUNGROW POWER SUPPLY CO LT 6.93%


สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่มีโอกาสได้รับทั้ง “ผลตอบแทน” และ “รักษ์โลก” ไปพร้อมๆ กัน เชื่อว่ากลุ่ม “หุ้นพลังงานสะอาด” (
Clean Energy) จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วง “สงคราม” ที่ผลักให้ “ราคาน้ำมัน” กลับมาทรงตัวในระดับสูงอีกครั้ง “พลังงานทางเลือก” ก็ยิ่งกลับมามีความสำคัญมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’