“กองทุนรวมไทย” ไตรมาสที่1/26 โต “สะดุด” AUM 6.5 ล้านลบ. +0.85%... “บลจ.ดาโอ” แชมป์โตสุด +35.78% ด้าน “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ร่วงสุด -24.46% ส่วน “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 22.49% !!!

สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...“กองทุนรวมไทย” ไตรมาสที่1/26 สะดุด “สงคราม” สินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทรงตัวที่ 6.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย +0.85%


โดยบลจ.ส่วนใหญ่ 61% “โตเพิ่มขึ้น” ที่เหลืออีก 39% “โตลดลง”


แม้ว่าการเมืองจะชัดเจน พร้อมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงเป็นปัจจัยหนุน อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงเรื่องภูมิรัฐศาสตร์โลกจาก “สงคราม” ยังคงเป็นปัจจัยลบบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกต่อเนื่องรวมถึงไทย ส่งผลให้ธุรกิจกองทุนรวมไทยโตแผ่วไปด้วยในไตรมาสที่1/26 ที่ผ่านมา


ทั้ง 23 บลจ. มีการเติบโตเช่นไรในไตรมาสที่1/26 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย



"กองทุนรวมไทย" ไตรมาสที่1/26 “ทรงตัว”
AUM 6.5 ล้านลบ. +0.85%...5 “บลจ.” AUM “ปังสุด” โตเฉลี่ย +16.41% – “บลจ.ดาโอ” แชมป์โตสุด +35.78%  

จากการสำรวจธุรกิจกองทุนรวมในไตรมาสที่1/26 ของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ พบว่า บลจ.ทั้ง 23 แห่ง มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) 6,520,793.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.85% จากสิ้นปีก่อน


โดยบลจ.ส่วนใหญ่ 14 บลจ. คิดเป็น 61% ที่มีการเติบโตเป็นบวก ในขณะที่อีก 9 บลจ. คิดเป็น 39% ที่โตลดลง ทั้งนี้มีอยู่ 11 บลจ. คิดเป็น 48% ที่โตชนะอุตสาหกรรม โดย 5 บลจ.ที่มีการเติบโตสูงสุดนั้น โตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +16.41%



นำมาโดย อันดับ1) “บลจ.ดาโอ” เพิ่มขึ้น +35.78%, 2) “บลจ.ทาลิส” +17.53%, 3) “บลจ.เอ็กซ์สปริง” +13.86%, 4) “บลจ.เอ็มเอฟซี” +7.92% และ 5) “เอไอเอ” +6.96% ตามลำดับ


5 “บลจ.” กองทุนรวม ไตรมาสที่1/26
“แป้กสุด” โตลดลงเฉลี่ย -7.49% “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ดิ่งมากสุด -24.46%...ส่วน “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์ส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 22.49%

ส่วน 5 บลจ. ที่กองทุนรวมมี AUM โตลดลงมากสุดนั้น ลดลงเฉลี่ย -7.49% ประกอบด้วย 1) “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ลดลง -24.46%, 2) “บลจ.พรินซิเพิล” -4.37%, 3) “บลจ.วรรณ” -3.01%, 4) “บลจ.กรุงศรี” -2.95% และ 5) “บลจ.บางกอกแคปปิตอล” -2.65% ตามลำดับ



ทั้งนี้ ยังพบว่า 6 บลจ. ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดกองทุนรวมมากสุดนั้น มีส่วนแบ่งรวมกันถึง 78.32% นำมาโดย


1) “บลจ.กสิกรไทย”
มี AUM 1,466,427.21 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 22.49%

2) “บลจ.ไทยพาณิชย์” มี AUM 1,112,382.07 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 17.06%

3) “บลจ.กรุงไทย” AUM 818,840.08 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 12.56%

4) “บลจ.บัวหลวง” AUM 757,014.68 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 11.61%

5) “บลจ.กรุงศรี” AUM 534,461.89 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 8.20%

6) “บลจ.อีสท์สปริง” AUM 418,161.76 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 6.41%


บลจ.กสิกรไทย และ บลจ.ไทยพาณิชย์ ยังเป็น 2 บลจ.ที่มี AUM กองทุนรวมทะลุ 1 ล้านล้านบาท และครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ1 และ 2 รวมกันประมาณ 40% เลยทีเดียว”


ทั้งหมดนี้เป็นภาพการเติบโตของธุรกิจ “กองทุนรวมไทย” ในไตรมาสที่1/26 ที่ผ่านมา ที่ค่อนข้าง “ทรงตัว” สะดุดไปจากปัจจัยลบเรื่อง “สงคราม” ที่กดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก และยังคงต้องจับตาดูว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะกลับมาฟื้นตัวสู่ “ภาวะปกติ” ได้หรือไม่

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’