“TISCOBIG” ลุย “หุ้นไทย” ไซส์ใหญ่...“ตามใครไม่เป็น” อุ่นใจปั้น “ผลตอบแทน” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity Large Cap” ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทย” 20 บริษัทแรก ซึ่งเรียงลำดับตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
ซึ่งถือเป็นกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ หาก “เงินทุนต่างชาติ” ไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง เพราะนี่คือเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติอย่างปฏิเสธไม่ได้ และหาก “หุ้นไทย” จะกลับไปสู่ระดับ 1,500 จุด หรือสูงกว่านั้นในระยะกลาง-ยาว นี่ก็คือหุ้นกลุ่มนำตลาดที่จะกระชากลากดัชนีกลับขึ้นไปโต้ลมบนด้วยเช่นกัน
อย่าลืมว่า “จุดเด่น” ของหุ้นไทย คือ “ถูก” ปัจจุบันมี Forward 12M P/E 15.02 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.62 เท่า ในขณะที่คาดว่ากำไรบจ.ปีนี้จะโต +6.64% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 3 เม.ย. 26) ในขณะที่ “อัตราเงินปันผล” ก็สูง 4.28% น่าสนใจกว่าตลาดอื่นๆ (ที่มา: set.or.th, วันที่ 6 เม.ย. 26)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นขนาดใหญ่” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“TISCOBIG” ลุย “Big Cap” หุ้นไทย...อุ่นใจปั้น “ผลตอบแทน”
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “TISCOBIG: กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นบิ๊ก” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.ทิสโก้’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2560 เน้นลงทุนใน “หุ้น” ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย “20 บริษัทแรก” ซึ่งเรียงลำดับตามมูลค่า หลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ให้เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 โดยสัดส่วนการลงทุนในหุ้นแต่ละบริษัทขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการตามสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘TISCOBIG’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
พลังงานและสาธารณูปโภค 24.70%
-
ธนาคาร 18.84%
-
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 15.83%
-
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 13.00%
-
ขนส่งและโลจิสติกส์ 5.58%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) DELTA 13.00%, 2) ADVANC 9.99%, 3) PTT 8.06%, 4) GULF 7.35% และ 5) PTTEP 7.01% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘TISCOBIG’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 1.87% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.86% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 16.93% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 14.04% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -25.68%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามข้อกำหนดซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ส่วนการขายคืนไม่มีการกำหนดขั้นต่ำเอาไว้แต่ประการใด ส่วนยอดคงเหลือขั้นต่ำกำหนดไว้ที่ 100 หน่วย โดยมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทิสโก้, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัดหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน TISCO My Funds
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” กับภาพการฟื้นตัวและมีโอกาสกลับมาได้ในระยะกลาง-ยาวจากนี้ หาก “สงคราม” คลี่คลาย กลุ่ม “หุ้นขนาดใหญ่” ถือเป็นอีกธีมที่น่าสนใจ และตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเป้าหมายแรกของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่จะกลับเข้ามา และเป็นกลุ่มที่จะนำให้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นได้ก่อนกลุ่มอื่นๆ นั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
