“A-HUMANOID” เชื่อมต่อการลงทุนใน “Physical AI” ก้าวสู่ “ยุคใหม่ของหุ่นยนต์” ในโลกความจริง ชิงโอกาสทองจากเมกะเทรนด์ที่จะเปลี่ยนทุกอุตสาหกรรม!!
โดย: บลจ.แอสเซท พลัส
รู้หรือไม่?...ทาง “Citi” คาดว่าอีกประมาณ 6 ปี จากนี้ เราอาจเจอ “Humanoid” 25 ตัว จากคน 100 คน
ในอนาคตอันใกล้ “หุ่นยนต์ Humanoid” จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ใน “โลกจริง” ไม่ใช่แค่จินตนาการที่มีอยู่ใน “หนัง Sci-Fi” (Science Fiction) เท่านั้น
ถ้าพูดเรื่องนี้เมื่อก่อน หลายคนอาจจะไม่เชื่อ...แต่หลังจากที่กองทัพ “Humanoid” ของจีนโชว์กังฟู ตีลังกากลับหลัง พับผ้า และเล่นละครสั้น รับวันตรุษจีน “ปีม้าไฟ-2026” ที่ผ่านมาจนกลายเป็น “Talk of The Town” ดังไปทั่วโลก ลบล้างภาพหุ่นยนต์แบบเดิมๆ ในหัวไปได้เลย
ล่าสุดยังถูกตอกย้ำจากฝั่งสหรัฐ เมื่อ “Humanoid” ปรากฏตัวยืนบนพรมแดงเคียงข้าง “Melania Trump” สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ ที่ทำเนียบขาว โดยเธอบอกว่าหุ่นยนต์เหล่านี้อาจทำหน้าที่เป็น “ครูที่บ้าน” ที่สามารถสื่อสารตอบโต้กันได้ในอนาคต
นั่นทำให้คำพูดข้างต้นจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป...แต่เป็นความจริงที่จับต้องได้เรียบร้อยแล้ว ถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ทางเทคโนโลยีที่สำคัญของ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI: Artificial Intelligence) โดยเปลี่ยนผ่านจาก “โลกดิจิทัล” สู่ “โลกทางกายภาพ” (Physical AI) ในรูปแบบของ “Humanoid” และ “Embodied AI” (ปัญญาประดิษฐ์ที่มีร่างกาย) ที่มีทั้งสมองและร่างกายเพื่อลงมือทำงานจริงนั่นเอง
ที่สำคัญ “Humanoid” เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ เหมือนซื้อรถ EV เพื่อนำมาใช้งานได้จริง ซึ่งนั่นทำให้ “ธีมการลงทุนในหุ่นยนต์” เป็นธีมแห่งอนาคตที่น่าสนใจและเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวเท่านั้น
โอกาสการลงทุนไม่ได้จำกัดเฉพาะ "ตัวหุ่นยนต์" เท่านั้น แต่หมายรวมถึง "ระบบนิเวศน์" (Ecosystem) ทั้งหมดที่จะทำให้หุ่นยนต์เดินได้ คิดเป็น และทำงานได้จริง
จะดีแค่ไหน?...ถ้าคุณมีโอกาสจะลงทุนในธีมแห่งอนาคตอย่าง “Humanoid” นี้
วันนี้ โอกาสนั้นมาถึงแล้ว เมื่อ “บลจ.แอสเซท พลัส” นำเสนอ “A-HUMANOID: “กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล ฮิวแมนนอยด์ (A-HUMANOID)” ที่เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 22-27 เมษายน 2569 นี้
“Humanoid” & “Embodied Intelligence” การเปลี่ยนผ่านสู่โลกความจริง…ตลาดโตก้าวกระโดด จุดเริ่มต้นของ “วัฏจักรขาขึ้น” รอบใหญ่
สำหรับหุ่นยนต์ “Humanoid” ปัจจุบันไม่ใช่เพียงตัวโชว์ต้นแบบในห้องแล็บอีกต่อไป แต่ได้ก้าวเข้าสู่สายการผลิตจริงในภาคอุตสาหกรรมเรียบร้อยแล้ว
ปัจจุบันมี 2 บริษัทยักษ์ใหญ่จาก 2 ค่ายเทคโนโลยีโลก ได้แก่ “UBTECH” (จีน) และ “TESLA” (สหรัฐ) กำลังส่งหุ่นยนต์จำนวนมากเข้าไลน์การผลิตจริงแล้ว
ถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ทางเทคโนโลยีที่สำคัญของ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI: Artificial Intelligence) โดยเปลี่ยนผ่านจาก “โลกดิจิทัล” สู่ “โลกทางกายภาพ” (Physical AI) ในรูปแบบของ “Humanoid” และ “Embodied AI” (ปัญญาประดิษฐ์ที่มีร่างกาย) ที่มีทั้งสมองและร่างกายเพื่อลงมือทำงานจริงนั่นเอง
ความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีนั้น เร็วแบบก้าวกระโดด ย้อนกลับไปเพียงไม่ถึงครึ่งศตวรรษ ในทศวรรษที่1990 นั้น ถือเป็น “The Stiff Pioneers” (ยุคบุกเบิก) ของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ยังแข็งทื่อไม่เป็นธรรมชาติ ในทศวรรษที่2000 ก้าวเข้าสู่ “Getting nimbler” ที่หุ่นยนต์เริ่มเคลื่อนไหวคล่องแคล่วมากขึ้น
ต่อเนื่องสู่ทศวรรษที่ 2010 เป็นยุค “The agility leap” ที่หุ่นยนต์พัฒนาก้าวกระโดดมีการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวมากขึ้น และปัจจุบันทศวรรษที่2020 นั้น เป็นยุค “When AI meets body” ที่สามารถทำทุกอย่างได้เหมือนมนุษย์แล้วและกำลังก้าวเข้าสู่การผลิตเพื่อการพาณิชย์ที่จะนำมาใช้งานจริงๆ
สอดคล้องกับมุมมองของ “นักลงทุนสถาบันชั้นนำของโลก” ที่ต่างมีมุมมองเชิงบวกต่อธีมการลงทุนในหุ่นยนต์ในระยะยาว
-
“Citi” คาดว่าอีกประมาณ 6 ปี จากนี้ เราอาจเจอ “Humanoid” 25 ตัว จากคน 100 คน
-
“Morgan Stanley” คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรวม (Total Addressable Market) ของ “Humanoid” ทั่วโลกอาจสูงถึงเกือบ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2050 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 34.3% ต่อปี และคาด “Humanoid” กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากต้นทุนที่ลดลงกว่า 80% ใน 25 ปีข้างหน้า สู่การใช้งานจริงในวงกว้างที่จะโตมากกว่า 100% ในช่วงเวลาเดียวกัน
-
“UBS” คาดการลงทุนใน “Humanoid” พุ่งทะยาน เติบโต 11 เท่า ใน 3 ปี สู่ยุคทองของหุ่นยนต์ภาคอุตสาหกรรม
โดย 3 อุตสาหกรรมที่ “Humanoid” จะเข้ามาช่วยทำงานจริงนั้น ประกอบด้วย
1) “โรงงานอุตสาหกรรม” (Factories): เริ่มใช้งานจริงแล้วในปัจจุบัน โดยมีการใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ เพื่อทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ หรือมีความเสี่ยงสูง คาดว่าจะเข้ามาแทนที่แรงงาน 20 ล้านตำแหน่ง ภายในปี 2030 อาจเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ในสายการผลิตทั่วโลก
2) “โรงพยาบาล” (Hospitals): ยกระดับการแพทย์ หุ่นยนต์เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วย ทำกายภาพบำบัด เฝ้าระวังอาการและเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้พิการ คาดมูลค่าตลาดหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์จะโตมากกว่า 4 เท่า จาก 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่ 8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2032
3) “ที่อยู่อาศัย” (Homes): ผู้ช่วยส่วนตัว รับหน้าที่จัดการงานบ้าน (ทำความสะอาด, ซักผ้า, ล้างจาน) รวมถึงให้การดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังแบบเฉพาะบุคคล คาดจะก้าวสู่กระแสหลักในปี 2030 “Humanoid” สำหรับใช้ในบ้านจะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

รู้จักหุ้นกลุ่ม “Humanoid”…ไม่ใช่แค่ “หุ่นยนต์” แต่ครอบคลุมทั้ง “Value Chain”
สำหรับหุ้นกลุ่ม “Humanoid Robotics” และ “Embodied AI” ไม่ได้มีแค่บริษัทที่ผลิตตัวหุ่นยนต์เท่านั้น แต่ครอบคลุมทั้ง “Value Chain” โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย
-
Humanoid Integrators: บริษัทที่ออกแบบ ประกอบ และนำหุ่นยนต์ Humanoid ออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ (เช่น UBTECH Robotics, Tesla)
-
Actuation Systems: ผู้ผลิตระบบขับเคลื่อนที่ช่วยให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่ได้แม่นยำ เช่น มอเตอร์, เกียร์ส่งกำลัง (เช่น Harmonic Drive, Regal Rexnord, Moog)
-
Sensing & Perception: บริษัทที่ทำเซนเซอร์, ระบบกล้อง, และ LiDAR เพื่อให้หุ่นยนต์ "มองเห็น" และ "สัมผัส" โลกจริงได้ (เช่น Robosense, Teledyne, STMicroelectronics)
-
Semiconductors & Technology: ผู้ผลิตชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงเพื่อเป็น "สมอง" ให้กับ Embodied AI (เช่น NVIDIA, Renesas, Analog Devices)
-
Critical Materials: รวมถึงบริษัทต้นน้ำที่ผลิตแร่ธาตุหายาก (Rare Earths) ซึ่งจำเป็นต่อการทำแม่เหล็กในมอเตอร์หุ่นยนต์ (เช่น Lynas Rare Earths)
(ที่มา: MerQube Index Finder)
“A-HUMANOID” โอกาสการลงทุนในธีม “หุ่นยนต์”...ฝีมือบริหารของ “KraneShares” บลจ. ผู้นำด้าน “Thematic ETF” ระดับโลก
เทคโนโลยีหุ่นยนต์อย่าง “Humanoid” นี้ถูกสร้างมาเพื่อทำงานเคียงข้างมนุษย์ มาแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต จากการที่โลกเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” (Aging Society) ที่หลายประเทศประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสังคมมนุษย์ในโลกจริง ถ้าคุณเชื่อมั่นในธีมการลงทุนนี้ว่าเป็นอนาคตที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่จินตนาการอีกต่อไป โอกาสนั้นมาถึงแล้ว
เมื่อทาง “บลจ.แอสเซท พลัส” ได้นำเสนอ “A-HUMANOID: “กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล ฮิวแมนนอยด์ (A-HUMANOID)” เป็นกองทุน Passive Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ “หุ่นยนต์ Humanoid” และ “Embodied Intelligence” (ปัญญาประดิษฐ์ที่มีร่างกาย) ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “MerQube Global Humanoid and Embodied Intelligence Index” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
ผ่านกองทุนหลัก ‘KraneShares Global Humanoid Robotics and Embodied Intelligence Index ETF (KOID) ที่บริหารจัดการโดย Krane Funds Advisors, LLC
สำหรับ “KraneShares” นั้น เป็นบลจ. ชื่อดังระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญสูงในการจัดตั้ง “Thematic ETF” โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ นั่นทำให้กองทุนหลักมี “จุดเด่น” ที่สำคัญ ได้แก่
1.คว้าโอกาสจากการรวมตัวของ “โลกดิจิทัล” และ “โลกจริง”: ลงทุนในบริษัทที่มีธุรกิจใน “Humanoid Robotics” และ “Embodied AI” ซึ่งสามารถรับรู้ เคลื่อนที่ และจัดการสิ่งของในโลกจริงได้
2.ลงทุนครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ (Full Spectrum):
- ส่วนสมอง (The Brain): กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีประมวลผล
- ส่วนร่างกาย (The Body): ระบบขับเคลื่อน (Actuation), ระบบกลไก, การรับรู้และเซนเซอร์ (Sensing) และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น
- ส่วนผู้ประกอบ (Integrators): บริษัทผู้ผลิตและประกอบหุ่นยนต์เข้าด้วยกัน
3.โอกาสการลงทุนทั่วโลก: เน้นบริษัทชั้นนำใน สหรัฐ, จีน, ญี่ปุ่น และประเทศเทคโนโลยีชั้นนำ
4.เป็นการลงทุนแบบ Equal-weighted: ให้น้ำหนักหุ้นแต่ละตัวใกล้เคียงกัน เพื่อลดการกระจุกตัวในหุ้นใหญ่เพียงไม่กี่ตัว และเปิดโอกาสให้ “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยสร้างผลตอบแทนได้เต็มที่
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) RAINBOW ROBOTICS 3.23%, 2) DOOSAN CO LTD 2.89%, 3) Lynas Rare Earths Limited 2.85%, 4) REGAL REXNORD CORP 2.75% และ 5) RENESAS ELECTRONICS CORP 2.46% ตามลำดับ” (ที่มา: Kranshares Factsheet, as of 28 Feb 2026)
ส่วนผลตอบแทนของกองทุนหลักสามารถแทรคดัชนีอ้างอิงได้อย่างใกล้ชิด YTD +13.82% ต่อปี(BM +13.89% ต่อปี), 1M +7.57% ต่อปี (BM +7.10% ต่อปี), 3M +22.34% ต่อปี (BM +22.56% ต่อปี), 6M +22.54% ต่อปี (BM +22.18% ต่อปี) และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน +44.47% ต่อปี (BM +44.37% ต่อปี) ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg as of 27 Feb 2026)
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า “Humanoid” ไม่ใช่แค่ของเล่นคนรวย หรืออยู่แค่ “ความฝัน” เท่านั้น แต่คือกำลังแรงงานใหม่ที่จะก้าวเข้ามาช่วยทำงานแทนที่มนุษย์ใน “โลกจริง” เพื่อมาตอบโจทย์วิกฤติการขาดแคลนแรงงานจากการที่โลกเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” (Aging Society) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น นี่ก็คือโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจที่เพิ่งอยู่ในช่วง “เริ่มต้น” ของวัฏจักรขาขึ้นรอบใหญ่เท่านั้น ใครที่ไม่อยากพลาดโอกาสลงทุนนี้ วันนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว เชื่อว่ากองทุน “A-HUMANOID” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”
กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่
บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th
