“UIDPLUS” ทางเลือกฝ่า “ยุคดอกเบี้ยต่ำ”... ลงทุนตราสารหนี้คุณภาพทั้ง “ในประเทศ-ต่างประเทศ” สภาพคล่องสูง-โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่า “เงินฝาก”

โดย: บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)


รู้หรือไม่
?...“ดอกเบี้ยขาลง” อาจเป็นเรื่องดีสำหรับ “ธุรกิจ” เพราะต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง แต่สำหรับ “ผู้มีเงินฝาก” ที่พึ่งพาผลตอบแทนจาก “ดอกเบี้ย” กลับตรงข้าม เพราะรายได้ดอกเบี้ยกำลังลดต่ำลง ซึ่งไม่ใช่เรื่องทีดีแต่ประการใด


นั่นทำให้ “ผู้ฝากเงิน” ต้องแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่า หรือ Search For Yield” นั่นเอง


วิธีการที่ง่ายสุดที่อาจตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี คือ การรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นไม่มากจากเดิม ขยับจาก “เงินฝาก” มาสู่ “กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น” ที่เป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ยังคงมี “สภาพคล่องสูง” ขายหน่วยลงทุนวันนี้ได้รับเงินวันทำการถัดไป (T+1 วันทำการหลังจากวันขายคืน ไม่รวมวันหยุดทำการต่างประเทศ) ที่สำคัญผลตอบแทนยังมีโอกาส “ดีกว่าเงินฝาก” ด้วย


สะท้อนผ่านผลตอบแทนเฉลี่ยของกลุ่ม “กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นทั่วไป” (Short Term General Bond) ให้ผลตอบแทน YTD  +0.23% และย้อนหลัง 1 ปี +1.79% (ที่มา: aimc.or.th, as of 28 Feb 2026) ในขณะที่ “เงินฝากออมทรัพย์” เฉลี่ย 0.25% เท่านั้น (ที่มา: bot.or.th, as of  3 Apr 2026)


ซึ่งหนึ่งในกองทุนที่น่าสนใจในกลุ่มนี้ได้แก่ “UIDPLUS: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อินคัม เดลี่ อัลตร้า พลัส ฟันด์” ของ “บลจ.ยูโอบี” ที่มีผลงานอยู่ในกลุ่ม “1st  Quartile” อีกด้วย (ที่มา: AIMC, as of Dec 2025)


ทำไม? กองทุน UIDPLUS” จึงมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วง “ยุคดอกเบี้ยต่ำ” เช่นนี้ ตามไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย


เปิด 3 กลยุทธ์ “
UIDPLUS” ทางเลือกฝ่า “ยุคดอกเบี้ยต่ำ”...ใช้ “พักเงินก็ได้” – “หวังโอกาสสร้างผลตอบแทนก็ดี”

สำหรับทิศทางของ “ดอกเบี้ยทั่วโลก” ยังอยู่ในแนวโน้มขาลง แม้ว่า “สงคราม” จะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลต่อเงินเฟ้อให้ปรับตัวขึ้นตาม ซึ่งอาจทำให้ดอกเบี้ยไม่ได้ลงเร็วอย่างที่ตลาดเคยมองไว้ แต่ก็ยังคงปรับตัวลงได้ คาดว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ปีนี้มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ส่วนประเทศไทยเอง คาดว่า “แบงก์ชาติ” จะปรับลดดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง เช่นกัน (ที่มา: UOBAM, Outlook Q2/26)


UIDPLUS: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อินคัม เดลี่ อัลตร้า พลัส ฟันด์” ของ “บลจ.ยูโอบี” เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนที่น่าสนใจใน “ยุคดอกเบี้ยต่ำ” นอกจากจะสร้างโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศแล้ว ยังมีการกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ต่างประเทศ ที่ยังคงตอบโจทย์เรื่องของสภาพคล่องที่ดี และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่านั่นเอง ด้วย 3 กลยุทธ์ที่สำคัญ ประกอบด้วย


1.“สภาพคล่องสูง” – “ความผันผวนต่ำ”: กองทุน UIDPLUS” จัดอยู่ในกลุ่ม Short Term General Bond” มีความเสี่ยงระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก ทั้งในและต่างประเทศ โดยอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตอยู่ที่ 4 เดือน 1 วัน


“นั่นทำให้กองทุนมี ‘ความผันผวนต่ำ’ จากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุนมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) ต่ำเพียง -0.71% เท่านั้น (ที่มา: UIDPLUS Factsheet, as of 27 Feb 2026)”


ไม่เพียงเท่านี้ กองทุนยังมี “สภาพคล่องสูง” ขายคืนหน่วยลงทุนวันนี้ จะได้รับเงินค่าขายคืนในวันทำการถัดไป (T+1 วันทำการหลังจากวันขายคืน ไม่รวมวันหยุดทำการต่างประเทศ) ทำให้จัดการเงินสดได้รวดเร็วใกล้เคียงกับ “เงินฝากออมทรัพย์” ที่ (T+0)


2.“ตราสารหนี้คุณภาพ ทั้งในประเทศ-ต่างประเทศ”: เรื่องของคุณภาพตราสารหนี้ถือเป็น “หัวใจ” ของกองทุน UIDPLUS” เช่นเดียวกัน โดยกองทุนเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ใน “ระดับที่สามารถลงทุนได้” (IG: Investment Grade) เป็นหลัก แม้จะเปิดโอกาสให้สามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) หรืออันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับสามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ได้เล็กน้อยก็ตาม


“สะท้อนผ่านอันดับเครดิตของตราสารหนี้ในพอร์ตที่ลงทุนเป็น ‘Investment Grade’ ทั้ง 100% ส่วนใหญ่เครดิตเรทติ้ง A ขึ้นไป”


ไม่เพียงเท่านี้กองทุนยังมีความยืดหยุ่นโดยสามารถลงทุนใน “ตราสารหนี้ต่างประเทศ” ได้สูงสุดไม่เกิน 79% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน (NAV) ได้อีกด้วย ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าจากการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก เป็นผล “ตอบแทนส่วนเพิ่ม” ที่จะเข้ามาเสริม โดยไม่ไปเพิ่มความเสี่ยงด้านเครดิตให้พอร์ตแต่ประการใด เพราะปัจจุบันตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีอันดับเครดิตดีกว่าตราสารหนี้ไทยและให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ายังมีอยู่ โดยพอร์ตลงทุนล่าสุดมีการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วย

  1. QATAR (Rating AA) 16.37%

  2. SAUDI ARABIA (Rating A+) 8.17%

  3. SINGAPORE (Rating AAA) 5.58%

  4. JAPAN (Rating A+) 1.56%


“โดยเงินลงทุนในต่างประเทศนี้จะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) ด้วย  ล่าสุดมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 99.44%” (ที่มา: UIDPLUS Factsheet, as of 27 Feb 2026, worldgovernmentbonds.com, as of 8 Apr 2026)


3.“ผลตอบแทนโดดเด่น”: จากกลยุทธ์ที่โดดเด่นเบื้องต้น ทำให้กองทุน “UIDPLUS” เป็นหนึ่งใน “กองทุนเรือธง” (Flag ship) ของ “บลจ.ยูโอบี” ที่มีผลตอบแทนที่โดดเด่น อยู่ในกลุ่ม “1 st Quartile” ของกองทุนประเภท “Short Term General Bond” ที่นักลงทุนให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทำให้เป็นกองทุนรวมที่มีการเติบโตสูงสุดในปี 2025 ที่ผ่านมา มีสินทรัพย์สุทธิ (AUM) เพิ่มขึ้นเป็น 4.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น +135% จากปี 2024 (ที่มา: AIMC, as of Dec 2025)



ล่าสุด (ณ วันที่ 27 ก.พ. 2026) ทำผลตอบแทน YTD +0.23% (ดัชนีชี้วัด +0.19%) และย้อนหลัง 1 ปี +1.78% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด +1.61% ต่อปี) ดีกว่า “ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์” ในช่วงเวลาเดียวกันที่เฉลี่ยอยู่ที่ 0.25% ต่อปี เท่านั้น (ที่มา: bot.or.th, as of 3 Apr 2026)


“ที่สำคัญกองทุน UIDPLUS ยังเข้าถึงง่าย เริ่มลงทุนได้ทันทีด้วยจำนวนเงินน้อย เพราะ ไม่มีการกำหนดมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปเอาไว้แต่ประการใด และสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนอีกด้วย


ด้วยกลยุทธ์ทั้ง 3 ประการดังกล่าว ถือเป็น “จุดเด่น” ที่ทำให้กองทุน “UIDPLUS” เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุน “สายเซฟ” ที่มองหาการลงทุนที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนดีกว่า “เงินฝากออมทรัพย์” ตลอดจน “สายลงทุน” ที่เอาไว้เป็นแหล่งพักเงินเพื่อรอจังหวะลงทุนได้เป็นอย่างดี


รายละเอียดกองทุนเพิ่มเติม https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00451/UIDPLUS 


ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) โทร. 0-2786-2222 www.uobam.co.th

Sponsored by UOBAM (Thailand)


คำเตือน

  • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน และการลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงินและไม่สามารถรับรองผลตอบแทนได้

  • ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

  • การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนตํ่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรก และมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤติการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด

  • กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (dynamic hedging) (0%-105% ของมูลค่าความเสี่ยง)