“PRINCIPAL GEF-X” ลุย “หุ้นทั่วโลก” ฝ่าตลาดผันผวน... ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาวสไตล์ “Fund of Fund” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equityที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หน่วยลงทุน” ของกองทุน/ ETF ที่ลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกอย่างน้อย 2 กองทุนขึ้นไป


ท่ามกลาง “สงคราม” ในตะวันออกลาง แต่ปีนี้ “หุ้นโลก” ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ +5.78% (ที่มา: msci.com, วันที่ 23 เม.ย. 26)


เพราะโลกมีหลากหลายตลาดและมีโอกาสที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นโอกาสในการลงทุนและกระจายความเสี่ยงไปด้วยในตัว ที่สำคัญ “หุ้นโลก” ก็เป็นมุมมองของโลกที่เปิดกว้างและไม่จำกัดแค่ “หุ้นไทย” ในประเทศเท่านั้น


ปัจจุบัน “หุ้นโลก” มี Forward 12M P/E ที่ 18.81 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 17.17 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 17 เม.ย. 26) จึงเป็นอีกธีมที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาว


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



PRINCIPAL GEF-X” โอกาสลงทุนง่ายๆ กระจายไปกับ “หุ้นทั่วโลก”

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า PRINCIPAL GEF-X: กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล อิควิตี้ ชนิดผู้ลงทุนพิเศษบริหารจัดการโดย บลจ.พรินซิเพิลมีความเสี่ยง “ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เริ่มต้นชนิดหน่วยลงทุนเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 มีนโยบายลงทุนใน “หน่วยลงทุน” ของกองทุนตราสารทุน และ/หรือ กองทุน Exchange Traded Fund (ETF) ตราสารทุนต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV)


โดยสามารถลงทุนได้ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก หรือในบางช่วงเวลาอาจเน้นลงทุนเฉพาะประเทศกลุ่มประเทศภูมิภาค และหรือกลุ่มธุรกิจ (Sectors) โดยขึ้นอยู่กับสภาวะการลงทุนหรือการคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละช่วงเวลาตามดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม


“โดยบริษัทจัดการจะลงทุนอย่างน้อย 2 กองทุน ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีกองทุนละไม่เกินกว่า 79% ของ NAV”



หน้าตาหุ้นในพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง PRINCIPAL GEF-Xมีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) นั้น พบว่า 5 กองทุนที่ลงทุนมากสุด ประกอบไปด้วย

  • Equity US Dollar (URTH) 67.23%

  • Equity US Dollar (IVVUS) 7.47%

  • Equity Japanese Yen (1321 JP-JPY) 3.05%

  • Equity US Dollar (XBI US) 2.69%

  • Equity-US Dollar : (PIFEEIA ID) 2.64%


“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘PRINCIPAL GEF-X ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 8.72% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 10.42% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.15% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.41% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -26.39%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” เพียง 1 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนดไว้

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในกองทุนดังกล่าว สามารถลงทุนได้โดยกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของ “การซื้อครั้งแรก” ไว้เพียง 1 บาท เท่านั้น และ “ครั้งถัดไป” ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำเอาไว้แต่ประการใด ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำทำได้โดยไม่มีข้อกำหนด สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)



ทั้งนี้ ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จํากัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ส่วนช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง Principal TH


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสกระจายการลงทุนจาก “หุ้นไทย” เชื่อว่า “หุ้นทั่วโลก” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยกระจายความเสี่ยงยังเพิ่มโอกาสการลงทุนที่หลากหลายพร้อมๆ กันอีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’