ชู “Global Infrastructure” โอกาสลงทุนฝ่า “ตลาดผันผวน”... สร้างผลตอบแทน “สม่ำเสมอ” ไปกับแกนหลัก "โครงสร้างพื้นฐานโลก" !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...ท่ามกลางซากปรักหักพังของ “โครงสร้างพื้นฐาน” จากสงครามในตะวันออกลาง ทำให้ธีมการลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐานโลก” (Global Infrastructure) กลับมามีความน่าสนใจสูงอีกครั้ง
โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นยุค "Infrastructure Expansion" หรือการขยายตัวครั้งใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วย “เทคโนโลยี” และ “ความมั่นคง” ทางด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ
เป็นสินทรัพย์ที่ให้ “ผลตอบแทนสม่ำเสมอ” คาดการณ์ผลตอบแทน (Target Returns) สำหรับ “Private Infrastructure” ในช่วง 10 – 13% ต่อปี โดยมีคุณสมบัติเด่นในการ “ป้องกันเงินเฟ้อ” (Inflation Hedge) อีกด้วย
จึงถือเป็นธีมการลงทุนที่น่าสนใจที่ราคายังไม่แพงท่ามกลางตลาดการลงทุนโลกที่ยังคงผันผวน
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “Global Infrastructure” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "Global Infrastructure"…กลับสู่แกนหลัก "โครงสร้างพื้นฐานโลก"
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น “Feeder Fund” ทั้ง 4 กอง โดยเน้นลงทุน “Smart Grid” (ระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ) 2 กอง และ “โครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure) อีก 2 กองที่มีสไตล์การบริหารแตกต่างกันออกไปตามแต่ละค่าย ประกอบด้วย
- “A-GRID”: กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส สมาร์ท กริด อินฟราสตรัคเจอร์” ของบลจ.แอสเซท พลัส เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity - Infrastructure” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” กลุ่ม “โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าและโครงข่ายไฟฟ้า” (Grid) ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
ผ่านกองทุนหลัก ‘First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund (GRID) ที่มี First Trust Advisors L.P. เป็นผู้บริหารจัดการกองทุน

- ถัดมาเป็น “ES-GRID: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Smart Grid Infrastructure” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity - Infrastructure” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” กลุ่ม “โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ” (Smart Grid) เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี “Nasdaq Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index” โดยดัชนีดังกล่าวมีเป้าหมายสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า
ผ่านกองทุนหลัก ‘First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund (GRID) ที่มี First Trust Advisors L.P. เป็นผู้บริหารจัดการกองทุน
ทั้ง 2 กองทุน “A-GRID” และ “ES-GRID” ลงทุนในกองทุนหลักเดียวกัน สำหรับตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบไปด้วย
-
Electrical Components 32.46%
-
Multi-utilities 12.24%
-
Diversified Industrials 11.92%
-
Conventional Electricity 10.18%
-
Electronic Equipment: Control and Filter 7.91%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Eaton Corporation Plc 8.29%, 2) Johnson Controls International Plc 7.90%, 3) National Grid Plc 7.86%, 4) ABB, Ltd. 7.58% และ 5) Schneider Electric SE 7.26% ตามลำดับ”
- มาต่อกันด้วย “K-GINFRA-A(D): กองทุนเปิดเค โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผล” ของบลจ.กสิกรไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity - Infrastructure” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่มีลักษณะคงทนถาวร (long-lived physical assets) ทั่วโลก เช่น บริษัทที่อยู่ในหมวดสาธารณูปโภค, การขนส่ง, พลังงาน, อสังหาริมทรัพย์ และสินค้าอุตสาหกรรม ผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Enduring Infrastructure Assets Fund, USD S Accumulating Unhedged’ ที่บริหารจัดการโดย Wellington Luxembourg S.à.r.l.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 28 ก.พ. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย
-
North America 49.30%
-
Europe 25.00%
-
Emerging Markets 11.70%
-
JAPAN 7.90%
-
Asia Pacific ex Japan 6.00%
“โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Multi-Utilities 22.40%, 2) Electric Utilities 20.90%, 3) Gas Utilities 12.20%, 4) Oil & Gas Storage & Transportation 12.00% และ 5) Water Utilities 6.70% ตามลำดับ”

- ปิดท้ายกันด้วย “KFINFRA-A: กองทุนเปิดกรุงศรีเน็กซ์เจเนเรชั่นอินฟราสตรัคเจอร์-สะสมมูลค่า” ของบลจ.กรุงศรี เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity - Infrastructure” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ อย่างน้อย 2 ใน 3 ของ NAV ผ่านกองทุนหลัก ‘UBS (Lux) Infrastructure Equity Fund, Class I-A1 USD’ ที่บริหารจัดการโดย UBS Asset Management (Europe) S.A.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 27 ก.พ. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย
-
United States 49.10%
-
Canada 14.50%
-
Spain 8.30%
-
France 6.30%
-
United Kingdom 6.20%
“โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Electric Utilities 20.30%, 2) Multi-Utilities 18.10%, 3) Oil & Gas Storage & Transportation 13.70%, 4) Construction & Engineering 9.80% และ 5) Airport Services 9.10% ตามลำดับ”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว เชื่อว่ากลุ่ม “Global Infrastructure” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ทั้ง “โครงสร้างไฟฟ้าอัจฉริยะ” (Smart Grid) ที่พร้อมจะเติบโตไปกับการเติบโตของโลกยุค AI ที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ตลอดจน “Infrastructure” พื้นฐานต่างๆ ที่ยังคงจำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลก ในขณะที่ปัจจุบันในแง่ “มูลค่า” ก็ถือว่ายังไม่แพงเช่นเดียวกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
