Official Update :

รู้หรือไม่?...“กองทุนไทย” ส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทุนใน ‘Evergrande’

Evergrande บริษัทอสังหาริมทรัพย์ อันดับ 2’ ของจีนซึ่งกำลังเผชิญกับ “วิกฤตหนี้” มูลค่ามากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่กำลังเขย่าขวัญสั่นประสาทนักลงทุนไม่เฉพาะในตลาดจีนเท่านั้น แต่รวมถึงตลาดโลกด้วย


ล่าสุดทางผู้บริหารก็ออกมายืนยันแล้วว่าจะชำระคืนดอกเบี้ยให้ได้อย่างแน่นอน ประมาณ 83.5 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 23 ก.ย. และอีก 47.5 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 29 ก.ย. นี้


จะไม่ให้นักลงทุนทั่วโลกกังวลได้ไง เมื่อ Evergrande” เจอปรับลดอันดับเครดิตอย่างต่อเนื่องล่าสุด Fitch Ratings” หั่นอันดับเครดิตเหลือ CC และราคาหุ้นเองก็ร่วงลงมากกว่า 80% ตั้งแต่ช่วงต้นปี เล่นเอานักลงทุนหนาวไปตามๆ กัน


เพราะ “ตลาดจีน” ก็เป็นหนึ่งในตลาดที่นักลงทุนไทยออกไปลงทุนกันเป็นจำนวนมาก “กองหุ้นจีน” ในไทยก็มีมากถึง 84 กอง มีขนาดรวมกันกว่า 169,096.47 ล้านบาท หรือเฉลี่ยต่อกอง 2,013.05 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของนักลงทุนไทยได้เป็นอย่างดี


แต่ข้อเท็จจริงและเสียงจากบลจ.ในไทยยืนยันตรงกันว่า...“ไม่มีอะไรน่ากังวล” อย่างที่คิด


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลและมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาอัพเดทให้ฟังกัน



“กองหุ้นจีน” ส่วนใหญ่โฟกัสหุ้นกลุ่ม
‘New Economy’ เป็นหลัก

“กองหุ้นจีน” ส่วนใหญ่เกือบจะ 100% เน้นลงทุนใน “หุ้นจีน” โดยเฉพาะในช่วงหลังใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ตลาดหุ้นจีนก็จะรู้ดีว่าจุดขายหลักคือเรื่องของ New Economy” ไม่ใช่หุ้นที่เป็น Old Economy” แต่ประการใด โดยเฉพาะธีม “หุ้นเทคโนโลยี” ที่เป็นตัวชูโรง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในตลาด A-Share” ของจีนเป็นสำคัญ ที่ลงทุนใน “ตราสารหนี้จีน” มีไม่มาก





“ส่วน ‘Evergrande’ นั้น แม้จะเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ที่2 ของจีนก็ตาม แต่ธุรกิจต้องจัดอยู่ในกลุ่ม Old Economy ซึ่งขอย้ำว่า...การลงทุนในกองทุนต้องดูนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นๆ เป็นสำคัญ น้ำหนักของ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ในดัชนี MSCI China มีอยู่ 3.6% เป็น อันดับ8’ ในดัชนี ในขณะที่มีน้ำหนัก 6.92% เป็น อันดับ 4’ ในดัชนี HSCEI โดยหุ้น ‘Evergrande’ มีน้ำหนักอยู่ 0.11% เท่านั้น เป็นลำดับสุดท้ายเลย”



เผย “กองจีน” ส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทุนใน
‘Evergrande’…มั่นใจผลกระทบ ‘จำกัดไว้น้อยมาก’

จากการสำรวจพบว่า “กองหุ้นจีน” ที่มีขนาดใหญ่สุด 5 อันดับแรกนั้น มีขนาดรวมกัน 39.64% ของทั้งระบบ เจ้าตลาดอย่าง “บลจ.กสิกรไทย” ก็ออกมาประกาศยืนยันแล้วว่า ‘K-CHINA’ รวมถึงกองทุนรวมอื่นๆ ภายใต้การบริหารของบริษัทไม่มีการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของ China Evergrande Group แต่อย่างใด เช่นเดียกันกับ “บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)”, “บลจ.แอสเซท พลัส” และ “บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ก็ออกมายืนยันว่ากองทุนภายใต้การบริหารไม่มีการลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ของ ‘Evergrande’ เช่นเดียวกัน


ในขณะที่บาง “กองทุน” ของบลจ.บางแห่ง มีการลงทุนใน Evergrande” อยู่บ้าง แต่ก็มีสัดส่วนที่น้อยมาก อย่างกรณีของ “บลจ.ฟิลลิป” มีลงทุนในส่วนของ PWIN, PWINRMF < 0.1% และ P-CGREEN < 1% ซึ่งทางบริษัทมองว่าหากเหตุการณ์เกี่ยวกับ ‘Evergrande’ มีแนวโน้มแย่ลง และกองทุนต่างประเทศไม่ได้ทำการลดสัดส่วนเพิ่มเติม กองทุนของบริษัทก็จะได้รับผลกระทบจำกัด และการที่ราคากองทุนปรับตัวลงช่วงนี้ ไม่ได้มีสาเหตุหลักจากสัดส่วนหุ้นของ ‘Evergrande’ แต่เป็น sentiment ของตลาดในสถานการณ์ที่มีข่าวเชิงลบ โดยบริษัทมองว่าการกระจายการลงทุน และการเน้นลงทุนในธีมที่ได้ประโยชน์ระยะยาว ยังสามารถทำให้กองทุนไปต่อได้





“บริษัทยังเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับตลาดการเงินของจีนโดยรวม เนื่องจากผลกระทบใน sector อื่นยังคงมีจำกัด หลังจากนี้ธนาคารพาณิชย์อาจมีมาตรการการปล่อยกู้ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพระบบให้ดีขึ้น หากบริษัท ‘Evergrande’ สามารถเพิ่มสภาพคล่องได้จากการปรับโครงสร้างหนี้ อาจทำให้สถานการณ์ดีขึ้นได้เช่นกัน”


ด้าน บลจ.ไทยพาณิชย์” ก็ยืนยันว่ากองทุนส่วนใหญ่ไม่มีการลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ของ ‘Evergrande’  มีเพียง SCBCE, SCBCEH ซึ่งเป็นกองทุนดัชนีที่ลงทุนตามดัชนี HSCEI มีสัดส่วนการลงทุน 0.09% และ SCBWIN กองทุนผสมทั่วโลก มีสัดส่วนการลงทุน 0.05% ในตราสารหนี้เท่านั้น


ในส่วนของ “บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) ก็เช่นกัน กองทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทุนใน ‘Evergrande’ มีเพียง TMB-T-ES-APlus 0.19% และ TMB Asian Bond 0.84% ที่ลงทุนในตราสารหนี้



มองต่างมุมกรณี “ภาคอสังหาริมทรัพย์จีน”...ด้าน “บลจ.หทารไทย” ยังติดตามการลงทุนใกล้ชิด
-ส่วน “บลจ.ยูโอบี” ลดน้ำหนักการลงทุนใน ‘จีน’ ลง

ทาง “บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) ระบุว่า เมื่อรวมทุกปัจจัยแล้ว บริษัทเชื่อว่ายังมีโอกาสใน ภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน และยังคงมีแนวโน้มที่สดใสหากมองข้ามความผันผวนในระยะสั้น ด้วยเหตุนี้ มองว่าความกลัวที่เกิดขึ้นในวงกว้างจาก ‘Evergrande’ เป็นสิ่งที่เกินจริงไปหน่อย อย่างไรก็ตามการดูเครดิตของผู้ออกตราสารมีความสำคัญสูงสุดในมุมมองของบริษัท เนื่องจากบรรยากาศเชิงลบและนโยบายของรัฐบาลได้เพิ่มความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่มีงบดุลที่อ่อนแอ ดังนั้น บริษัทจะยังคงเลือกเฟ้นหาบริษัทในส่วนนี้ต่อไป โดยมุ่งเน้นที่ไปที่สินเชื่อคุณภาพดีสำหรับการเพิ่มผลตอบแทน


“จากการคาดการณ์กรณี base case ของเรามีแนวโน้มที่ราคาตราสารหนี้จะสูงกว่าที่ขายกันอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นเราจะยังคงถือไว้เหมือนเดิมในตอนนี้ และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป รวมถึงจะหารือกับที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อประเมินเส้นทางการปรับโครงสร้างที่มีโอกาสเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม หากมุมมองของเราเกี่ยวกับมูลค่าเปลี่ยนแปลงไป หรือหากกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้มีแนวโน้มยืดเยื้อและไม่เป็นระเบียบ เราจะพิจารณาปรับการถือครองของเรา”





ในขณะที่ “บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)” ระบุว่า บริษัทได้ทยอยปรับลดสัดส่วนการลงทุนใน ตราสารหนี้จีนเพื่อหลักเลี่ยงความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากลุ่มตราสารหนี้ดังกล่าวจะมีอันดับความน่าเชื่อถือในการลงทุนอยู่ในระดับสูงก็ตาม ความผันผวนที่กล่าวมารวมถึง มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อผู้ออกตราสารที่มีความเกี่ยวข้องกับทางการทหารของจีน และการที่ทางการจีนมีมาตรการในการสร้าง “ความมั่งคั่งส่วนรวม (Common Prosperity)ซึ่งก่อให้เกิดความไม่แน่นอนต่อการดำเนินธุรกิจในบรรดากลุ่มบริษัทและกลุ่มอุตสาหกรรมบางกลุ่ม


ทั้งนี้สัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจีน รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนได้ถูกปรับลดลงตามลำดับ และเราจะยังคงมองหาโอกาสการลงทุนที่เหมาะสมในจีนเมื่อสถานการณ์การลงทุนเอื้ออำนวย


“ที่มผู้จัดการกองทุนภูมิภาคเอเชียของ ‘UOBAM’ ยังคงมีมุมมองเชิงระมัดระวังต่อการลงทุนใน หุ้นจีนและลดน้ำหนักการลงทุน Underweight การลงทุนในหุ้นจีน และ Underweight การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และธนาคารของจีนด้วยเช่นกัน”


สำหรับใครที่ลงทุนใน “กองทุนจีน” อยู่ เชื่อว่าจากข้อมูลเหล่านี้น่าจะทำให้ผู้ลงทุนมีความเข้าใจมากขึ้นและไม่ตื่นตระหนกไปกับข่าวที่กำลังทพลักออกมาของ ‘Evergrande’ มากจนเกินไป ให้เวลากับการลงทุนของคุณเองด้วย เพราะหากขยับอะไรไปตามข่าวมากเกินไป สุดท้ายอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการลงทุนได้เช่นกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’