“KFGPROP-A” ลุย “อสังหาฯ” ทั่วโลก... “เพิ่มค่าเงินลงทุน” ฝ่าตลาดผันผวน !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Fund of Property fund - Foreign” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รวมถึง REITs
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคจะยังมี “ความไม่แน่นอน” โดยเฉพาะผลกระทบจาก “สงคราม” ตะวันออกลางต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย แต่ปัจจัยพื้นฐานของ “อสังหาริมทรัพย์” ส่วนใหญ่ยังคงแข็งแกร่ง
โดย “Public REIT” ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ยังคงสามารถจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอและเติบโตต่อเนื่อง และยังคงสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนต่อไปได้ รองรับความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่ม “Data Centre” ที่โตไปตามกระแส AI จึงได้รับผลกระทบเชิงลบจากดอกเบี้ยและเงินเฟ้อน้อยกว่า
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “Fund of Property fund - Foreign” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“KFGPROP-A” ลุย “อสังหาฯ” ทั่วโลก...“เพิ่มค่าเงินลงทุน” ฝ่าตลาดผันผวน
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “KFGPROP-A: กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลพร็อพเพอร์ตี้-สะสมมูลค่า” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กรุงศรี’ มีความเสี่ยง “ระดับ 7” (เสี่ยงสูง) เริ่มต้น Class เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2562 โดยกองทุนมุ่งสร้างผลตอบแทนโดยรวมจากการเติบโตของเงินลงทุนและรายได้ มีนโยบายลงทุน “หุ้นทั่วโลก” ที่ประกอบธุรกิจหรือเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ หรือบริษัทที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ กองทุนจะลงทุนใน “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” (REITs) ซึ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อพาร์ทเมนต์ เป็นต้น
ผ่านกองทุนหลัก ‘Janus Henderson - Global Real Estate Equity Income Fund, Class I1q USD’ ที่บริหารจัดการโดย Janus Capital International Ltd.

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘‘KFGPROP-A” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุนในกลุ่ม “อสังหาริมทรัพย์” (Real Estate) 97.78% ของ NAV
โดยมีการกระจายลงทุนไปในภูมิภาคต่างๆ ประกอบด้วย
-
North America 73.67%
-
Asia/Pacific Ex Japan 10.71%
-
Europe 8.07%
-
Japan 5.33%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Prologis Inc 8.84%, 2) Welltower Inc 7.82%, 3) Digital Realty Trust Inc 6.35%, 4) Ventas Inc 4.41% และ 5) VICI Properties Inc 4.41% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KFGPROP-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) เฉลี่ยติดลบ -0.27% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.41% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19.96% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 20.60% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -34.61%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 500 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ระบุขั้นไว้ที่ 500 บาท หรือ 50 หน่วย ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน(T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคาร กรุงศรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจํากัดทุกสาขาหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น @ccess Mobile Application
แม้ “สงคราม” ตะวันออกกลางจะกดดันทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยทั่วโลก ไม่ได้ลดลงอย่างที่เคยคาดการณ์เอาไว้ อย่างไรก็ตามสินทรัพย์กลุ่ม “กองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT” ยังเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนที่ดีทั้งจาก “กระแสเงินสด” ที่ได้รับจากค่าเช่า และโอกาสในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาอสังหาฯ ในอนาคตอีกด้วย จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
