กระจายสู่ “Global Equity” ไม่จำกัดอยู่แค่ “หุ้นไทย”… ร่วมเติบโตไปกับเศรษฐกิจโลก ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...ท่ามกลาง “สงคราม” ตะวันออกลางนั้น “หุ้นโลก” ปีนี้ยังเดินหน้าให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง +9.69% (ที่มา: msci.com, วันที่ 8 พ.ค. 26)
ถือเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ โดยยังมีการเติบโตต่อเนื่องบน “ความท้าทายใหม่” แม้จะไม่ได้โตหวือหวาเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากระดับราคาหุ้น (Valuation) ที่อยู่ในระดับสูงแล้วในหลายตลาดก็ตาม แต่คาดการณ์กำไรบจ.ยังเติบโตได้ในระดับที่ดีประมาณ 14%
ปัจจุบัน “หุ้นโลก” มี Forward 12M P/E ที่ 18.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 16.7 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 8 พ.ค. 26)
ถือเป็นโอกาสกระจายลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ลดข้อจำกัดเฉพาะการลงทุนอยู่ใน “หุ้นไทย” เท่านั้น
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “Global Equity” (หุ้นโลก) ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "Global Equity"…กระจายลงทุน "หุ้นทั่วโลก" ร่วมเติบโตไปด้วยกัน
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น “Feeder Fund” 3 กอง และลงทุน “หุ้นโดยตรง” อีก 1 กอง ที่มีสไตล์การบริหารแตกต่างกันออกไปตามแต่ละค่าย ประกอบด้วย
- “KT-WISLAMIC-A: กองทุนเปิดเคแทม World Islamic Equity Passive” ของบลจ.กรุงไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็นกองทุนสไตล์ Passive Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “MSCI World Islamic Index” ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางในประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่เป็นไปตาม “หลักชะริอะฮ์” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares MSCI World Islamic UCITS ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management Ireland Limited
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 7 พ.ค. 26) มีการลงทุน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Technology 40.66%
-
Industrials 14.40%
-
Energy 11.22%
-
Healthcare 10.59%
-
Basic Materials 10.11%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Microsoft Corp 11.94%, 2) Tesla Inc 4.93%, 3) MICRON TECHNOLOGY INC 3.43%, 4) ADVANCED MICRO DEVICES INC 3.02% และ 5) Exxon Mobil Corp 2.48% ตามลำดับ”

- ถัดมาเป็น “ES-GCORE: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Core Equity” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” อย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินในตราสารทุนทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘Goldman Sachs Global CORE Equity Portfolio Class I Shares (Acc.) (Snap)’ ที่บริหารจัดการโดย Goldman Sachs Asset Management Fund Services Limited
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 27.4%
-
Financials 15.14%
-
Industrials 12.29%
-
Health Care 10.92%
-
Consumer Discretionary 10.26%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Apple Inc 5.69%, 2) NVIDIA Corp 4.88%, 3) Microsoft Corp 3.94%, 4) Alphabet Inc 2.93% และ 5) Amazon.com Inc 2.63% ตามลำดับ”
- มาต่อกันด้วย “ONE-ELITE11-RA: กองทุนเปิด วรรณ อีลีท 11 หน่วยลงทุนชนิดไม่จ่ายปันผล” ของบลจ.วรรณ เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” มีสัดส่วนหรือน้ำหนักการลงทุนใกล้เคียง (Full Replication) กับดัชนี “Bloom berg Global Industry Elite 55Index” ซึ่งประกอบด้วยหุ้นชั้นนำของโลกจาก 11 อุตสาหกรรม
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Software&Services 22.77%
-
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 9.07%
-
Technology Hardware&Equipment 8.20%
-
Energy 8.19%
-
Media 6.68%
“โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ALPHABET INC-CL A 13.98%, 2) NVIDIA CORP 10.20%, 3) APPLE INC 8.14%, 4) MICROSOFT CORP 6.57% และ 5) META PLATFORMS INC-CLASS A 6.07% ตามลำดับ”

- ปิดท้ายกันด้วย “UGSTAR: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล สตาร์ อิควีตี้ ฟันด์” ของบลจ.ยูโอบี เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” อย่างน้อย 2 ใน 3 ของ NAV ในตราสารทุนของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก โดยจะใช้หลักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในหุ้นที่มีกระแสเงินสดในระดับสูง มีอัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุนเพื่อการดำเนินงานของบริษัท “Return on Invested Capital” (ROIC) ที่มีแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เหมาะสม
ผ่านกองทุนหลัก ‘Robeco Global Stars Equities IL USD’ ที่บริหารจัดการโดย Robeco Institutional Asset Management B.V.
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 30.1%
-
Health Care 14.2%
-
Financials 13.7%
-
Industrials 10.4%
-
Communication Services 10.0%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) NVIDIA Corp 6.48%, 2) Apple Inc 5.03%, 3) Communication Services 4.93%, 4) Cheniere Energy Inc 3.66% และ 5) Microsoft Corp 3.38% ตามลำดับ”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่พร้อมจะเติบโตไปกับเศรษฐกิจโลกในระยะยาว เชื่อว่า “หุ้นทั่วโลก” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี มีการกระจายไปในหุ้นทั่วโลก ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่การลงทุนใน “หุ้นไทย” ในประเทศเท่านั้น
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
