“บลจ.” มั่นใจ “ธีม ESG” เป็น Megatrend…ตอบโจทย์ ‘ผลตอบแทนที่ดี’ ในระยะยาว !!!
แนวทาง “การลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainability Investment)” เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงออกมาอย่างหนาหูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จัดเป็นหนึ่งใน “Megatrend” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในโลก แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักลงทุนไทยมากนัก
เพราะแนวทางดังกล่าว อาจจะสร้างผลตอบแทนได้ไม่สูงเท่ากับแนวทางการลงทุนรูปแบบอื่นๆ รวมไปถึงยังมีธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางดังกล่าวก็ยังมีไม่สูงมากนัก
ล่าสุด ทาง “กบข.” ได้ออกมาร่วมผนึกกำลังกับ “นักลงทุนสถาบัน” และ “ธนาคาร” รวม 43 ราย ประกาศเจตนารมณ์ “Sustainable Thailand 2021” สนับสนุนการนำหลักการลงทุนอย่างรับผิดชอบ และหลักการการธนาคารที่มีความรับผิดชอบ มาใช้เป็นกรอบในการดำเนินงาน มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)” อย่างเป็นรูปธรรม
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จะนำมุมมองจากหนึ่งหน่วยงานที่เป็นนักลงทุนสถาบันชั้นนำของไทยอย่าง “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)” ที่ได้ประกาศตัวและผลักดันแนวทาง “การลงทุนแบบยั่งยืน” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้

“กบข.”...ผนึกกำลัง “นักลงทุนสถาบัน” & “ธนาคาร” รวม 43 ราย ขับเคลื่อนไทยสู่ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)”
โดย “ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์” เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) บอกว่า หน่วยงานได้จัดงานการร่วมลงนาม “Sustainable Thailand 2021” พร้อมกับความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ นักลงทุนสถาบัน และธุรกิจธนาคาร รวม 43 ราย ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันกว่า 40.18 ล้านล้านบาท
เพื่อร่วมกันผลักดันการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ครอบคลุมทุกมิติและเป็นไปตามมาตรฐานสากล (Sustainable Finance) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญอันจะนำไปสู่การสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)

(ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์)
“สำหรับสาระสำคัญของความร่วมมือ คือ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสอดรับกับความตกลง ‘ปฏิญญาปารีส (Paris Agreement)’ ว่าด้วยความรับผิดชอบร่วมกันต่อภัยคุกคามจากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการดำเนินงานและธุรกิจสู่ความยั่งยืน อันจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อทุกห่วงโซ่อุปทาน”
ซึ่ง กบข. ในฐานะนักลงทุนสถาบัน ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนทั่วโลกกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ตระหนักถึงพันธกิจสำคัญที่นอกเหนือจากการสร้างผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวให้กับสมาชิกข้าราชการมีเงินออมในวัยเกษียณที่เพียงพอ หากแต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม และต้องส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่ยึดถือในหลักธรรมาภิบาลควบคู่ไปด้วย (Doing well while doing good)
“อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนการลงทุนอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน (Sustainable Economic and Social Development) สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ กบข. ในการเป็นผู้นำและผู้ริเริ่มนวัตกรรมการด้านการลงทุนโดยคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG (Leader in ESG Investing & Initiatives in Thailand)”
“บลจ.กรุงศรี” ชี้ ‘ลงทุนแบบยั่งยืน’…สร้างผลการดำเนินงานที่ดีได้ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน “สุภาพร ลีนะบรรจง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี จำกัด ได้ให้มุมมองว่า มิติการลงทุนผ่านแนวทางความยั่งยืนไม่ว่าจะเป็นในด้านของการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสังคมและก็มีบรรษัทภิบาล จะสามารถนำมาซึ่งการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของเงินลงทุนของหน่วยได้
“เราเชื่อว่าบริษัทที่ให้ความสำคัญด้าน ESG จะสามารถมีผลการดำเนินงานที่ดีได้ในระยะยาว จากการศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการลงทุนแบบยั่งยืนโดยที่จะมีเกณฑ์ ESG เป็นส่วนประกอบในการเลือกธุรกิจที่เข้าไปลงทุน ได้ส่งผลในเชิงบวกต่อผลตอบแทนที่ได้รับ”

(สุภาพร ลีนะบรรจง)
เป็นเพราะบริษัทที่มีนโยบายทางด้าน ESG ที่ดีนั้นมักจะมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคง ซึ่งข้อดีที่โดดเด่นของบริษัทที่มี ESG ที่ดีจะมีความเสี่ยงในระยะยาวที่ต่ำ เช่นมีโอกาสถูกฟ้องร้องต่ำ ปัญหาคอรัปชั่นต่ำ มีความได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน มีต้นทุนของเงินทุนที่ต่ำเมื่อเทียบกับบริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญด้าน ESG
“ในปัจจุบันกองทุนใหญ่ระดับโลกได้นำเกณฑ์ ESG เข้ามาพิจารณาในการลงทุนอย่างเข้มงวดมากขึ้น ก็จะทำให้บริษัทที่มี ESG ที่ดีสามารถเข้าไปอยู่ในจักรวาลของบริษัทกองทุนเหล่านี้ได้ ซึ่งก็ทำให้ได้รับ value ratio premium เหนือกว่าบริษัทที่ไม่คำนึงถึงเกณฑ์ ESG และจะได้รับฟันด์โฟลด์ที่คำนึงถึงการลงทุนอย่างยั่งยืนไหลเข้ามาต่อเนื่อง”
“บลจ.ไทยพาณิชย์” ย้ำปัจจัยเรื่อง ‘ESG’ เป็นปัจจัยแรก...ที่ต้องคำนึงถึงก่อนเรื่อง ‘ผลตอบแทน’
ฟาก “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่อง ESG ถือเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในต่างประเทศมาเป็นเวลานาน แต่ใน “ตลาดเกิดใหม่” ก็ยังค่อนข้างตามหลังต่างประเทศ แต่ในหลายปีที่ผ่านมาเมื่อเราเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหรือมีภาวะวิกฤตโดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม
ซึ่งก่อให้เกิดเป็น “เมกะเทรนด์” หรือ “แนวโน้มใหญ่” ที่ทำให้ทุกคนต้องหันมามองเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะการคำนึงถึงเกณฑ์ ESG ที่จะช่วยสร้างเรื่องของภูมิคุ้มกันให้แก่บริษัทมีความยั่งยืน หรือในอีกความหมายหนึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถที่จะก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ดีขึ้นและลดผลกระทบของการถูกดิสรั่ปหรือการถูกหยุดกิจการ

(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
“โดยส่วนตัวคิดว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยเริ่มแรกก่อนจะไปพูดถึงเรื่องผลตอบแทน ซึ่งอยากให้ตั้งคำถามว่าในบริษัทที่เราเข้าไปลงทุนนั้น มีความสามารถในการก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงและมีการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ESG อย่างไร ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวในไม่ช้าก็เร็วจะเป็นเมกะเทรนด์และจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว”
สุดท้ายข้อได้เปรียบในการลงทุนภายใต้แนวทาง ESG เป็นการนำมาซึ่ง “การบริหารความเสี่ยง” และ “ลดความเสี่ยง” ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่เข้ามากระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่จะนำไปสู่ผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุน
“บลจ.กสิกรไทย” มอง ‘การลงทุนแบบยั่งยืน’ ในปัจจุบัน...ลงทุนได้หลากหลาย-สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้
ด้าน “ธิดาศิริ ศรีสมิต” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กสิกรไทย จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า นักลงทุนยังคงมีความเชื่อว่าการลงทุนในด้านความยั่งยืนจะให้มีผลตอบแทนที่ลดลง เป็นเพราะว่ากองทุนที่เน้นความยั่งยืนมีการจำกัดจำนวนบริษัทที่จะสามารถลงทุนได้และมีการจำกัดโอกาสในการเข้าถึงบริษัทที่หลากหลาย ทำให้การลงทุนแบบยั่งยืนไม่อาจเป็นที่ตอบโจทย์ได้ในแง่ของผลตอบแทน
.jpg)
(ธิดาศิริ ศรีสมิต)
“แต่ในปัจจุบันนั้น ‘การลงทุนแบบยั่งยืน’ ไม่ได้ใช้เกณฑ์แบบ ‘Negative Risk’ เสมอไป แต่จะมีการพิจารณาจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทว่ามีแนวทางการป้องกันหรือการปิดความเสี่ยงเช่นไรและมีพัฒนาการไปในทิศทางใด รวมถึงไปการสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนเช่นไร”
นอกจากนี้ยังสามารถพิจารณาไปถึงบริษัทที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นบริษัทสตาร์ทอัพ ในธุรกิจรถยนต์ แบตเตอรี่ไฟฟ้าและธุรกิจสุขภาพ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถขยายขอบเขตการลงทุนต่างๆ ให้มีความหลากหลายมากขึ้นได้
“บลจ.เอ็มเอฟซี” รับบริษัทที่เน้น ESG ไม่หวือหวา...แต่จะส่งผลตอบแทนที่ดีกลับสู่ ‘ผู้ถือหุ้น’ ในระยะยาว
สุดท้าย “ชาคริต พืชพันธ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า การที่บริษัทมีการลงทุนในด้าน ESG อาจไม่ได้หวือหวาเท่ากับการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ แต่การลงทุนในด้าน ESG จะเป็นประโยชน์ให้แก่บริษัทในหลายๆ ด้าน เริ่มที่ด้านการขยายตัวหรือการเติบโตของบริษัท ด้านที่สองจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสุดท้ายในด้านบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งทั้ง 3 กระบวนการ จะส่งผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

(ชาคริต พืชพันธ์)
“แนวทางการลงทุนแบบยั่งยืนหรือภายใต้ ‘ธีม ESG’ นั้น เป็นกระแสหลักการลงทุนโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มีกำเนิดจาก ‘โลกตะวันตก’ ในยุโรปและกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แม้ว่าจะยังคงไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักในฝั่ง ‘โลกตะวันออก’ แต่ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้หรือตั้งแต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ก็ได้ทำให้บทบาทการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนละแนวทางการลงทุนนยั่งยืนมีความสำคัญไม่ได้น้อยกว่าแนวทางอื่นๆ เช่นกัน และกำลังก้าวมามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในโลกของการลงทุนในปัจจุบันและอนาคต”
