“2 บลจ.” ส่ง “2 กองทุนกัญชา”...พา ‘นักลงทุนไทย’ ลุยบริษัทที่เกี่ยวข้องในธุรกิจนี้ทั่วโลก !!!

สำหรับกระแส “กัญชง” และ “กัญชา” ในประเทศไทยอาจจะพึ่งถูก “ปลดล็อก” ได้ไม่นานมานี้ ทำให้ได้รับความสนใจจากคนหลายๆ กลุ่มไม่เว้นแม้แต่นักลงทุนด้วยเช่นกัน


นั่นเพราะ “บริษัทจดทะเบียนไทย” จำนวนไม่น้อยที่หันไปจับกระแสดังกล่าวด้วยการลงทุนทั้งเป็นผู้ผลิต แปรรูปและส่งออก เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจเพิ่มเติม


แต่ใน “ต่างประเทศ” ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการสนับสนุนให้ใช้กัญชงเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และมีการวิจัยพัฒนาอย่างถูกกฎหมายในหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ แคนาดา และบางประเทศในยุโรป


เพื่อเปิดโอกาสลงทุนไปยัง “ธีมกัญชง&กัญชา” ในต่างประเทศ ก็ได้มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในไทยเปิดกองทุนให้นักลงทุนไทยด้วยเช่นกัน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงจะมาแนะนำให้รู้จักกันในครั้งนี้



“บลจ.เอ็มเอฟซี” ส่ง “
MCANN” เป็นทางเลือกลุย ‘ธีมกัญชง-กัญชาโลก

โดยมี “2 บลจ.” ที่ได้เปิดกองทุนรวมเกี่ยวกับกัญชา-กัญชงให้ผู้ลงทุนไทยได้เลือกลงทุนถึง 2 กองทุน ได้แก่ “กองทุน MFC Global Cannabis” หรือ MCANN” โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)และ “กองทุน We Cannabis Business” หรือ “WE-CANAB” จาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด


เริ่มที่ “กองทุน MFC Global Cannabis” หรือ MCANN เป็นกองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ และกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศทั่วโลกของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทางกัญชา (Cannabis) หรือกัญชง (Hemp) ที่ถูกกฎหมาย


ซึ่งรวมถึงบริษัทที่สร้างรายได้หรือประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษาวิจัย การพัฒนา การเพาะปลูก การผลิต ไปจนถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ทางด้านกัญชาหรือกัญชงจะมีรูปลักษณ์และคุณสมบัติที่หลากหลายแตกต่างกันตามการใช้ประโยชน์


เช่น การผลิตเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ได้แก่ การผลิตเป็นยา อาหาร สมุนไพร หรือเครื่องสำอาง เป็นต้น หรือการผลิตเพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ ยานยนต์ หรือ กระดาษ เป็นต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


โดยในปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564) ‘กองทุน MCANN’ มีการลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอยู่ 2 กองทุนหลัก ได้แก่ กองทุน Amplify Seymour Cannabis ETF (CNBS)’ ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ของนโยบายจะลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีรายได้มากกว่า 50% จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกัญชาและกัญชงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 3 ด้าน


“ได้แก่ ด้านการผลิตยา ไบโอเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์จากกัญชงและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา ด้านการสนับสนุนเช่น เทคโนโลยีทางการเกษตร การบริการทางการค้าและพื้นที่เพาะปลูก และด้านการส่งเสริมเช่น การลงทุนด้านเครื่องจักร การเงิน การลงทุน สื่อและเทคโนโลยี”


และอีกหนึ่งกองทุนคือ กองทุน Global X Cannabis ETF (POTX)’ ซึ่งเป็นกองทุน รวมอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาการเติบโตของเงินลงทุนโดยลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกัญชาทั้งด้านการผลิต และการจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการบริการทางการเงินสำหรับอุตสาหกรรมกัญชา และแอพพลิเคชั่นด้านเภสัชกรรมหรือประโยชน์ด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง





“บลจ.วี” ชู “
WE-CANAB” กองทุนสายเขียว...ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาทางเลือกที่แตกต่าง

ในส่วนของ “กองทุน We Cannabis Business” หรือ WE-CANAB” นั้น ก็จะมีนโยบายที่คล้ายกันหรือลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากกัญชา หรือกัญชง หรือสารสกัดอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับกัญชาอย่างถูกกฎหมาย


“อาทิ การปลูก การผลิต หรือการจำหน่ายกัญชา กัญชาเพื่อการอุตสาหกรรม กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์หรือที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ การใช้กัญชาทางเภสัชกรรม สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้กัญชาเป็นส่วนประกอบ รวมถึงธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) เช่น การให้บริการทางการเงินหรือจัดหาเงินทุนให้กับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับกัญชา การผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เพื่อใช้ในการปลูกกัญชา เป็นต้น”


โดยการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวกองทุนจะกระจายการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 สิงหาคม 64) กองทุนหลักประกอบไปด้วย


กองทุนแรก ‘ETFMG Alternative Harvest ETF’ บริหารจัดการโดย ‘ETF Managers Group LLC’ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนี ‘Prime Alternative Harvest Index’ ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้วัดผลการดำเนินงานของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา โดยได้รับประโยชน์จากการใช้กฎหมายกัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์หรือที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ทั่วโลก โดยกองทุนไทยจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวในสัดส่วนการลงทุนประมาณ 60% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


ถัดมาเป็น กอง Global X Cannabis ETF’ บริหารจัดการโดย ‘Mirae Asset’ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับราคาและผลการดำเนินงานก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของดัชนี ‘Solactive Cannabis Index’ ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกัญชา


กัญชาและกัญชง แม้ว่าในประเทศอาจจะพึ่งเริ่มเป็นกระแส แต่ในระดับสากลถือเป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ได้ยอมรับจากตลาดประเทศต่างๆ จนถูกผลักดันให้สามารถนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อหารายได้และต่อยอดธุรกิจต่างๆ ซึ่งย่อมหมายถึงโอกาสในการลงทุนและการสร้างผลตอบแทนด้วยเช่นกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us