เป็น “หุ้น” ที่มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน...ภายใต้ธีม ‘Disruption Change’ !!!
อย่างที่ทราบกันดีว่าการลงทุนระยะยาวในหุ้นยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีและน่าสนใจกว่าทางเลือกอื่นโดยเปรียบเทียบ
การลงทุนผ่าน “กองทุนประหยัดภาษี” ซึ่งมีเงื่อนไขระยะเวลาการลงทุนค่อนข้างนานอย่างตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป ‘หุ้น’ จึงเป็นทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ล่าสุดทาง “บลจ.พรินซิเพิล” มองเห็นโอกาสการลงทุนในหุ้นคุณภาพดีที่มีการเติบโตสูงทั่วโลก พร้อมเติมเต็มทางเลือกโดยส่ง ‘กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดเพื่อการออม (PRINCIPAL GOPP-SSF)’ ขายวันที่ 1 ธ.ค. นี้เป็นต้นไป
ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน “Wealthythai’ จะพามาดูความน่าสนใจของกองทุนนี้กัน
เพิ่มทางเลือก “การออมเงิน” และ ‘ลดหย่อนภาษี’
โดย “วิน พรหมแพทย์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.พรินซิเพิล จำกัด มองว่า จากบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวดีขึ้น หลังจากมีความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกัน COVID-19 และผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐมีความชัดเจน ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนและกระแสเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น จึงเป็นโอกาสที่จะเข้าลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี ผ่าน ‘กองทุนรวมเพื่อการออมหรือ Super Savings Fund Class (SSF) เพื่อออมเงินระยะยาวและรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้ โดยจะต้องถือครองหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลา 10 ปี (นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุน) สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
วิน พรหมแพทย์
“ล่าสุด บริษัทได้เพิ่มทางเลือกลงทุนดังกล่าวใน ‘กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ ชนิดเพื่อการออม (PRINCIPAL GOPP-SSF)’ ในวันที่ 1 ธ.ค. 20 เป็นต้นไป กำหนดสั่งซื้อขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท เพื่อร่วมสนับสนุนการออมเงินระยะยาว โดยมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศคือ ‘Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Fund’ เป็นกองทุนหลัก (Master Fund) เพียงกองทุนเดียว ซึ่งบริหารจัดการโดย ‘Morgan Stanley Investment Management (ACD) Limited’ ที่มีประสบการณ์สูงด้านการจัดการลงทุน”
เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ ‘มีคุณภาพ’ และ ‘เติบโตอย่างรวดเร็ว’
สำหรับ ‘กองทุน PRINCIPAL GOPP-SSF’ นั้น มุ่งหวังผลตอบแทนตามกองทุนหลัก คือ ‘Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Fund’ เป็นสำคัญ โดยกองทุนหลักมีจุดเด่นด้านการลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างรวดเร็ว (High Quality Growth Stock) มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันภายใต้ธีม Disruption Change เน้นบริหารกองทุนด้วยสไตล์ High Conviction ซึ่งจะมีหุ้นในพอร์ต 35-40 ตัวและลงทุนหุ้นแต่ละตัวในสัดส่วนสูงเพื่อสร้างผลตอบแทนชนะดัชนีชี้วัด
นอกจากนี้หุ้นที่เข้าลงทุนต้องมีคุณสมบัติ 5 ข้อ ได้แก่
- ไม่ได้รับผลกระทบจากการดิสรัปชั่น มีโมเดลธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำและยั่งยืน
- มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เช่น มีความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในธุรกิจเดียวกันและบริหารจัดการต้นทุนได้ดี
- มีอัตราการเติบโตสูง
- มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง
- ให้ความสำคัญกับ ESG หรือสิ่งแวดล้อม สังคมและมีธรรมาภิบาล
“สำหรับ 10 อันดับแรกของหุ้นที่ Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Fund เข้าลงทุน เช่น Amazon ผู้นำค้าปลีกออนไลน์และระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง, Mastercard ผู้นำแพลตฟอร์มธุรกรรมทางการเงินชั้นนำของโลก, Adobe บริษัทแม่ของ Google, Alphabet, TAL Education ผู้นำการกวดวิชาในประเทศจีนที่มีผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้นจากเรียนออนไลน์ 3 ล้านคน เป็น 4.6 ล้านคน หลังเกิด COVID-19 เป็นต้น (ข้อมูลจาก MSIF Global Opportunity Fund Fact sheet, Morningstar and Principal Asset Management ณ 30 ก.ย. 20)”
ทั้งนี้บริษัทได้เปิดตัว ‘กองทุน PRINCIPAL GOPP’ เมื่อเดือนพ.ค. 2017 และมีผลตอบแทนที่ดี โดยให้ผลตอบแทนย้อนหลังนับตั้งแต่ต้นปี อยู่ที่ 34.27% และผลงานในช่วง 1 ปีที่ 43.48% และผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีเฉลี่ย 17.96% ต่อปี สูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่ม Global Equity ผลงานดีกว่าดัชนีเปรียบเทียบที่ 3.01% 8.51% และ 3.36% ตามลำดับ (ที่มา : Bloomberg ข้อมูลวันที่ 31 ต.ค. 20) และกองทุนได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์ (ที่มา : Morningstar Rating ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 20)
เข้าสู่ช่วงเทศกาลประหยัดภาษีปลายปีกันอีกครั้ง ใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่ดีๆ และน่าสนใจอยู่ เชื่อว่าธีมของหุ้นทั่วโลกที่มีคุณภาพและการเติบโตสูงอย่าง ‘กองทุน PRINCIPAL GOPP-SSF’ น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตหุ้นของคุณได้ไม่มากก็น้อย
