“ASP-MEM” โฟกัสหุ้น “Memory Chip” ชิปแห่งความทรงจำ “หัวใจ” สำคัญขับเคลื่อนเทรนด์ “AI Super Cycle” !!!

โดย: บลจ.แอสเซท พลัส


รู้หรือไม่
?...ปีนี้ หุ้นกลุ่ม “ชิปหน่วยความจำ” (Memory Chip) เป็นกลุ่มผู้นำของ “AI Trade” รอบนี้โดยบวกไป +226.3% สูงกว่าหุ้น “Semiconductor” ที่บวกไป +101.1% และ “หุ้นโลก” ที่ +10.4% ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg as of 30 June 2026)


ไม่เพียงเท่านี้กำไรของกลุ่ม Memory Chip” ยังโตนำตลาด ขณะที่ Valuation ยังมีโอกาส Rerate ขึ้นได้อีกในอนาคต ทำให้ธีม Memory Chip” น่าสนใจและกลับมาอยู่ในเรดาห์ของนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง


แล้วหุ้น Memory Chip” คืออะไร? ต่างกับหุ้น Semiconductor” ยังไง?


ถ้าจะสรุปให้ง่าย Memory Chip” นั้นเป็นซับเซกเมนต์หนึ่งของ Semiconductor” ทำหน้าที่เก็บข้อมูล (Storage) เคียงคู่กับชิปประมวลผลนั่นเอง


ถือเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของโลก “ปัญญาประดิษฐ์” (AI: Artificial Intelligence) แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) หน่วยความจำชั่วคราว (Volatile Memory) ได้แก่ DRAM, HBM 2) หน่วยความจำแบบถาวร (Non-Volatile Memory) ได้แก่ NAND และ 3) อุปกรณ์เก็บข้อมูล (HDD)


จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อ AI Super Cycle” เกิดขึ้น ได้ส่งผลให้ Memory Chip” เติบโตก้าวกระโดดตามไปด้วยเพราะได้ประโยชน์เต็มๆ จากความต้องการพื้นที่จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลมหาศาลใน Data Center” สำหรับฝึกฝนโมเดล AI ต่างๆ นั่นเอง


จะดีแค่ไหน? ถ้าคุณมีโอกาสได้ลงทุนในกลุ่ม Memory Chip” ทั่วโลก...“หัวใจ” สำคัญขับเคลื่อนเทรนด์ “AI Super Cycleรอบใหญ่ในครั้งนี้


วันนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว ล่าสุด “บลจ.แอสเซท พลัส” เตรียมนำเสนอ “ASP-MEM: แอสเซทพลัส เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” กองทุนที่โฟกัสลงทุนใน “หุ้น Memory Chip” ทั่วโลก ที่เตรียมเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 6 – 8 กรกฎาคม 2569  นี้


ส่อง 3 ปัจจัยบวก หนุน “
Memory Chip”...ก้าวสู่ “Super Cycle” รอบใหม่

การเติบโตของ AI Ecosystem” นั้น ส่งผลบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม Memory Chip” ด้วยเช่นกัน เพราะการประมวลผล AI” จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทั้ง HBM, DRAM และ NAND ส่งผลให้ความต้องการชิปหน่วยความจำเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ผลักดันให้อุตสาหกรรม Memory Chip” เข้าสู่รอบการเติบโตก้าวกระโดดครั้งใหม่ (Super Cycle)


โดยหุ้น Memory Chip” ย่อมได้รับประโยชน์จากการก้าวสู่ Super Cycle” รอบใหม่นี้เช่นกัน ปัจจุบันตลาด Memory Chip” มีโครงสร้าง “กระจุกตัวสูง” ทั้งในเชิงภูมิภาค (อยู่ในเกาหลีใต้ 60%, สหรัฐ 21%, จีน-ญี่ปุ่น-ไต้หวัน ประเทศละ 6%) และผู้ผลิตหลัก (3 บริษัทยักษ์ใหญ่ SAMSUNG, SK Hynix และ Micron ควบคุมการผลิต 90% ของชิป DRAM ทั่วโลก) (Source: Goldman Sachs as of 7 May 2026, Morgan Stanley as of 10 June 2026)


“ที่สำคัญ ‘Memory Chip’ กำลังกลายเป็นผู้ชนะโดยตรงของ AI Capex Cycle เมื่อสัดส่วนงบลงทุนที่ไหลเข้าสู่ชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้นสู่ 36% ภายในปี 2027 จากในปี 2023 อยู่ที่ 7.8% เท่านั้น (Source: Bloomberg as of 26 May 2026, SemiAnalysis as of 7 June 2026)”


นั่นทำให้หุ้นธีม Memory Chip” น่าสนใจและกำลังอยู่ในช่วง Super Cycle” รอบใหญ่ โดยมี 3 ปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่

  • “ความต้องการใช้” (Demand) ยังเติบโตต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด ตามความซับซ้อนของ AI” ยิ่งโมเดลซับซ้อนขึ้น ความต้องการยิ่งสูงขึ้น เป็นผลให้ปัญหาการขาดแคลนมีแนวโน้มหนักมากขึ้นในปี 2027 โดยเฉพาะ “AI” และ “Data centers” ทำให้ความต้องการ Memory Chip” เติบโตแบบก้าวกระโดด

  • วิกฤติความจำขาดตลาด “การผลิต” (Supply) โตไม่ทัน Demand จาก “AI” ยิ่งชิปล้ำหน้า ยิ่งกินกำลังการผลิตมาก และถูกควบคุมจากผู้เล่นในอุตสาหกรรมไม่กี่ราย ทำให้ภาวะตึงตัวของ Memory Chip” มีแนวโน้มยืดเยื้อ

  • Pricing Power” ที่สูงเป็นประวัติการณ์ ผู้ผลิตหลักยังส่งสัญญาณการขาดแคลนระยะยาว หนุนราคาชิป “DRAM/NAND” ให้ปรับขึ้นแรงและอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง กลับมาหนุนกำไรให้เติบโตในระยะยาว


ที่สำคัญการทำ ‘สัญญาระยะยาว (LTA) กับลูกค้าใหญ่ช่วยเปลี่ยนธุรกิจ Memory Chip’ จากวัฏจักรที่ผันผวนสูง ไปสู่รายได้ที่คาดการณ์ได้มากขึ้นเพิ่มความมั่นคงให้วัฏจักร ‘Memory Chip’ ได้เป็นอย่างดี”



“ASP-MEM” โอกาสลงทุนโตตามเทรนด์ “AI Super Cycle”...บริหารจัดการโดย “Roundhill Financial” ผู้เชี่ยวชาญ “Thematic ETF”

“ชิปหน่วยความจำ” (Memory Chip)” เป็นหนึ่งในเซ็กเตอร์ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแส AI” เนื่องจากการประมวลผล AI จำเป็นต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทั้ง HBM, DRAM และ NAND ส่งผลให้ความต้องการชิปหน่วยความจำเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ถือเป็น “หัวใจ” ในการขับเคลื่อน AI Super Cycle” ที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งตามมาด้วยโอกาสลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทยทุกคน วันนี้โอกาสการลงทุนในธีม Memory Chip” มาถึงแล้ว


เมื่อ “บลจ.แอสเซท พลัส” ได้นำเสนอ “ASP-MEM”: แอสเซทพลัส เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” เป็นกองทุน Passive Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ “หน่วยความจำ” (Memory Companies) ทั่วโลก


ผ่านกองทุนหลัก Roundhill Memory ETF ที่มี Roundhill Financial Inc. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser) และมี Exchange Traded Concepts, LLC (ETC) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุนย่อย (Sub-Adviser) ซึ่งรับผิดชอบในการบริหารการลงทุนของกองทุน


“ทั้งนี้ ทาง บลจ.แอสเซท พลัส ได้วางกรอบการลงทุนเบื้องต้นผ่านกองทุนหลัก 80 – 100% และยังเพิ่มส่วนของ การลงทุนโดยตรง ในบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับหน่วยความจำทั่วโลกอีก 0 – 20% เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงอีกด้วย (ทั้งนี้ อัตราส่วนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะการลงทุนขณะนั้น และ/หรือตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)


สำหรับ Roundhill Financial” เป็น บลจ.จากสหรัฐที่จดทะเบียนกับ SEC ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2018 มีชื่อเสียงและจุดยืนในฐานะ "ผู้บุกเบิก” และผู้นำด้านนวัตกรรม Thematic ETF” และสินค้าการเงินเชิงรุก (Active/Options Vehicles) ที่ตอบรับกับกระแสโลกและพฤติกรรมของนักลงทุนยุคใหม่อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญยังเป็นบลจ.แรกที่จัดตั้ง Roundhill Memory ETF” (DRAM) กองทุน ETF หุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำ “กองแรกของโลก” อีกด้วย


ปัจจุบันมี ETF ภายใต้การบริหาร 52 กอง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 27.42 พันล้านดอลลาร์ (ที่มา: stockanalysis.com, วันที่ 1 ก.ค. 26)


เปิด 3 “จุดเด่น” ของกองทุนหลัก

ทำให้กองทุนหลัก มี 3 “จุดเด่น” ที่สำคัญ ประกอบด้วย

  1. Pure Play” ในกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจ “ชิปหน่วยความจำ” (Memory Chip) 100% โดยไม่ลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่นในอุตสาหกรรม Semiconductor

  2. ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงกลุ่ม “บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำชั้นนำระดับโลก” ได้อย่างตรงจุด ซึ่งบริษัทเหล่านี้ถือเป็นศูนย์กลางของความต้องการขับเคลื่อนด้วยระบบ AI ที่จำเป็นต้องมีการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  3. “ชิปหน่วยความจำ” (Memory Chip) กำลังกลายเป็น “โอกาสการลงทุน” เพราะเป็นจุดคอขวดสำคัญในการปฏิวัติเทคโนโลยี AI โดยได้รับการสนับสนุนจากการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างไปสู่แอปพลิเคชันที่ต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาล รวมถึงความต้องการใช้งานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนเป็นการเติบโตเชิงโครงสร้างในระยะยาว (Secular Growth)


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) นั้น มีการลงทุนในหุ้น Information Technology” 99.9% โดยกระจายลงทุนใน 4 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย 1) เกาหลีใต้ 49.0%, 2) สหรัฐ 39.5%, 3) ญี่ปุ่น 4.4% และ 4) จีน 3.1% ตามลำดับ ซึ่งล้วนเป็นประเทศผู้นำในการผลิต “ชิปหน่วยความจำ” (Memory Chip) ของโลกในปัจจุบัน (Source: Roundhill as of 30 June 2026)


โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1) Micron Technology Inc 25.81%: ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐ โดยครองส่วนแบ่งตลาด DRAM เป็น “อันดับ 3” และตลาด NAND เป็น “อันดับ 4” ของโลก


2) Samsung Electronics Co Ltd 25.04%: ผู้นำระดับโลกด้านชิปหน่วยความจำที่ครองส่วนแบ่งตลาด “ใหญ่สุดในโลก” และมีผลิตภัณฑ์ชิปหน่วยความจำที่ครบครันที่สุด


3) SK hynix 23.99%: หนึ่งในผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก และเป็น Supplier หลักของ NVIDIA สำหรับชิป AI Blackwell และ Hopper


4) Sandisk Corp 5.21%: ผู้ผลิต NAND และ Storage Solutions สำหรับตลาดองค์กรและผู้บริโภคที่ครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่เป็น “อันดับ 5” ของโลก


5) Kioxia Holdings 4.36%: อดีตธุรกิจชิป Memory ของ Toshiba ที่ปัจจุบันขึ้นแท่นผู้ผลิต NAND flash memory รายใหญ่ “อันดับ 3” ของโลก


ใครกำลังมองหาโอกาสลงทุนในธีมชิปหน่วยความจำ” (Memory Chip)ที่เป็น “หัวใจ” สำคัญของระบบดิจิทัลทุกประเภท ร่วมเติบโตไปกับเทรนด์ “AI Super Cycle” เชื่อว่ากองทุน “ASP-MEM” ที่โฟกัสลงทุนใน “หุ้น Memory Chip ทั่วโลก จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน” กองทุนนี้เสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) เท่านั้น


กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม
Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th