ทีทีบี จัดกิจกรรม fintalk ชวนพนักงาน “อัปเกรดพอร์ต ชนะตลาดง่ายๆ ด้วยพลัง AI” เสริมสกิลลงทุนยุคใหม่ ปลดล็อกความมั่งคั่งอย่างชาญฉลาด
ทีทีบี มุ่งเสริมสร้างทักษะการลงทุนยุคใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินให้กับพนักงาน จัดกิจกรรม fintalk “อัปเกรดวิธีจัดพอร์ต ชนะตลาดด้วย AI” ชวนคุณแบงค์ “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” CEO Finnomena บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน และคุณแก๊ปเปอร์-ทัตพล เมธีวิริยาภรณ์ เจ้าของสถาบัน MoneyStudio.co มาพูดคุยพาทุกคนไปทลายขีดจำกัดเดิม ต่อยอดการลงทุนและความมั่งคั่งด้วย AI
เมื่อปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาท ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ พฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของผู้คน โดยสมัยก่อนผู้ใช้งานมักค้นหาข้อมูลผ่าน Google Search เพื่อกดลิงก์ไปอ่านตามเว็บต่าง ๆ แต่ในยุคนี้ AI จะสรุปคำตอบออกมาให้ทันที ซึ่งอาจไม่มีแหล่งอ้างอิงข้อมูล หรืออาจสงสัยว่าข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด
คำถามสำคัญ คือ “เราจะใช้ AI อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด และไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่คลาดเคลื่อน” เพราะการตัดสินใจลงทุนด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนในระยะยาวได้ หลักคิดสำคัญของการใช้ AI ในการลงทุนจึงไม่ใช่ “เชื่อทุกคำตอบ” แต่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการค้นคว้า และนำข้อมูลมาตรวจสอบซ้ำก่อนตัดสินใจเสมอ
หัวใจสำคัญ : "คำตอบที่ดี มาจากพรอมต์ (Prompt) ที่ดี"
หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ AI ให้แนะนำหุ้นหรือกองทุนไม่ตรงกับข้อมูลจริง จนรู้สึก AI ไม่น่าเชื่อถือ แต่ในความเป็นจริง คุณภาพของคำตอบขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถาม หรือ Prompt เช่น หากถามว่า “ช่วยเลือกหุ้นปันผลให้หน่อย 5 ตัว” AI อาจตอบได้หลากหลายและกว้างเกินไป แต่หากเปลี่ยนคำถามให้ชัดเจน มีข้อมูลมากขึ้น พร้อมอธิบายเหตุผลในการเลือก คุณภาพของคำตอบจะเปลี่ยนไปทันที
นักลงทุนจึงควรมอง AI เหมือนผู้ช่วยที่ต้องได้รับคำสั่งอย่างชัดเจน ยิ่งกำหนดบทบาท เป้าหมาย และเงื่อนไขได้ละเอียดมากเท่าไร โอกาสได้คำตอบที่มีประโยชน์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
สูตรลับในการตั้งคำถาม : เฟรมเวิร์ก RTCFC
-
R - Role (บทบาท) : กำหนดบทบาทของ AI เช่น เป็นนักวางแผนการเงิน CFP
-
T - Task (หน้าที่) : ระบุงานที่ต้องการให้ชัดเจน
-
C - Context (บริบท) : ให้ข้อมูลพื้นฐาน
-
F - Format (รูปแบบ) : ระบุการแสดงผลที่ต้องการ หรือกำหนดรูปแบบคำตอบ
-
C - Constraint (ข้อจำกัด) : สิ่งที่ห้ามทำ หรือข้อจำกัดต่าง ๆ
เจาะลึก AI สำหรับนักลงทุนแต่ละช่วงวัย
AI ไม่ได้เหมาะกับนักลงทุนทุกคนในรูปแบบเดียวกัน แต่ควรนำมาประยุกต์เจาะจงใช้ตามช่วงชีวิตและเป้าหมายทางการเงิน ดังเช่นต่อไปนี้
1.วัยสะสมความมั่งคั่งอายุไม่เกิน 35 ปี : ใช้ AI ค้นหาโอกาสเติบโต
เป้าหมายหลักมักเป็นการเพิ่มมูลค่าพอร์ตการลงทุน AI สามารถช่วยค้นหา Megatrend หรือแนวโน้มการลงทุนแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยี AI, Data Center, พลังงานสะอาด หรือเศรษฐกิจอวกาศ และใช้ตั้งคำถามเพื่อหาแนวคิด (Thesis) ในการลงทุน
2.วัยสร้างครอบครัวอายุ 35-45 ปี : ใช้ AI จัดสมดุลพอร์ต
เริ่มมีภาระครอบครัว พอร์ตต้องโตแบบมั่นคงและไม่ผันผวน ควรใช้ AI ในการช่วยจัดสัดส่วนสินทรัพย์ (Asset Allocation) และสรุป Action Plan จากบทวิเคราะห์ต่าง ๆ แทนการอ่านตัวเต็ม
3.วัยใกล้เกษียณ/วัยเกษียณ : ใช้ AI ตรวจสุขภาพการเงิน
เน้นความปลอดภัย ควรใช้ AI สวมบทบาทเป็นที่ปรึกษา CFP เพื่อรีเช็กแผนการเงินว่า "รอดหรือไม่" ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า หากแผนที่วางไว้ยังไม่เพียงพอ AI อาจช่วยชี้ให้เห็นว่าต้องเพิ่มเงินออม และใช้มอนิเตอร์ความเสี่ยงของพอร์ต ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้ AI ควบคู่กับที่ปรึกษาทางการเงินที่มีใบอนุญาต เพื่อช่วยตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำอีกชั้นหนึ่ง
รู้จัก AI ก่อนเลือกใช้ : ปัจจุบัน AI สำหรับนักลงทุนสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
-
ผู้ช่วยอเนกประสงค์ : AI กลุ่มนี้เหมาะสำหรับการค้นหาข้อมูลทั่วไป วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจ สรุปข่าว หรือช่วยระดมความคิด จุดเด่นคือสามารถตอบคำถามได้หลากหลายและรวดเร็ว
-
ผู้ช่วยเฉพาะทาง : AI อีกกลุ่มหนึ่งจะทำงานจากข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปเท่านั้น เช่น การอัปโหลดรายงานกองทุน งบการเงิน หรือบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน แล้วให้ AI สรุปสาระสำคัญ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย หรือช่วยตอบคำถามเฉพาะทาง ข้อดีคือมีโอกาสเกิดข้อมูลคลาดเคลื่อนน้อยกว่า
นอกจากนี้ คุณแบงค์ให้ข้อคิดเตือนใจสำหรับนักลงทุนว่า “AI เป็นเพียงเครื่องมือทุ่นแรงที่ทรงพลัง ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ ดังนั้น…ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูลเสมอ และตัดสินใจด้วยตัวเอง (People in the loop) จะทำให้ช่วย “คิดได้ดีขึ้น” ลงทุนได้ฉลาดขึ้น และสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต”
