“ASP-AIEQRMF” ลงทุนหุ้นธีม “AI” … เสริมแกร่งศักยภาพเงินลงทุน ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาวสู่ “เป้าหมายเกษียณ” !!!
โดย: บลจ.แอสเซท พลัส
รู้หรือไม่?...ครึ่งแรกปีนี้ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ-หุ้น” (RMF-EQ) ทำผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยได้ +12.32% (ดีสุด +89.13%, แย่สุด -25.63%) (ที่มา: global.morningstar.com, ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26)
แม้จะเป็น “RMF-หุ้น” เหมือนกัน แต่ลงทุนแตกต่างกัน ผลตอบแทนที่ทำได้ย่อมแตกต่างกัน
โดย “RMF-หุ้น” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ช่วงครึ่งแรกปีนี้นั้น ทำผลตอบแทนได้สูงถึง +89.13% (MSCI ACWI +18.90%) อยู่ในกลุ่ม “Technology Equity” ที่เน้นลงทุนในหุ้นธีม “ปัญญาประดิษฐ์: Artificial Intelligence” (AI) ทั่วโลก
ผลตอบแทนทิ้งห่าง “อันดับ2” กว่า 25% เลยทีเดียว !!!
การลงทุนเพื่อ “เป้าหมายเกษียณ” เป็นการลงทุนระยะยาว “ยิ่งเริ่มต้นได้เร็ว-ยิ่งดี” และที่สำคัญควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์การสร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาวด้วยเช่นกัน
และวิธีที่ง่ายสุด คือ การพาตัวเองไปอยู่บนเส้นทางของการเติบโตของสินทรัพย์นั้นๆ และร่วมเติบโตไปพร้อมๆ กันนั่นเอง
“AI Megatrend” คือ “หัวใจ” ที่ขับเคลื่อนโลกของเทคโนโลยีจากปัจจุบันสู่อนาคต ซึ่งเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของ “วัฏจักรขาขึ้น” รอบใหญ่เท่านั้น นี่จึงเป็นธีมที่ตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณเป็นอย่างยิ่ง
จะดีแค่ไหน?...ถ้าคุณได้มีโอกาสร่วมเติบโตไปกับเทรนด์แห่งอนาคต “AI Megatrend” นี้
วันนี้ โอกาสนั้นอยู่กับคุณแล้ว กับ “ASP-AIEQRMF: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อิควิตี้ โกรท เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของ “บลจ.แอสเซท พลัส” กองทุนที่มีผลตอบแทนเป็น “อันดับ1” (YTD, 1Y) ในกลุ่ม “RMF-หุ้น” ของ “บลจ.แอสเซท พลัส” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ธีม “AI” แบบ Pureplay ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท เท่านั้น
ส่อง 6 ปัจจัยบวก หนุนธีม “AI”...ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น “วัฏจักรขาขึ้น” ครั้งใหญ่
ในท่ามกลางการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นของธีม “AI” ในช่วงที่ผ่านมา จะมีเรื่องราวของ “ฟองสบู่ AI” สลับออกมากดดันให้ตลาดปรับฐานเป็นระยะๆ มองในแง่ดีถือเป็น “Healthy Correction” ภายใต้แนวโน้มใหญ่ “AI Megatrend” ในระยะยาวนั่นเอง
สำหรับธีม “AI” ยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุนสูง โดย “ไม่ได้แพงเกินไป” อย่างที่กังวลแต่ประการใด และยังมี “โอกาสเติบโต” (Upside) อีกมาก ด้วยปัจจัยสนับสนุนในเชิงโครงสร้างพื้นฐานและผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมี 6 ปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่
-
“การปฏิวัติอุตสาหกรรม” ครั้งที่ 4 (2011–ปัจจุบัน) “AI” เป็นการดิสรัปชันเทคโนโลยีใหม่ของโลกเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เช่น AI, Machine Learning, Big Data, Internet of Things (IoT), Cloud, ระบบไซเบอร์-กายภาพ (Cyber-Physical Systems) หรือหุ่นยนต์ขั้นสูง เป็นต้น
-
“AI” ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและมีโอกาสเติบโตอีกมาก ปัจจุบันเป็น “Build Phase” เป็นช่วงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน “AI” โดยเฉพาะใน AI Data Centers, ฮาร์ดแวร์ประมวลผล (Computing Hardware) และระบบ Cloud
“ถัดไปเป็น ‘Adoption Phase’ ระบบ ‘AI’ จะถูกควบรวมเข้าไปในแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและภาคองค์กร หลังจากนั้นจะเข้าสู่ ‘Transformation Phase’ เป็นช่วงที่ ‘AI’ จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างสิ้นเชิง เกิดอุตสาหกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมา”
-
“ห่วงโซ่คุณค่าของ AI” (AI Value Chain) ไม่ได้มีเพียงหุ้นยักษ์ใหญ่กลุ่ม “MAG7” แต่ยังมีโอกาสลงทุนซ่อนเร้นอยู่อีกมาก พบว่า งบลงทุน (CAPEX) ของ 5 ยักษ์ใหญ่ Hyperscalers (Amazon, Google, Meta, Microsoft, Oracle) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในปี 2026 โดยคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 46 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มจาก 3.15 แสนล้านในปี 2025)
-
“บริษัทเทคโนโลยี” เร่งลงทุนด้าน “AI” สูงเป็นประวัติการณ์ การลงทุนใน “AI” ของบริษัทเทคโนโลยียังไม่เกินตัว การขยาย “งบลงทุน” (CAPEX Boom) รอบนี้ขับเคลื่อนด้วย”กระแสเงินสด” (Cash Flow) เป็นหลัก โดยไม่ต้องพึ่งพาหนี้มากเกินไป ขณะที่บบริษัทเหล่านี้มีรายได้ประจำจากธุรกิจคลาวด์ โฆษณาและซอฟท์แวร์ช่วยเสริมสภาพคล่อง
-
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค “AI Inferencing” และ “AI Agent” หนุนความต้องการใช้กำลังในการประมวลผลมากขึ้น สะท้อนผ่าน “AI Agent” ที่กำลังปรับเปลี่ยนโลกแห่งการทำงานคาดว่าภายในปี 2028 อย่างน้อย 15% ของการตัดสินใจในการทำงานประจำวันจะถูกดำเนินการโดยอัตโนมัติผ่าน “AI Agents” เพิ่มขึ้นจาก 0% ในปี 2024
-
Valuation อยู่ในระดับน่าสนใจ กำไรดีสวนราคา “PEG” ของดัชนี “Nasdaq-100” ปรับลงสู่ระดับ 1.4 เท่า ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ในขณะที่ประมาณการกำไรยังถูกปรับขึ้นสวนทิศทางราคา ในช่วงที่ผ่านมา

“ASP-AIEQRMF” ผลงานโดดเด่น “อันดับ1” กลุ่ม “RMF-EQ”...ฝีมือบริหารของ “บลจ.แอสเซท พลัส”
“กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) เป็นหนึ่งในกองทุนที่มีประโยชน์ในการวางแผนเกษียณที่รัฐส่งเสริม โดยมี “แต้มต่อ” สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึ่งประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (นับรวมกองทุนเพื่อเกษียณอื่นๆ) คิดเป็นผลตอบแทน 5 – 35% ตาม “ฐานภาษี” ของแต่ละคนตั้งแต่เริ่มลงทุนเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย “เกษียณ” ได้ คือ “ผลตอบแทนจากการลงทุน” ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ที่อย่างน้อยควรจะสร้างความมั่งคั่งที่ชนะเงินเฟ้อในระยะยาวให้กับเงินของคุณนั่นเอง ลองนึกดูว่าด้วยผลตอบแทน 1% ต่อปี เงินคุณจะเพิ่มเป็น “2 เท่า” ต้องใช้เวลาถึง 72 ปี แต่ถ้าคุณเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสัก 7% ต่อปี จะใช้เวลาสั้นลงเหลือเพียง 10.29 ปี เท่านั้น การมองหาโอกาสลงทุนในกองทุน “RMF” จึงสำคัญไม่แพ้กัน
หนึ่งในธีมการลงทุนที่เป็น “Super Cycle” ที่โลกจับตาก็คือธีม “AI” ที่กำลังเริ่มต้น “วัฏจักรขาขึ้น” รอบใหญ่สู่ “AI Megatrend” ตามเรนด์ของโลกเทคโนโลยีที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน โดย “AI” ได้เปลี่ยนสถานะจาก "นวัตกรรมเสริม" กลายมาเป็น “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” ของโลกที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต, การทำงาน, อุตสาหกรรม, และเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างถาวร ซึ่งนั่นตามมาด้วยโอกาสลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทยด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อตอบโจทย์ “เป้าหมายเกษียณ”
และหนึ่งในกองทุน “RMF” ที่น่าสนใจ ก็คือ “ASP-AIEQRMF: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อิควิตี้ โกรท เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของ “บลจ.แอสเซท พลัส” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ธีม “AI” แบบ Pureplay ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เน้นบริษัทที่สร้างรายได้จริงจาก “AI” ด้วยฝีมือการบริหารจัดการของ “บลจ.แอสเซท พลัส” เอง กองทุนที่มีผลตอบแทนเป็น “อันดับ1” ทั้ง YTD และ 1Y ในกลุ่ม “RMF-หุ้น” ล่าสุดอีกด้วย (ที่มา: global.morningstar.com, ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26)
จุดเด่นที่แตกต่างของ “ASP-AIEQRMF”
สิ่งที่ทำให้ “ASP-AIEQRMF” แตกต่างจากกองทุนในกลุ่มเดียวกัน ที่สำคัญ ได้แก่
-
“Pure Play” ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เน้นบริษัทที่สร้างรายได้จริงจาก “AI”
-
สร้างพอร์ตที่สมดุลระหว่าง “ETF-ลงทุนตรง” เพิ่มความยืดหยุ่น-สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการสร้างผลตอบแทน ต่างจากกองทุนอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะเข้าไปลงทุนในกองทุนหลักในต่างประเทศ
“ทั้งนี้ ทาง ‘บลจ.แอสเซท พลัส’ ได้วางกรอบการลงทุนเบื้องต้นผ่าน 1) กองทุน Active ETF 0 – 50% โดยลงทุนผ่าน 2 กองหลัก ได้แก่ "TCW Artificial Intelligence ETF" (AIFD) ที่เน้นลงทุนในธุรกิจ AI ทั่วโลกที่สามารถสร้างกำไรได้จริง และมีผลต่อการเติบโตของมูลค่าหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ กับ "Roundhill Memory ETF" (DRAM) ที่ลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านชิป Memory ทั่วโลกที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าว ≥ 50% และ 2) ลงทุนโดยตรง 50 – 100% ที่เน้นลงทุนหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการปรับใช้ AI เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนและกระจายการลงทุน (ทั้งนี้ อัตราส่วนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะการลงทุนขณะนั้น และ/หรือตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)”
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) นั้น มีการลงทุนใน 1) Active ETF 21% (DRAM 21%, AIFD 0%) และ 2) ลงทุนเองโดยตรง 79%
มีการลงทุนในหุ้น “Information Technology” 93.7% โดยกระจายลงทุนใน 4 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย 1) สหรัฐ 66.5%, 2) จีน 12.3% 3) เกาหลีใต้ 9.7%, และ 4) ญี่ปุ่น 8.3% ตามลำดับ ซึ่งล้วนเป็นประเทศผู้นำในเรื่องของ “AI” ของโลกในปัจจุบัน
โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1) Sandisk Corp 8.47%: ผู้ผลิต NAND และ Storage Solutions สำหรับตลาดองค์กรและผู้บริโภคที่ครองส่วนแบ่งตลาดใหญ่เป็น “อันดับ 5” ของโลก
2) Intel 7.25%: บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติสัญชาติสหรัฐผู้บุกเบิก ออกแบบ และผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือ "ซีพียู" (CPU) รายใหญ่ของโลก
3) Lam Research 6.94%: เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกจากสหรัฐที่ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับกระบวนการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) มีความเชี่ยวชาญในกระบวนการหลัก ได้แก่ การเคลือบพื้นผิว (Deposition) การกัดลวดลายระดับนาโนเมตร (Etch) และการทำความสะอาดเวเฟอร์ (Clean) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างชิปยุคใหม่
4) AMD 6.71%: เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ออกแบบและพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ CPU สำหรับคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ (เช่น ซีรีส์ Ryzen และ EPYC) การ์ดจอ (GPU) สำหรับเล่นเกมและประมวลผล AI รวมถึงชิปที่ใช้ในเครื่องเล่นเกมคอนโซลอย่าง PlayStation และ Xbox ด้วย
5) Samsung 5.38%: เป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จากเกาหลีใต้ โดยธุรกิจหลักคือ “Samsung Electronics” ซึ่งเป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟน (เช่น Galaxy), อุปกรณ์อัจฉริยะ, เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน, ชิปเซ็ตหน่วยความจำ และนวัตกรรม AI
“ส่วนผลตอบแทนของกองทุน ‘ASP-AIEQRMF’ ก็มีความโดดเด่นเช่นเดียวกัน YTD +89.13% (BM +18.90%) ,1Y +127.64% ต่อปี (BM +33.27% ต่อปี), 3Y +35.34% ต่อปี (BM +22.57% ต่อปี), 5Y +10.05% ต่อปี (BM +12.47% ต่อปี) และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน +11.37% ต่อปี (BM +12.21% ต่อปี) ตามลำดับ (ที่มา: Asset Plus Fund Management, as of 30 June 2026)”
(* BM คือ MSCI ACWI IMI Robotics & AI Net USD Index สัดส่วน 90% ปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณผลตอบแทนเป็นสกุลเงินบาท ณ วันที่ลงทุน MSCI ACWI IMI Robotics & AI Net USD Index สัดส่วน 10% ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณผลตอบแทนเป็นสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน)
ใครกำลังวางแผนเกษียณผ่านกองทุน “RMF” และมองหาโอกาสการลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ เชื่อว่าธีม “AI” ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของเทรนด์ “AI Super Cycle” ที่พร้อมจะโตไปกับ “โลกยุคดิจิทัล” เชื่อว่ากองทุน “ASP-AIEQRMF” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังมี “แต้มต่อ” เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (นับรวมกองทุนเพื่อเกษียณอื่นๆ) อีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานทางการประกาศกําหนด และต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับภายในกําหนดเวลา มิฉะนั้นจะต้องชําระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร
ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”*เฉพาะส่วนที่มีการลงทุนในต่างประเทศป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่า เงินลงทุนในต่างประเทศทั้งนี้ในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่
บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th
