คว้าโอกาสทองแห่งการลงทุน 6 กองทุนรวมดัชนีของผู้นำเศรษฐกิจโลก

เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวอย่างโดดเด่น หลังต้องเผชิญกับ Covid -19 ภัยที่คุกคามทุกชีวิตบนโลก และสร้างผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจหลายประเทศอย่างรุนแรง  วัคซีนเป็นตัวเปลี่ยนเกมส์ที่ทำให้โลกกำลังก้าวข้ามผ่านความเลวร้าย...ให้ทุกคนได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง


เมื่อสถานการณ์ต่างๆเริ่มปรับตัวดีขึ้น คนที่พร้อมมักจะลุกขึ้นยืนและเริ่มวิ่งก่อน เพื่อจะชิงความได้เปรียบก่อนเสมอ  โดยเฉพาะประเทศชั้นนำในด้านเศรษฐกิจของโลกที่พร้อมจะเติบโตก่อน ดังนั้น จึงเป็นจังหวะของการลงทุนในประเทศที่กำลังพร้อมลุกขึ้นและเตรียมวิ่ง จึงเป็นช่วงที่ดีที่สุด วันนี้ Wealthy Thai จะพามาหา โอกาสการลงทุนใน 4 ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ ทั้ง สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และ จีน ผ่าน 6 กองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ที่สามารถเริ่มลงทุนได้ง่ายๆเพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น  และเมื่อคุณอ่านบทความไปจนถึงย่อหน้าสุดท้าย คุณจะพบกับความพิเศษที่ SCB Easy appพร้อมมอบให้


การลงทุนในต่างประเทศนั้นทำได้หลายวิธี แต่หนึ่งในช่องทางที่ทำได้ง่ายและใช้เงินน้อยที่สุด คือ การลงทุนผ่านกองทุนรวมดัชนี  โดยกองทุนรวมจะลงทุนในหุ้นทั้งหมดที่ประกอบกันเป็นดัชนีในตลาดหุ้นนั้นๆตามนโยบายของกองทุน โดยจะมีการบริหารกองทุนเพื่อให้ผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงที่กองทุนรวมได้ลงทุน ซึ่งบางกองทุนก็อาจจะมีการลงทุนในหุ้นที่มีสัดส่วนหรือมาร์เก็ตแคปใหญ่ติดท็อปหลักร้อยไปจนหลักสิบของดัชนี ด้วยเช่นกันจึงทำให้มีอุตสาหกรรมของหุ้นมีความหลากหลายในกองทุนเดียว


ข้อดีของกองทุนรวมดัชนีหลักๆ ที่นอกจากจะมีความหลากหลายของอุตสาหกรรม ยังช่วยนักลงทุนประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเรามีค่าใช้จ่ายที่น้อยลง ก็จะช่วยให้ผลตอบแทนสุทธิ (Net Return)เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และหากลงทุนในดัชนีตลาดหุ้นที่กำลังฟื้นตัวนั้นคือ โอกาส



ยักษ์ใหญ่กำลังฟื้นตัว

สหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง และมีธุรกิจด้านเทคโนโลยีอยู่มากมาย   กองทุนแรกที่น่าจะได้รับผลดีแห่งการเติบโตมากที่สุด คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (ชนิดจ่ายเงินปันผล) หรือ SCBS&P500  


โดยกองทุนมีกองทุนหลักเป็น iShares Core S&P 500 ETF ที่จะคัดเลือกการลงทุนในหุ้นบริษัทใหญ่ในอเมริกา 500 บริษัทแรก หรือถ้าจะให้ยกตัวอย่างรายชื่อบริษัทจดทะเบียนชื่อดังของโลก ทั้ง  APPLE INC ,MICROSOFT CORP ,AMAZON COM INC ,FACEBOOK ไปจนถึง ALPHABET INC  ซึ่งแต่ละบริษัทนั้นเป็นที่รู้จักของทุกคนบนโลก


กองทุนที่ 2  จะมีโฟกัสด้านการลงทุนที่มากขึ้น เพราะลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส ดีเจไอ (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBDJI(A)ที่จะลงทุนหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเกาะติดดัชนี Dow Jones โดยมีกองทุนหลัก อย่าง SPDR Dow Jones Industrial Average ETF Trust  ถึงแม้ว่าในดัชนี Dow Jones จะมีจำนวนหุ้นอยู่ไม่มากนักหรือเพียงแค่ 30 หลักทรัพย์แต่ก็เป็นถึงกลุ่มที่ถูกเรียกว่า หุ้นบลูชิพ ของสหรัฐฯ


นอกจากสหรัฐที่เติบโตโดดเด่น อีกกลุ่มประเทศที่น่าสนใจลงทุน คือ กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วในแถบยุโรป นักลงทุนสามารถเข้าลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นยุโรปถึง 600 แห่ง ผ่านกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยุโรป (ชนิดจ่ายเงินปันผล) หรือ SCBEUEQ


กองทุน มีนโยบายลงทุนใน iShares STOXX Europe 600 (DE) เป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund ( ETF) ซึ่งความน่าสนใจของกองทุนนี้จะมีกระจายลงทุนในบริษัทยุโรปทั้ง 17 ประเทศและมีขนาดของบริษัทตั้งแต่ใหญ่ กลาง และเล็ก ทำให้นักลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องพอร์ตลงทุนจะขาดความบาลานซ์หรือกระจุกตัวในบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพียงอย่างเดียว



โอกาสลงทุนในดวงดาวของเอเชีย

ถ้าดวงดาวเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและการเติบโต  กลุ่มเศรษฐกิจในเอเชีย น่าจะมีดาวที่เปล่งประกายเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความที่ประชากรชนชั้นกลางกำลังเพิ่มขึ้น กำลังซื้อพร้อมจะขยายตัวอย่างร้อนแรง ซึ่งในเอเชียมีประเทศที่เป็นดาวเด่น อยู่  2  ประเทศ ที่พร้อมจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด  นั่นคือ ประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น


ประเทศจีน อนาคตอันยิ่งใหญ่ของเอเชีย และกำลังก้าวเป็นผู้นำโลกในยุคใหม่ โดยโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นจีน อย่าง กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ (ชนิดจ่ายเงินปันผล) หรือ SCBCHA เป็นกองทุนที่ลงทุนหุ้นบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่ 300 บริษัทแรก ผ่านกองทุนหลักอย่าง ChinaAMC CSI 300 Index ETF ซึ่งหุ้นที่ให้น้ำหนักการลงทุนคือส่วนประกอบของดัชนี CSI 300


อีกทั้งมีกลุ่มหุ้นอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการอุปโภคบริโภคของกำลังซื้อภายในประเทศ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศจีน หรือนับว่าเป็นจุดเด่นอีกด้านของประเทศก็ได้เช่นกัน ซึ่งหากจะพูดถึงการเติบโตด้านผลการดำเนินงานของบริษัทหรือกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภค ก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตได้ดีและต่อเนื่อง


และอีกหนึ่งกองทุนที่น่าจับตา คือ  กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นจีน THB เฮ็ดจ์ (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBCEH ที่มีลงทุนใน HANG SENG CHINA ENTERPRISES INDEX ETF เป็นกองทุนหลักหรือลงทุนหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในประเทศฮ่องกง (H-Share Index)


ความน่าสนใจของตลาดดังกล่าวคือ หุ้นของบริษัทจดทะเบียนจะมีมาร์เก็ตแคปหรือมูลค่าทางตลาดขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องที่สูง จึงจัดได้ว่าเป็นตลาดที่มีความเสถียรภาพ มีความผันผวนที่ไม่สูงมากนัก เหมาะกับนักลงทุนที่ไม่ต้องการรับความผันผวน


ส่วนโอกาสการลงทุนในดินแดนแห่งพระอาทิตย์ อย่างประเทศญี่ปุ่น มีกองทุนที่น่าสนใจ คือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น (ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล) หรือ SCBNK225 เป็นกองที่มีการลงทุนใน NEXT FUNDS Nikkei 225 Exchange Traded Fund เป็นกองทุนหลัก


นโยบายการลงทุนจะในหุ้นทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 และหุ้นที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนี จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ยังมีประสบการณ์ยังไม่มากนักหรือไม่ต้องการความเสี่ยงที่สูงเพราะกองทุนจะมีการกระจายลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนีดังกล่าวอย่างหลากหลาย



ซื้อกองทุนง่ายเพียงปลายนิ้ว ผ่าน
SCB Easy app  

6 กองทุนรวมที่แนะนำมาข้างต้น เป็นเพียงส่วนของกองทุนรวมดัชนีทั้งหมดที่มีให้เลือกสรรในตลาด แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การเปิดโอกาสให้คนที่อยากสร้างรายได้ให้ตัวเองอีกทางหนึ่ง เข้ามาลงทุนง่ายๆด้วยเงินขั้นต่ำที่จะใช้ลงทุนที่ไม่มากเลย อีกทั้ง ช่องทางการลงทุนในกองทุนนั้น ปัจจุบันก็สามารถลงทุนได้ง่ายมากๆ ผ่าน SCB Easy app ซึ่งใครก็ตามที่มีการเปิดบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์และใช้งานธุรกรรมต่างๆผ่านแอพพลิเคชั่นนี้อยู่แล้ว ก็สามารถเปิดบัญชีการลงทุนกองทุนรวมได้ทันที โดยไม่ต้องเข้าไปติดต่อที่ธนาคาร ซึ่งทางแอพฯจะมีเมนู "การลงทุน" ในหน้าแรกแล้วเลือกเปิดบัญชีกองทุนรวมจากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่แอพฯแนะนำ ทั้งสะดวกและง่าย


สำคัญกว่านั้น เมื่อคุณจะได้อะไรที่มากกว่า เพราะตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 – 29 ตุลาคม 2564 ใครก็ตามที่ลงทุนกองทุนรวมที่เข้าร่วมรายการยกตัวอย่าง 6 กองทุนรวมข้างต้นผ่าน SCB EASY App ได้มีแคมเปญดีๆอย่าง กองทุนเด่นพร้อมโปรเด็ดรับ Gift Voucher by CENTRAL GROUP มูลค่าสูงสุด 10,000 บาทเพียงลงทุนกองทุนรวมดัชนีทั่วโลกที่ร่วมรายการ สนใจคลิ๊กดูข้อมูลต่อเลยที่: กองทุนเด่น SCB


คำเตือน

** ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน รวมถึงควรลงทุนในกองทุนรวมที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของตนและยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้ การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต และสามารถศึกษข้อมูลกองทุนหลักได้จาก website ของ SCBAM และสามารถศึกษารายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมผ่าน SCB EASY App และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 027777777 **



Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 16 hours ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
Updated 23 hours ago
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
Updated 17 hours ago
Follow Us