“ThaiESG” ปีนี้ เป็นปีสุดท้ายที่ “เซฟภาษี” สูงสุด “3 แสนบาท”... โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +20.78% “TDSThaiESG-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +45.61% ส่วน “KFGBTHAIESG-A” ร่วงสุด -4.60% !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ลงทุน “ThaiESG: กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” แล้วยังลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี โดยถือลงทุนแค่ 5 ปี (นับจากวันที่ซื้อ) เท่านั้น)
ในปี2027 – 2032 หลังจากนี้จะกลับสู่เงื่อนไขปกติที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องถือลงทุน 8 ปี (นับจากวันที่ซื้อ)
นั่นจึงทำให้ “ThaiESG” ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาวเพื่อ “สิทธิประโยชน์ทางภาษี" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่ใช้สิทธิได้สูงสุดถึง “3 แสนบาท” อีกด้วย
สำหรับผลงานของกองทุน “ThaiESG” ปีนี้ “ฟื้นตามตลาดหุ้นไทย” ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +20.78% มีกองทุน 78% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ในขณะที่มี 22% ยัง “ติดลบ”
สำหรับ 5 “ThaiESG” ที่มีผลงานปีนี้ “ดีสุด-แย่สุด” เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
5 “ThaiESG” ปีนี้ผลงาน “สุดปัง” เป็น “กองหุ้นยั่งยืน” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +36.13%...“TDSThaiESG-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +45.61%
จากการสำรวจผลงานของกองทุน “ThaiESG” ปีนี้ (ณ วันที่ 7 ส.ค. 26) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 54 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +20.78% (ดีสุด +45.61%, แย่สุด -4.60%) โดยมีกองทุน 42 กอง คิดเป็น 78% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ส่วนที่เหลืออีก 12 กอง คิดเป็น 22% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่
สำหรับ “ThaiESG” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ 5 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น เป็นกองทุนที่ลงทุน “หุ้นไทยยั่งยืน” ทั้งหมด โดยทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +36.13% เป็นการปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับ “ตลาดหุ้นไทย” ในปีนี้ ที่ปรับตัวขึ้นมากว่า +29% นำมาโดย
1) “TDSThaiESG-A” ของบลจ.ทิสโก้ +45.61%
2) “T-ThaiESG-A” ของบลจ.ทิสโก้ +35.69%
3) “K-TNZ-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย +33.64%
4) “SCBTP(ThaiESGE)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +32.96%
5) “ES-SETESG-ThaiESG-D” ของบลจ.อีสท์สปริง +32.74%

5 “ThaiESG” ผลงานปีนี้ “สุดแป้ก” เป็น “กองตราสารหนี้ยั่งยืน” ติดลบเฉลี่ย -4.39%...“KFGBTHAIESG-A” ร่วงมากสุด -4.60%
ส่วน 5 “ThaiESG” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบปีนี้ ติดลบเฉลี่ย -4.39% เป็นกองทุนที่ลงทุน “ตราสารหนี้ยั่งยืน” ทั้งหมด เป็นผลจากการที่ตลาดเปลี่ยนคาดการณ์เรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ “ธ.แห่งประเทศไทย” (BOT) และ “ธ.กลางหลักทั่วโลก” จากเดิมที่คาดว่าจะปรับลดลงเร็ว กลายเป็น “คงดอกเบี้ยสูงไว้นานขึ้น” (Higher for Longer) และ “สหรัฐ” เองยังมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกด้วย
ส่งผลให้ “Bond Yield” ในตลาดปรับตัวสูงขึ้น กลุ่มกองทุน “ThaiESG-ตราสารหนี้” มีอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ในพอร์ตที่ยาวกว่ากองตราสารหนี้ปกติ จึงได้รับผลกระทบทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนลดลงนั่นเอง ทั้ง 5 กองทุน ได้แก่
1) “KFGBTHAIESG-A” ของบลจ.กรุงศรี -4.60%
2) “B-SI-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง -4.45%
3) “K-ESGSI-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย -4.32%
4) “KTESGSI-ThaiESG” ของบลจ.กรุงไทย -4.31%
5) “SCBTB(ThaiESGA)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -4.27%
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อ “เซฟภาษี” พร้อมโอกาสได้รับผลตอบแทนพร้อมสนับสนุนการลงทุนแบบยั่งยืนร่วม “รักษ์โลก” เชื่อว่า “ThaiESG” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ลดหย่อนได้เต็มเพดานสูงสุด 300,000 บาท และถือลงทุนเพียง 5 ปี (นับจากวันที่ซื้อ) อีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
