“KT- IGF-R” ลุย “สหรัฐ” แบบเซฟๆ...กระจายลงทุน ‘3 สินทรัพย์’ ตอบโจทย์ระยะยาว !!!
“การกระจายเงินลงทุน (Asset Allocation)” ในสินทรัพย์หลากประเภทถือเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่นักลงทุนนำมาใช้เพื่อเป็นการ “ลดความเสี่ยง” เรื่องความผันผวนของราคาสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้วิธีดังกล่าวนั้น ถ้าหากมีการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีคุณภาพก็ยังสามารถ “สร้างผลตอบแทน” ได้ดีไม่แพ้การลงทุนเพียงแค่สินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงประเภทเดียวใน “ระยะยาว” ได้อีกด้วย
ซึ่งสำหรับนักลงทุนทั่วไปการจะคัดเลือกสินทรัพย์เข้าพอร์ตก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายดาย จึงมีผลิตภัณฑ์อย่าง “กองทุนรวม” ที่ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาสร้างผลตอบแทนโดยช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสหยิบ “กองทุนรวมผสมต่างประเทศ” จาก “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด” ที่ได้รับการจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“KT-IGF-R” กองทุนผสมลุย ‘3 สินทรัพย์-สหรัฐ’...โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุน 7 ปีกว่าสุดสวย 7.91% ต่อปี
ที่ผ่านมา นักลงทุนอาจจะคุ้นเคยกับ “กองทุนผสม” ที่ลงทุนในประเทศไทยเอง หรือลงทุนในตลาดทั่วโลกเป็นหลัก
แต่ในครั้งนี้ จะโฟกัสไปที่ “สหรัฐ” เป็นสำคัญ ซึ่งถือเป็นตลาดพัฒนาแล้วที่มีตลาดการลงทุนหลากหลายทั้งใน “มิติของความกว้าง” ของโปรดักต์การลงทุนและ “มิติในความลึก” ของเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยงที่ค่อนข้างครบถ้วน
“ตลาดสหรัฐ” จึงไม่ได้มีดีแค่เรื่องของ “หุ้น” เท่านั้น แต่ในฝั่งของ “ตราสารหนี้” ก็ถือเป็นตลาดที่สำคัญตลาดหนึ่งในโลกเช่นเดียวกัน
ใครที่สนใจจะไปลงทุนใน “สหรัฐ” และอยากจะ ‘กระจายการลงทุน’ ไปพร้อมๆ กันด้วย ปัจจุบันก็มีกองทุนที่ตอบโจทย์นี้ให้ได้เช่นเดียวกัน

โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดเคแทม อินคัม แอนด์ โกรท ฟันด์ (ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ)” หรือ “KT-IGF-R” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2557 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 6 กันยายน 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 473,794,630 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 16.89 บาทต่อหน่วย
“สำหรับนโยบายการลงทุนของกองนั้น จะเป็นรูปแบบลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Allianz Income and Growth’ (Master Fund) ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail Fund) เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม”
ซึ่งนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักมีเป้าหมายในการเติบโตของเงินทุนและรายได้ในระยะยาว โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ 3 ประเภทหลักที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ได้แก่
-หุ้นสามัญและหลักทรัพย์ประเภทหุ้นอื่น ๆ
-ตราสารหนี้
-หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Securities)
“โดยรักษาสัดส่วนระหว่างหลักทรัพย์ในแต่ละประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงเวลาตามที่ผู้จัดการกองทุนรวมหลักเห็นสมควร ทั้งนี้จะประเมินจากสภาวะเศรษฐกิจ และปัจจัยตลาดอันประกอบไปด้วย ราคาหุ้น ระดับอัตราดอกเบี้ยและแนวโน้มของราคาหุ้นและอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเป็นในอนาคตเป็นสำคัญ สิ้นเดือนก.ย.64 ‘กอง KT-IGF-R’ มีการลงทุนในกองทุนหลัก 102.6%”
ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 64 กองทุนหลักมีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ทั้ง 3 ประเภท ดังนี้
-หุ้น (Equities/Equities Securities) 34.1%
-หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond) 33.0%
-ตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง (HY Bond) 32.9%
“แม้ ‘กอง KT-IGF-R’ จะไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่ก็มีการคืนผลตอบแทนออกมาให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนในรูปแบบของ ‘การขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto Redemption)’ ซึ่งเสมือนหนึ่งผู้ลงทุนขายทำกำไรออกมาด้วยตัวเอง ผลตอบแทนจึงไม่ต้องเสียภาษีเงินปันผลแต่ประการใด ซึ่งนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาแล้วมีการขายคืนหน่วยลงทุนรวมทั้งสิ้น 5.73 บาทต่อหน่วย ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดี”

“ในแง่ผลการดำเนินงานของ ‘กอง KT-IGF-R’ ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีโดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 64) ผลการดำเนินงานอยู่ที่ 7.91% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดซึ่งเป็นหุ้นดัชนีS&P500 จะสูงกว่าที่ 12.41% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 10.06% ต่อปี ต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่ 18.43% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -26.10%”
สำหรับผู้อ่านที่สนใจการลงทุนใน ‘กอง KT-IGF-R’ ซึ่งกองทุนจะมีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกอยู่ที่ 10,000 บาท และครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นกองทุนมีกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนนั้นไม่มีกำหนด โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
สำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารกรุงไทย และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆหรือในช่องทางออนไลน์อย่าง ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
“การกระจายเม็ดเงินลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ก็เป็นคู่มือเอาตัวรอดที่ดี โดยเฉพาะในยามที่ตลาดหุ้นอาจเกิดความผันผวนขึ้น แต่การเลือกประเทศที่จะลงทุนก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กันยิ่งเป็นตลาดที่มีความกว้างและลึกอย่าง ‘สหรัฐ’ ก็จะช่วงลดความผันผวนและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว”
