“TISCOAGF” ลุย ‘หุ้นไทย’ ในสไตล์ ‘Aggressive Allocation’…เพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุน !!!

อาจจะมีนักลงทุนหลายคนที่คิดว่าการลงทุนแบบ Asset Allocation” หรือ กระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์นั้น จะไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่หวือหวาได้นัก


แต่ความจริงในปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ของไทย ได้มีการแบ่งประเภทย่อยผลิตภัณฑ์กองทุนผสมออกมาถึง 4 ประเภทเพื่อตอบโจทย์สไตล์ของผู้ลงทุนที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่เสี่ยงต่ำไปจนถึงเสี่ยงสูง ซึ่งผลตอบแทนคาดหวัง (Expected Return) ก็มากน้อยแตกต่างกันไปด้วย


ซึ่งประเภทที่เรียกได้ว่าเป็น “สายบู๊” ของกองทุนผสมก็คงต้องยกให้กองทุนผสมแบบ Aggressive Allocation” ที่จะลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินตลอดจนการหาดอกผลโดยวิธีอื่น โดยมีไว้ “ตราสารทุน (หุ้น)” ได้ตั้งแต่ 0-100% ของ NAV


เพื่อให้ผู้อ่านและนักลงทุนเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็จึงขอโอกาสนี้ในการหยิบยกบางกองทุนจาก “บลจ.ทิสโก้” ที่มีดีกรีการจัดอันดับได้ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ในครั้งนี้



TISCOAGF” โชว์ผลตอบแทนสุดสวย 20 ปีกว่า เฉลี่ยทำได้ 12.12% ต่อปี

เป็นที่ทราบกันดีว่าการลงทุนใน “หุ้น” นั้นเป็นทางเลือกการลงทุนที่สร้าง “ผลตอบแทนที่ดีกว่า” โดยเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ในระยะยาว แต่ก็ต้องเผชิญกับ “ความผันผวน” ที่สูงกว่าในระยะสั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในธรรมชาติของสินทรัพย์ประเภทนี้


นักลงทุนหลายคนก็ปรารถนาจะได้ผลตอบแทนที่ดีจาก “หุ้น” แต่ก็หวั่นใจกับความผันผวนในระยะสั้นของหุ้นด้วยเช่นกัน จะไปเลือก “กองหุ้น” เลย นโยบายการลงทุนกำหนดให้ต้องลงทุนในหุ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV


เรียกว่าหุ้นจะขึ้นหรือลงดิ่งเหว “กองหุ้น” ก็ยังต้องรักษาสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยเอาไว้ให้ได้ตามเกณฑ์ ความผันผวนและความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นก็เข้ามาแบบเต็มตัว


“เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนที่ปรารถนาจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนใน หุ้น แต่มีความยืดหยุ่นมากกว่าในการบริหารความเสี่ยงในระยะสั้น ‘Aggressive Allocation’ จึงเข้ามาเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี”


โดยปกติแล้วกองทุนประเภทนี้จะลงทุนใน “หุ้น” เฉลี่ยมากกว่า 80% ของ NAV ไม่ต่างจาก “กองหุ้น” ทั่วไปแต่ประการใด แต่ในจังหวะที่ตลาดผันผวนหรือลงแรง Aggressive Allocation” สามารถลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นลงได้เพื่อลดผลกระทบจากหุ้นที่ปรับตัวลง โดยสามารถลดลงได้จนเหลือ 0% เลยทีเดียว นี่จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาผลจอบแทนจากหุ้นได้เป็นอย่างดี





โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิด ทิสโก้ แอ็กเกรสซีฟ โกรท ฟันด์” หรือTISCOAGF ซึ่งต้องเท้าความก่อนว่ากองทุนนี้ถูกจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2544 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 242,482,553 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 106.98 บาทต่อหน่วย


“และอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ลงทุนจะต้องเข้าใจนั้นกองทุนผสมแบบ ‘Aggressive Allocation’ แม้ว่าจะลงทุนหุ้นได้ตั้งแต่ 0-100% แต่ก็จะเป็นเพียงแค่หุ้นในประเทศเท่านั้น แตกต่างจาก ‘Foreign Investment Allocation’ ที่จะสามารถลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้เพิ่มเติมภายใต้เงื่อนไขเดียวกันหรือลงทุนหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ตั้งแต่ 0-100%”


กลับมาที่ ‘กอง TISCOAGF’ อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนผสม นโยบายลงทุนก็จะกระจายเงินลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝากตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง  ซึ่งสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบริษัทจัดการตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ และอยู่ภายใต้กลยุทธ์ในการบริหารจัดการลงทุนที่จะมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัดหรือแบบ active management นั่นเอง


พูดมาถึงตรงนี้นักลงทุนก็อาจจะสงสัยว่าหน้าตาพอร์ตการลงทุนของ ‘กอง TISCOAGF’ จะเป็นเช่นไรทางเราจึงได้รวบรวมข้อมูล ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2564 มีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ประกอบไปด้วย

-หุ้น/ตราสารทุนในประเทศ               74.21%

-เงินฝากธนาคาร                            18.24%

-สินทรัพย์อื่น/หนี้สิน                        7.54%


ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 พบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

-พาณิชย์                                       16.07%

-การแพทย์                                    11.24%

-อาหารและเครื่องดื่ม                      10.10%

-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 10.04%

-ธนาคาร                                      9.02%





“ส่วนในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘กอง TISCOAGF’ ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 64) ผลการดำเนินงานอยู่ที่ 12.12% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -24.91%


สำหรับผู้อ่านที่สนใจการลงทุนใน ‘กอง TISCOAGF’ ซึ่งกองทุนจะมีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นกองทุนไม่ได้กำหนดมูลค่าขั้นต่ำแต่จะต้องมียอดคงเหลือขั้นต่ำ 100 หน่วย โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ทั้งนี้ช่องทางการซื้อขายกองทุนผู้อ่านหรือผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือในช่องทางออนไลน์อย่างเปิดบัญชีกองทุนรวมผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น TISCO My Funds


กองทุนผสม เมื่อนักลงทุนได้ยินชื่อนี้ก็เป็นอันจะต้องเมินหน้าหนี เพราะแม้ว่าระดับความเสี่ยงจะไม่สูงมากแต่นั่นก็หมายความว่าผลตอบแทนก็อาจจะไม่หวือหวาเท่ากับกองทุนอื่นประเภทอื่นๆ มากนัก หากแต่ว่ากองทุนผสมอย่าง ‘Aggressive Allocation’ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่ากองทุนผสมเองก็สร้างความหวือหวาในแง่ของผลตอบแทนได้ไม่แพ้กองทุนหุ้นเช่นเดียวกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
Updated 1 day ago
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
Updated 12 hours ago
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
Updated 11 hours ago
Follow Us