“ตลาดกองทุนในไทย”...เป้าหมายสำคัญของ ‘บลจ.-ต่างชาติ’ !!!
การลงทุนต่างประเทศในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ไม่จำกัดเฉพาะคนมีเงินถุงเงินถังเท่านั้นถึงจะลงทุนได้
นักลงทุนทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ ที่เรียกว่า “บุคคลธรรมดา” เดี๋ยวนี้ก็ติดปีกเงินบาทไปลงทุนต่างประเทศผ่าน ‘กองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศ (FIF)’ ได้สบายๆ ง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน
“บลจ.- ต่างชาติ” ระดับชั้นนำในโลกก็โกยเงินคนไทยไปบริหารผ่าน ‘กอง FIF’ ไปไม่น้อยเลย 5.02 แสนล้านบาท
มากขนาดไหนหรือ? ก็ถ้าตีเป็นขนาดของบลจ.ในไทย ก็ใหญ่ติดทำเนียบ ‘อันดับ5’ ไปเลย เป็นรองแค่ KAsset, SCBAM, BBLAM และ KTAM เท่านั้น
ใครที่เข้ามาขุดทองในธุรกิจกองทุนรวมในไทยแล้วได้ไปเป็นกอบเป็นกำบ้าง วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ พามาเปิดข้อมูลให้ดูกัน
“PIMCO” แชมป์บริหารเงินผ่าน ‘กอง FIF’ มากสุด...กว่า 6.5 หมื่นล้านบาท
การลงทุนในต่างประเทศ ก็ต้องการผู้เชี่ยวชาญและชำนาญการไปดูแลบริหารจัดการลงทุนให้ บลจ.ไทยเองเมื่อจะพานักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ ก็ต้องตั้ง ‘กอง FIF’ ระดมทุนไปลงทุนในกองทุนที่ ‘บลจ.-ต่างชาติ’ ชั้นนำของโลกดูแลบริหารอยู่อีกทอดหนึ่ง
“นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่า ‘ตลาดกองทุนในไทย’ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของบลจ.ต่างชาติระดับชั้นนำของโลกทั่วโลกเลยก็ว่าได้ สะท้อนผ่านเม็ดเงินที่โกยไปบริหารผ่าน ‘กอง FIF’ กว่า 5.02 แสนล้านบาทได้เป็นอย่างดี”
โดย “บลจ.-ต่างชาติ” ที่นักลงทุนไทยนิยมเข้าไปลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก มาจาก ‘สหรัฐ’ 4 ราย และ ‘สวิสเซอร์แลนด์’ อีก 1 ราย ได้แก่
1.PIMCO : บลจ.จากสหรัฐ เป็นบริษัทจัดการกองทุนตราสารหนี้ที่มี “Bill Gross” กระบี่มือหนึ่งในโลกตราสารหนี้ สร้างขึ้นมาในช่วงประมาณปี 1971 ถือว่าเป็นบริษัทจัดการกองทุนที่มีขนาดใหญ่ และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก ปัจจุบันมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 1.92 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 20)
“มีเม็ดเงินบริหาร ‘กอง FIF’ ในไทยประมาณ 65,000 ล้านบาท เพราะนักลงทุนไทยส่วนใหญ่ก็ยังชื่นชองการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลักแม้จะออกไปลงทุนในต่างประเทศก็ตาม จึงไม่น่าแปลกใจแต่ประการใด โดยมีกองทุน ‘PIMCO GIS Global Income Fund’ ที่บลจ.ไทยนิยมไปลงทุนกัน”
2.BlackRock : บลจ.สหรัฐ เป็นบลจ.ชั้นนำระดับโลกที่เข้ามาเป็นพันธมิตรกับบลจ.ไทยหลายๆ แห่งด้วยกัน ตั้งขึ้นมาในปี1988 ปัจจุบันมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร 7.43 ล้านล้านบาท (ข้อมูล ณ 2019)
“มีเม็ดเงินบริหารผ่าน ‘กอง FIF’ ในไทยประมาณ 40,000 ล้านบาท กองทุนที่ได้รับความนิยมได้แก่ กอง ‘Blackrock Global Allocation Fund’ ที่มีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก (Multi-asset) ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ หรือสินค้าโภคภัณฑ์นั่นเอง”
3.UBS : สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่จากสวิสเซอร์แลนด์ที่เบียดเข้ามาอยู่ในทำเนียบ Top5 ในครั้งนี้ อยู่ในกลุ่มของ UBS สถาบันการเงินชั้นนำของโลก ในปีนี้ช่วง 9 เดือนแรกมีเงินไหลเข้ามากเป็นอันดับ 1 กว่า 23,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ไหลเข้ากองหุ้นจีน
“ปัจจุบันบริหารเม็ดเงิน ‘กอง FIF’ อยู่ประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท โดยกองทุนที่นักลงทุนไทยคุ้นเคยได้แก่ กอง ‘UBS China Opportunity Fund’ ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นจีนนั่นเอง”
4.JPMorgan : เป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่อันดับ1 ในสหรัฐและเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวาณิชธนกิจ (Investment banking) ปัจจุบันมีกองทุนรวมหลากหลายประเภทที่บลจ.ไทยเข้าไปลงทุนทั้งหุ้น, Mult-Asset, หุ้นสุขภาพ หรือ HY Bond เป็นต้น ปัจจุบันบริหารเม็ดเงินผ่าน ‘กอง FIF’ ประมาณ 30,000 ล้านบาท
5.SPDR State Street : บลจ.สหรัฐที่มีความเชี่ยวชาญการทำโปรดักต์ ‘Exchange Trade Fund : ETF’ ภายใต้ชื่อกอง SPDR ประเภทต่างๆ ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของนักลงทุนทั่วโลก เช่น SPDR Gold Trust ซึ่งกองทุนทองคำเกือบจะทั้งหมดในไทยลงทุนผ่านกองทุนนี้ หรือ SPDR S&P500 ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้น ก่อตั้งขึ้นในปี1978 ปัจจุบันมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร 3.05 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ ปี2020)
“ปัจจุบันบริหารเม็ดเงินลงทุน ‘กอง FIF’ ของไทยอยู่ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยบลจ.ไทยส่วนใหญ่จะลงทุนในดัชนีของประเทศ หรือสินค้านั้นๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกอง ETF ทองคำเป็นหลัก”
นี่ถือเป็น “บลจ.- ต่างชาติ” ที่เป็นเจ้าตลาดที่บุกเข้ามาขุดทองในอุตสาหกรรมกองทุนไทยและพานักลงทุนไทยไปลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศมากที่สุด 5 อันดับแรกในปัจจุบัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
