Official Update :

คว้าโอกาสลงทุนใน WHART ผู้นำกองทรัสต์อุตสาหกรรมของประเทศไทย

WHA เป็นอาณาจักรโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมอันดับต้นๆของไทย ด้วยความแข็งแกร่งของธุรกิจที่เติบโตได้ต่อเนื่องตามการลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย การเติบโตมากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้พวกเขามีขุมทรัพย์อยู่ในบริษัท โดยเฉพาะในด้านคลังสินค้าและโรงงานคุณภาพระดับสากลที่สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอจากค่าเช่า อีกทั้งความโดดเด่นในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้คลังสินค้าสูง


ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขามีการนำขุมทรัพย์เหล่านั้นมาใช้ประโยชน์และขายทรัพย์สินเหล่านั้นเข้า ‘ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท’ หรือ WHART พร้อมๆ กับเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนที่ต้องการเติบโตไปด้วยกันได้มาเข้าร่วมลงทุน โดย WHART เน้นลงทุนในทรัพย์สินประเภท ศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้าและโรงงาน จนเป็นหนึ่งในผู้นำ REIT ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งด้วยความโดดเด่นที่มีการลงทุนในทรัพย์สินที่นำเข้ากองทรัสต์มาอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้ เป็นการสร้างการเติบโต ให้กับกองทรัสต์อีกครั้ง ด้วยการเพิ่มทรัพย์สินมูลค่าประมาณไม่เกิน 5.55 พันล้านบาท !! 


ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือศัพท์สั้นๆที่นักลงทุนเรียกกันว่า ‘กองรีท’ เป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ อันดับต้นๆที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะด้วยการสร้างผลตอบแทนแบบเงินปันผลในทุกๆปี และทำให้ผู้ถือหน่วยมีรายได้สม่ำเสมอ แต่หลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แม้จะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างกองรีทเอง ก็ได้รับผลกระทบจากตัวทรัพย์สินที่เข้าลงทุน ด้วยอัตราการเช่าที่ลดลงทำให้รายได้ก็ลดลงด้วยเช่นกัน แต่ก็มีทรัพย์สินบางประเภทอย่าง ‘คลังสินค้า’ ที่นับว่าได้รับผลกระทบที่น้อยมากกว่าทรัพย์สินอื่นๆ และยังแข็งแกร่งจากการที่มีความต้องการใช้พื้นที่เพิ่มสูงขึ้น สวนทางกับทรัพย์สินประเภทอื่นจนได้รับความสนใจจากนักลงทุน นั่นคือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART


ปัจจุบันนี้ กองทรัสต์ WHART มีการลงทุนในทรัพย์สินไปแล้ว 31 โครงการ หรือมีพื้นที่เช่าอาคารประมาณ 1,398,352 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวมอยู่ที่ระดับ 42,638.93 ล้านบาท  ‘จุดเด่นของ WHART’ คือ เน้นลงทุนในคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้าและโรงงาน โครงการ Built- to-Suit และ General Warehouses ที่มีมาตรฐานระดับพรีเมี่ยม มีสัญญาเช่าระยะยาวและผู้เช่าส่วนใหญ่มาจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม นับเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดี  อีกทั้ง ทรัพย์สินของ WHART มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยในระดับสูงถึงประมาณ 90% มาโดยตลอด ซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมโดยเฉลี่ย  และมีอายุสัญญาเช่าที่ผู้เช่าเช่าคลังสินค้าและโรงงานเฉลี่ย (WALE) ณ ปัจจุบัน อยู่ในระดับสูง ถึง 3.0 ปี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เอง ทำให้กองทรัสต์มีผลการดำเนินงานโดยรวมที่เติบโตอย่างมั่นคงมาโดยตลอด และสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยของ WHART ในรูปของเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ


กองทรัสต์ WHART ได้ให้ความสำคัญกับ “ทำเลที่ตั้งของทรัพย์สิน” ที่จะเข้าไปลงทุนเป็นอย่างมาก กล่าวคือ จะต้องอยู่ในพื้นที่สำคัญของระบบโลจิสติกส์และเป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ถนนบางนา-ตราด  ,โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และวังน้อย   โซนตะวันออกและ EEC ที่ในอนาคตจะมีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ,ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค จึงทำให้มีการเติบโตได้ดี และทำเลแห่งอนาคตในเขตพื้นที่ กรุงเทพตอนเหนือ วังน้อย สระบุรี  เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเสริมให้แก่ระบบโลจิสติกส์ได้อย่างครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค ช่วยให้ทรัพย์สินของกองทรัสต์ WHART มีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้เล่นรายอื่นที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน



เพิ่มทุนครั้งที่ 6 ต่อยอดความสำเร็จต่อเนื่อง 

ความแข็งแกร่งของ ‘WHART นั้น ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจมาโดยตลอด และในขณะเดียวกันทางกองทรัสต์เองก็สามารถขยายขนาดทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปีเช่นกัน โดยล่าสุด WHART มีแผนเพิ่มขนาดทรัพย์สินด้วยการเพิ่มทุนครั้งที่ 6 เพื่อขยายอาณาจักรของกองทรัสต์ด้วยการจะนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก 3 โครงการ มูลค่ารวมไม่เกิน 5.55 พันล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ WHA Mega Logistics Center (วังน้อย 62) ,โครงการ WHA Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม. 23 โปรเจค 3) และโครงการ WHA E-Commerce Park โดยมีพื้นที่เช่ารวมกันกว่า 184,329 ตารางเมตร


จุดเด่นของทั้ง 3 โครงการ’ นั้น จัดตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกกันว่า ‘ยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย’ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณถนนบางนา-ตราด ที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญของประเทศ และบริเวณอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นทำเลหลักในการกระจายสินค้าหลักไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ที่ปัจจุบัน โครงการในบริเวณนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม และทำเลสุดท้าย อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จังหวัดของเขต EEC ที่ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์มีความได้เปรียบจากการเชื่อมต่อไปถนนสายหลักต่างๆ ได้ง่าย จึงทำให้มีความสะดวกในการเดินทางและขนส่ง ซึ่งเหมาะกับธุรกิจที่เรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญอย่าง e-commerce โดยทั้ง 3 โครงการได้รับความสนใจจากผู้เช่าเองไม่แพ้กัน ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหรือผู้เช่าเป็นในอุตสาหกรรม E-Commerce อย่าง Alibaba / Shopee และ สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่มีการซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว( FMCG ) อย่าง TD ตะวันแดง


“การเพิ่มทรัพย์สินในครั้งนี้ของ WHART ไม่ใช่แค่เพียงแต่จะทำให้ขนาดของกองทรัสต์ใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคุณภาพของทรัพย์ที่ยอดเยี่ยม มีผู้เช่าระยะยาวจำนวนมากและสามารถสร้างการเติบโตให้กับกองทรัสต์ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะใด”


พูดมาถึงตรงนี้ อาจจะมีผู้อ่านหรือผู้ลงทุนเริ่มที่จะสนใจการลงทุนในกองทรัสต์ WHART โดยผ่านการเพิ่มทุนครั้งที่ 6 นั้น สามารถทำได้ผ่านช่องทาง K-My Invest และสาขาของธนาคารกสิกรไทย โดยมีระยะเวลาการเปิดจองให้แก่ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิในวันที่ 8-12 พ.ย. 2564 และสำหรับประชาชนทั่วไป* ในวันที่ 16-19 พ.ย. 2564


สำหรับราคาจองซื้อนั้น ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิจะจองซื้อในราคาเสนอขายสูงสุด ซึ่งจะมีการคืนส่วนต่างหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่า ส่วนประชาชนทั่วไป จะได้สิทธิจองซื้อที่ราคาเสนอขายสุดท้ายที่จะมีการกำหนดโดยกระบวนการ bookbuilding ซึ่งจะมีการแจ้งให้กับนักลงทุนได้ทราบกันอีกครั้ง


นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่คุณจะได้ร่วมเป็นเจ้าของในทรัพย์สินของอาณาจักร WHA นิคมอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย ที่พร้อมเติบโตและสร้างผลตอบแทนในระยะยาวไปด้วยกัน”


* การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่าย

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน