“จับกระแสลงทุน” ตอบโจทย์ระยะยาวกับ...“3 ธีม-Transformation”+ “1 ธีม-ESG” !!!
ด้วย “ยุคสมัย” ที่เปลี่ยนแปลงไปตาม ‘เทคโนโลยี’ ได้ก่อให้เกิดเป็นแนวทางดำเนินธุรกิจที่แปลกใหม่ไปจากเดิมหรือบางธุรกิจก็เป็นการต่อยอดจากของเดิมให้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ใช่ทำให้ผู้คนทั่วไปจะได้รับการบริการและคุณภาพชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ในอีกมุมหนึ่งยังถือเป็น “โอกาสการลงทุน” เพื่อสร้างผลตอบแทนได้ด้วยเช่นกัน
โดยนักลงทุนที่คลุกคลีกับแวดวงการลงทุนจะได้ยินอยู่เสมอว่า “ธีมการลงทุน” นั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวัฏจักรของโลก ซึ่งทุกครั้งที่มีธีมใหม่ๆ เกิดขึ้นก็หมายความว่า เป็นโอกาสการลงทุนครั้งใหม่ด้วยเช่นกัน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอนำเสนอมุมมองการลงทุนในกลุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็น “ธุรกิจ Transformation” แห่งอนาคตมานำเสนอให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“ธีมธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน”…ขยายตัวตามแพลทฟอร์มโลกการเงินยุคใหม่
โดย “ศรชัย สุเนต์ตา” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย SCB Chief Investment Office (CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บอกถึงมุมมองต่อการลงทุนในกลุ่มธุรกิจ “Transformation” ว่า มี 3 กลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจ ที่มาพร้อมการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Fintech), ธุรกิจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้าและการกักเก็บพลังงาน (Renewable Energy & EV & Energy Storage)
ซึ่งเริ่มที่ “ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Fintech)” จากกระแสเทคโนโลยีทางการเงิน (Financial Technology) ที่กำลังทวีความสำคัญขึ้นในทุกองค์กรทั่วโลก และกระแส Digital Transformation ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ถูกเร่งกระบวนการขึ้นหลังเกิดการระบาดใหญ่ของ COVID-19 และเทรนด์การลงทุนใน Fintech กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นทั่วโลก

(ศรชัย สุเนต์ตา)
“ทำให้กระแสการลงทุนใน ‘บริษัท Fintech’ ใน Centralized และ Decentralized Finance เติบโตอย่างรวดเร็ว เรามองว่าการขยายตัวของกระแส Fintech ที่ครอบคลุมและต่อยอดออกไปในหลายอุตสาหกรรม และการมาถึงของ Decentralized Finance การขยายตัวของบริษัทแพลตฟอร์มระดับโลกเข้าสู่ธุรกิจการเงิน พฤติกรรมของผู้บริโภคหลัง COVID รวมถึงกฎระเบียบข้อบังคับที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจะทำให้รูปแบบธุรกิจการเงินเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากในอดีต และเปิดโอกาสการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Fintech และ Blockchain ได้อย่างมาก”
“ธีมธุรกิจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์”...ความจำเป็นที่ต้องมีในโลก ‘ยุคดิจิทัล’
ถัดมา “ธุรกิจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)” ในยุคที่หน่วยงานมีการเชื่อมโยงระหว่างกันและมีปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ความปลอดภัยด้านไซเบอร์เป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่สำคัญมากขึ้น การใช้งานอินเตอร์เน็ตและระบบออนไลน์เป็นไปอย่างแพร่หลายในทุกองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทที่มีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่สำคัญ เช่น แบรนด์ ความสัมพันธ์กับลูกค้า นวัตกรรม และข้อมูลความลับทางการค้า ซึ่งผลกระทบด้านลบจากการถูกละเมิดและการโจมตีทางไซเบอร์จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบริษัทโดยตรง ฃ
“เรามองว่า การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของบริษัทและองค์กรทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งในโอกาสการลงทุนในบริษัทที่กำลังเติบโตและเป็นผู้นำด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสหรือมัลแวร์ (Anti-Virus/Anti-Malware) การยืนยันตัวตน (Authentication) และการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)”
“ธีมธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้าและการกักเก็บพลังงาน”...โตรับกระแส ‘ลดโลกร้อน’
สุดท้าย “ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้าและการกักเก็บพลังงาน (Renewable Energy & EV & Energy Storage)” จากกระแสการลดภาวะโลกร้อนสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาปเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ทั่วโลก
รวมถึงแนวทางการ “พัฒนาพลังงานทางเลือก” และ “พลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน” แทนการใช้พลังงานจากน้ำมันและถ่านหิน ก่อให้เกิดการเติบโตในหลายอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งในส่วนของการผลิตแบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการผลิตและการกักเก็บพลังงงานหมุนเวียนไม่ว่าจะเป็น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ เป็นต้น ซึ่งสร้างโอกาสการลงทุนอย่างมากในมุมของห่วงโซ่การผลิตใน “ธุรกิจ EV & Energy Storage” โดยเฉพาะในบริษัทที่มีนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านพลังงาน

“เรามองว่า นอกจากเทรนด์การลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนแล้ว เทรนด์ธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่ ‘ธุรกิจผู้ให้บริการเกี่ยวกับระบบกักเก็บพลังงานและแบตเตอรี่ (Energy Storage System Integrator: ESS)’ สำหรับการใช้พลังงานทางเลือกซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหลายประเทศ เช่น การใช้งานแบตเตอรี่ร่วมกับพลังงานหมุนเวียน การใช้ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบสายส่ง เป็นต้น”
รวมถึง ‘โรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบ (Battery Manufacturing)’ เพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเทรนด์การลงทุนในอนาคตที่รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานโดยมุ่งหน้าสู่การลดการใช้ทรัพยากรและเป็นมิตรกับธรรมชาติ
ทั้งนี้ การลงทุนในระยะยาวสำหรับหุ้นใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม “Transformation” เรามองว่า การคัดเลือกบริษัทที่เป็นผู้นำในกลุ่มจะมีแนวโน้มสามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่น่าพอใจให้กับนักลงทุนได้จากการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ยังสูงต่อเนื่องในอนาคต
“ธีมหุ้น ESG”…อีกธีมหลักการลงทุนที่ตอบโจทย์- ‘ความผันผวนต่ำ’ กว่าหุ้นทั่วไป
นอกจากนี้ การลงทุนหุ้นใน “กลุ่ม ESG (Environmental, Social, and Governance)” ที่คำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เป็นอีกธีมการลงทุนยอดนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งแกนในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทที่เข้าลงทุนควบคู่ไปกับ 3 เทรนด์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตข้างต้นได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะในตลาดหุ้น ผู้ลงทุนต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดหุ้นค่อนข้างมาก แต่ตามสถิติ หุ้นใน ‘กลุ่ม ESG’ ค่อนข้างจะเผชิญความผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นทั่วไปในตลาด และมีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่าหลังจากผ่านพ้นช่วงตลาดปรับฐาน
“เรามองว่า การลงทุนในบริษัทที่คำนึงถึงมาตรฐาน ESG เปรียบเสมือนการลงทุนในบริษัทที่ต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อรักษามาตรฐานอยู่ตลอด สะท้อนการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและนักลงทุน และมีความเสี่ยงโดยรวมต่อประเด็นการผิดจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจค่อนข้างน้อย”
ดังนั้น การลงทุนที่ยั่งยืนโดยคำนึงถึง “ปัจจัยด้าน ESG” จึงมีแนวโน้มสามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเกณฑ์อ้างอิงที่ใช้เปรียบเทียบผลตอบแทนของตลาดโดยรวมได้ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เม็ดเงินการลงทุนหุ้นในธีม ESG มีอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต
“ทั้ง 3 ธุรกิจที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘กลุ่ม Transformation’ บางธุรกิจอาจจจะอยู่ในช่วงล้มลุกคลุกคลานไปบ้างในช่วงเริ่มต้น แต่ในอนาคตจะเป็นกลุ่มที่มาทดแทนธุรกิจบางประเภทได้ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน หรือธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้า จึงเป็นเหมือนปัจจัยรองรับที่ทำให้การเติบโตในระยะยาวได้เป็นอย่างดี”
