“ASP-THEQ”...พาลุย “หุ้นไทย” แบบฟรีสไตล์-ทั้ง ‘ขนาด&สไตล์’ !!!
ปัจจุบัน “ประเทศไทย” ได้เริ่มส่งสัญญาณการเปิดเมืองขึ้น หลังจากที่ได้มีการประกาศมาตรการ “ยกเลิกเคอร์ฟิวส์” ในวันที่ 31 ต.ค. 64 ซึ่งจะนำไปการคลายล็อกดาวน์ในอนาคตทำให้นักลงทุนไม่น้อยเริ่มกลับมาสนใจใน “ตลาดหุ้นไทย” อีกครั้ง
เพราะ “ธีมลงทุนเปิดเมือง” ก็ถือเป็นธีมการลงทุนหนึ่งธีมที่ผู้เชี่ยวชาญและสถาบัน ต่างก็ให้คำแนะนำเพื่อสร้างโอกาสในการทำผลตอบแทนให้การลงทุนเพิ่มเติม
แต่การจะลงทุนเจาะจงในหุ้นรายตัวนั้นหากจับจังหวะผิดก็อาจเกิดเป็นความเสี่ยงได้ ทำให้การลงทุนใน “กองทุนรวม” จึงตัวเลือกที่น่าสนใจและมีความเหมาะสมด้วยการกระจายลงทุนในหุ้นหลากหลายตัว ที่จะช่วยปิดความเสี่ยงได้ในหนึ่งระดับ
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอแนะนำ “กองทุนรวมหุ้นไทย” ที่น่าสนใจจาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซทพลัส’ มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านในครั้งนี้
“ASP-THEQ”…ทำผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุน 7 ปีกว่า 4.89% ต่อปี
แม้จะเป็น “กองทุนหุ้นไทย” ที่ลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” เหมือนกัน แต่ผลตอบแทนของกองทุนที่ทำได้ก็มีความแตกต่างกันออกไปพอสมควร ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ “นโยบายการลงทุน” ที่แตกต่างกันออกไป ตลอดจนหุ้น และน้ำหนัก ตลอดจนจังหวะที่เข้าลงทุนที่แตกต่างกันของแต่ละกองทุนนั่นเอง
จึงย้ำเสมอว่า การเลือก “นโยบายการลงทุน” ของกองทุนที่ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของนักลงทุนเป็นสิ่งแรกที่ควรมองหา ซึ่งจะเป็นเหตุที่นำให้เกิด “ผลตอบแทน” และ “ความเสี่ยง” ติดตามมานั่นเอง
สำหรับ “กองหุ้นไทย” ที่ถือว่าเป็น ‘พิมพ์นิยม’ ได้แก่กลุ่ม ‘กองหุ้นทั่วไป’ ที่มีจุดเด่น คือ ลงทุนในหุ้นขนาดไหน สไตล์ไหน ก็ได้ เป็นการลงทุนที่ฟรีสไตล์ไร้ข้อจำกัด ทำให้มีความยืดหยุ่นในการลงทุนค่อนข้างสูง เพราะ Universe ของหุ้นที่สามารถจะลงทุนได้นั้นเปิดกว้าง ตรงไหนมีโอกาส ก็สามารถเข้าไปลงทุนได้เลย

โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดแอสเซทพลัสหุ้นไทย” หรือ “ASP-THEQ” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 27 ตุลาคม 64) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ(NAV) อยู่ที่ 48,930,323 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 14.69 บาท
“ด้านตัวนโยบายที่จะลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ผสมผสาน ทั้งหุ้นขนาดใหญ่ กลางและเล็ก เน้นจับจังหวะการลงทุนตามภาวะตลาดรวมไปถึงหน่วยลงทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารแห่งทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
แต่อย่างไรก็ดี กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
สำหรับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ของกองทุนในปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 กันยายน 2564)
-ตราสารทุน 88.94%
-เงินฝาก/ตั๋วแลกเงิน 12.44%
ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่ลงทุน ประกอบไปด้วย
-พาณิชย์ 14.86%
-เงินทุนและหลักทรัพย์ 12.99%
-ธนาคาร 12.25%
-พลังงานและสาธารณูปโภค 12.20%
-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 9.88%

“ในแง่ผลการดำเนินงานของ ‘กอง ASP-THEQ’ ก็ถือว่ามีความโดดเด่นไม่แพ้กองทุนรวมหุ้นอื่นๆ โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 64) ผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 4.89% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 5.34% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินก็ถือว่าทำได้ดีไม่แพ้กันโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15.93% ต่อปี ในขณะที่ดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 15.32% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -44.42%”
โดยผู้ที่สนใจในการลงทุน ‘กอง ASP-THEQ’ ซึ่งกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่เพียง 5,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นกองทุนมีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือไม่มีกำหนด แต่จะมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
สำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ‘บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด’ หรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด’ แต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน โมบายแอพพิลเคชั่น ‘ASP FUND’
“ตลาดหุ้นไทย ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะดูไม่น่าสนใจด้วยปัจจัยกดดันจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จนทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศจะต้องติดลบ แต่ด้วยสัญญาณการคลายล็อกดาวน์ก็ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจได้ด้วยเช่นกัน”
